หลังจากกินข้าวกินยาเสร็จ ลูกขวัญก็พึ่งจะมาสังเกตบรรยากาศรอบข้างในตอนนี้
ถ้าให้เดาจากสายตา เวลานี้มันคงจะดึกมากแล้วแน่ๆ
"เฮียตอนนี้กี่โมงแล้วคะ"
ลูกขวัญหันไปถามเฮียธัชที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ตอนนั้นก็ชวนให้มากินข้าวต้มกุ้งด้วยกันแล้วแท้ๆ แต่เฮียไม่ยอมกินมัวแต่บอกว่ากลัวยัยตัวเล็กไม่อิ่ม
"สามจะสี่ทุ่มแล้วค่ะ หนูอยากได้อะไรเดี๋ยวเฮียไปหยิบให้"
เฮียธัชลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมจะเดินออกไปที่ด้านนอก แต่เห็นยัยตัวเล็กส่ายหน้าไปมาซะก่อน จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาน้องแทน
"เป็นอะไรคะ หรือว่าเจ็บตรงไหนรึป่าว"
เฮียธัชมองสำรวจไปรอบๆตัวลูกขวัญด้วยความเป็นห่วง
ยัยตัวเล็กพึ่งจะได้แผลมาสดๆใหม่ๆ ตามคาดในตอนนี้แผลคงเริ่มจะระบมแล้ว
"พี่ๆ..เขากินข้าวกันรึยังคะแล้วใครเป็นคนทำกับข้าว"
คนถูกถามหัวเราะหึเบาๆในลำคอ ตัวเองเจ็บอยู่แท้ๆแต่ก็ดันห่วงคนอื่นมากกว่าซะได้
เฮียธัชยกมือขึ้นลูบหัวยัยตัวเล็กเบาๆ สายตาอบอุ่นแสดงออกถึงความรักใคร่สุดดวงใจ อย่างปิดไม่มิด
"กินแล้วค่ะ ตอนนี้ก็คงนอนหลับกันไปหมดแล้ว"
"มื้อนี้อินทร์ถาเป็นคนทำกับข้าวค่ะ"
ลูกขวัญพยักหน้าหงึดหงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเฮียธัช
"น้องทำให้เฮียลำบากรึป่าว"
"น้องเป็นตัวถ่วงของเฮียไหม"
ธัชธรรม์รู้สึกชาไปถึงขั้วของหัวใจ อะไรกันนะที่มันเป็นเหตุผลให้ยัยตัวเล็กของเขาคิดอะไรแบบนั้น
เฮียธัชคุกเข่านั่งลงตรงหน้าลูกขวัญ สองมือกอบกุมมือเล็กๆของลูกขวัญไว้แน่น
"เฮียถามได้ไหมคะ อะไรทำให้หนูคิดแบบนั้น"
ธัชธรรม์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและใจเย็น เขารู้ดีว่ายัยตัวเล็กไม่ใช่คนที่พูดอะไรไม่คิด ทุกคำถามมักมีที่มาที่ไปของมันเสมอ
"ตั้งแต่น้องมาอยู่นี่ น้องสร้างเรื่องวุ่นวายให้เฮียตลอดเลย"
"เฮียเหนื่อยมากเลยใช่ไหม"
ลูกขวัญว่า พรางยกมือขึ้นสัมผัสลูบไปบนแก้มของเฮียธัชแผ่วเบา ธัชธรรม์กุมมือเล็กแนบแก้มไว้หลวมๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"ไม่เลยค่ะ เฮียไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย"
"แค่เป็นเรื่องของหนูเฮียเต็มใจเสมอ"
แม้จะอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงจากตะเกียงไฟ แต่เฮียธัชกลับรับรู้ได้ถึงความคิดของคนตรงหน้า
"อะไรที่มันเป็นของหนู ตอนนี้ก็ยังเป็นของหนูเหมือนเดิมค่ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย"
"แล้วใจของเฮียล่ะ ยังเป็นของน้องอยู่ไหม"
ลูกขวัญใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปที่หน้าอกข้างซ้ายของเฮียธัชปากเล็กฉีกยิ้มน้อยๆ
"หัวใจดวงนี้ มันไม่เคยเป็นของใครนอกจากหนูคนเดียวค่ะ"
"จะให้เฮียบอกอีกกี่ครั้ง หัวใจดวงนี้ก็ยังเป็นของหนู"
"แต่ครูคนนั้นเขาชอบเฮียมาก"
ไม่ใช่ว่ายัยตัวเล็กไม่รู้ แต่เพราะรู้แล้วเลือกที่จะเงียบมากกว่า
ผู้หญิงด้วยกัน ทำไมเรื่องแค่นี้จะมองไม่ออกล่ะ
"แล้วยังไงคะ เฮียไม่ได้ชอบเขา"
"เฮียรักหนู มีหนูคนเดียวเป็นดวงใจของเฮีย"
ลูกขวัญนั่งนิ่ง นึกคิดไปตามสิ่งที่เฮียธัชพูดก่อนจะเผยรอยยิ้มหวานออกมา
แต่ไหนแต่ไรเฮียมักจะบอกยัยตัวเล็กแบบนี้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ปีต่อกี่ปี แต่เฮียธัชก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม
"หนูเห็นแหวนวงนี้ไหมครับ"
เฮียธัชสัมผัสลูบเบาๆที่แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง
"ตั้งแต่วันนั้นที่หนูเป็นคนสวมให้ จนวันนี้เฮียไม่เคยถอดมันออกเลย"
ลูกขวัญหันมองไปที่มือของเฮียธัช เมื่อขยับแหวนออกเล็กน้อยจะเห็นความต่างของสีผิวที่ชัดเจน
เป็นข้อยืนยันได้ว่าเฮียไม่เคยถอดมันออกเลยจริงๆตั้งแต่วันที่หมั้นกันจนวันนี้ก็ร่วมสามปีแล้ว
ทั้งที่อยู่เขตชายแดนป่าดงพงไพรแท้ๆ แต่แหวนหมั้นวงนี้ก็ยังคงงดงาม ราวกับผู้สวมใส่ดูแลรักษาอย่างดีเสมอ
ลูกขวัญพยักหน้ารับรู้ ยัยตัวเล็กน่ะรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันไม่มีอะไรมากเกินกว่านั้นหรอก
แต่ที่ถามออกไปเพราะต้องการความแน่ใจ ต้องการการยืนยันจากปากของเฮียธัชจริงๆ
'พื้นฐานของความรักคือความเชื่อใจ' ลูกขวัญคิดแบบนั้น
...----------------...
เฮียธัชคอยลูบหัวกล่อมยัยตัวเล็กจนน้องนอนหลับไป ดวงตาสีรัตติกาลยังคงจับจ้องดวงหน้าน่ารักอย่างหลงใหล
ถ้าเปรียบลูกขวัญเป็นอะไรสักอย่าง ธัชธรรม์ขอเปรียบเป็น'สิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิต' และเขาก็คือคนเดียวที่ได้ครอบครองสิ่งนี้
ถ้าต้องให้เลือกระหว่างลูกขวัญกับเส้นทางอนาคตข้างหน้า ธัชธรรม์ขอเลือกลูกขวัญ
'เพราะมีเธอ ถึงได้มีวันนี้'
"ถ้าวันนั้นหนูไม่เข้ามาในชีวิตเฮีย มาทำให้โลกสีดำของเฮียมันสดใสขึ้น"
"เฮียก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ที่ข้างๆหนู"
ธัชธรรม์นึกย้อนไปในวัยเด็ก วันที่เป็นที่สุดของชีวิต เรื่องราวเลวร้ายถาโถมเข้ามาใส่ จนเขาเองก็ไม่อยากจะอยู่บนโลกที่มันแสนจะโหดร้ายนี้อีกต่อไป
แต่คนที่กระชากเขาออกมาจากโลกที่มืดมน กลับเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ ไม่รู้ว่ายัยตัวเล็กของเขา ไปเอาพลังบวกมาจากไหนเยอะแยะกันนะ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments
ซินเจีย
อัพพพพ
2024-10-19
0