ในเวลาหกโมงเกือบจะเจ็ดโมงที่ลูกขวัญตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าเตรียมไว้ วันนี้ยัยตัวเล็กรู้ตัวแล้วว่าตื่นสายจริงๆ
เฮียธัชที่มักจะตื่นก่อนลูกขวัญในทุกๆวัน แต่วันนี้กลับยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง
หรือแม้แต่พี่หมอคนที่ชอบตื่นเช้า ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นมานั่งจิบกาแฟที่โต๊ะอาหารเลย
เมื่อลองนึกย้อนไปถึงเมื่อคืน ลูกขวัญก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน
แต่ที่แน่ๆคนที่อยู่ประะชุม คงคุยกันจนดึกดื่นเพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นใครสักคน
เมนูง่ายๆของเช้าวันนี้คือผักลวกกับน้ำพริกปลาทู พร้อมด้วยไข่เจียวหมูสับกินกับข้าวสวยร้อนๆ
ลูกขวัญจัดอาหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอาฝาชีมาครอบไว้ รอทานข้าวเช้าพร้อมกับทุกคน
ระหว่างรอลูกขวัญก็นึกขึ้นมาได้ ว่าตั้งแต่มาที่หมู่บ้านนี้ ยังไม่เคยไปเดินสำรวจดูที่อื่นเลย นอกซะจากบริเวณรอบๆหน่วยกับบ้านของตาคำ
คิดได้แบบนั้น ลูกขวัญก็ลุกขึ้นจากเปลเรียวขาสวยก้าวเดินไปทางบ้านของตาคำทันที
...----------------...
...-เรือนตาคำ-...
ลูกขวัญยื่นชั่งใจอยู่นานว่าจะเข้าไปหาแม่บัวคลี่ดีไหม ระหว่างที่ยืนครุ่นคิดอยู่นั้น แม่บัวคลี่ก็บังเอิญหันมาเห็นยัยตัวเล็กเข้าพอดี
"ยัยหนู...เข้ามานี่ก่อนสิๆ"
แม่บัวคลี่ว่าพรางกวักมือเรียกลูกขวัญให้เดินเข้าไปหา
"มาทำอะไรแต่เช้าล่ะ แล้วนี่กินข้าวกินปลารึยัง"
ยัยตัวเล็กยิ้มแหยๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"เมื่อคืนพวกพี่ๆเขานอนดึกกันน่ะค่ะ ตอนนี้เลยยังไม่ตื่น"
"หนูว่างๆไม่มีอะไรทำ เลยออกมาเดินเล่นค่ะ"
แม่บัวคลี่พยักหน้ายิ้มๆ แรกเริ่มเดิมทีเมื่อสามสี่ปีก่อนก็นึกเป็นห่วงสามตำรวจกับหนึ่งคุณหมอ เพราะเห็นว่าไม่มีใครดูแล
ผู้ชายด้วยกันเองคงไม่ละเมียดละมัยได้เท่าผู้หญิง แต่พอยัยหนูนี่มาอยู่ด้วย ก็พลอยอุ่นใจไปบ้าง
"ถ้ายังไม่กินข้าวก็อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ"
"ได้หรอคะ"
ลูกขวัญถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น กับข้าวที่แม่บัวคลี่ทำนั้นอร่อยมาก ถ้ามีโอกาสอีกครั้งแน่นอนว่าลูกขวัญจะไม่พลาดเด็ดขาด
แม่บัวคลี่หลุดหัวเราะร่วน นึกเอ็นดูยัยตัวเล็ก ท่าทีน่ารักน่าชังนั้นราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่จริงๆ
"มา นั่งลงกินข้าวกับแม่"
แม่บัวคลี่ตบลงบนแคร่ไม้ไผ่เบาๆ ลูกขวัญรีบทำตามอย่างว่าง่าย
"แล้ว..ตาคำล่ะคะแม่บัว" คนอายุน้อยกว่าสงสัยพรางเหลือบมองซ้ายขวา
"พ่อคำน่ะหรอ แกกินเสร็จไปตั้งนานแล้วล่ะ"
"กินข้าวกันแต่เช้าขนาดนั้นเลยหรอคะ"
"เวลานี้ไม่ถือว่าเช้า สายแล้วต่างหาก"
แม่บัวคลี่ตอบ ก่อนจะหยิบจานใส่ข้าวยื่นให้กับลูกขวัญ ก่อนจะรับจานข้าวมายัยตัวเล็กก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณซะก่อน
"อะ..อันนี้มันคืออะไรหรอคะ กุ้งมันยังเต้นอยู่เลย"
คนถูกถามมองตามที่ยัยตัวเล็กชี้ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
"อันนี้เขาเรียกว่าก้อยกุ้ง ลองกินดูสิ"
พอผู้ใหญ่อนุญาต ลูกขวัญก็ลองตักชิมทันที ก่อนจะตาโตด้วยรสชาติที่แปลกใหม่ แต่เป็นความแปลกใหม่ที่แสนจะอร่อย
"หืมม อร่อยมากเลยค่ะหนูชอบอันนี้มาก"
ยิ่งมองหน้าลูกขวัญ แม่บัวคลี่ก็ยิ่งอดยิ้มไม่ได้ ใจจริงนั้นอยากได้ลูกสาวสักคน
แต่ก็ดันมีแต่ลูกชาย พอโตขึ้นก็พากันไปรับราชการที่จังหวัดอื่น นานๆถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านที
แต่ตอนนี้เด็กน้อยตรงหน้า กลับทำให้แม่บัวคลี่รู้สึกว่าตนมีลูกสาวจริงๆ และลูกสาวคนนี้ก็น่ารักน่าชังมากๆเลยด้วย
กินของคาวเสร็จก็ต้องตามด้วยของหวาน แม่บัวคลี่ยื่นขนมนมเนยและผลไม้มากมายให้กับลูกขวัญ
เจ้าตัวได้แต่มองด้วยความเกรงใจ แต่ถ้าไม่กินก็กลัวผู้ใหญ่จะเสียใจ เลยทำได้แค่หยิบกินเล็กๆน้อยๆพอล้างปาก
...----------------...
...-หน่วยพระรามแผลงศร-...
"มีใครเห็นลูกขวัญบ้างไหม"
สารวัตรหนุ่มเอ่ยถามกับทุกคน ตั้งแต่ตื่นมาก็เดินเข้าห้องน้ำเลย ด้วยเพราะกลัวจะสายไปมากกว่านี้
ตั้งใจว่าหลังอาบน้ำเสร็จจะเดินออกมาคุยด้วย แต่พอลองเดินหาจริงๆกลับไม่เจอ
"น้องกูหายหรอ"
หมอเขตลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปดูที่ห้องนอนของเพื่อนสนิท ในขณะที่ปากก็กำลังเคี้ยวข้าวอยู่
"ไอ้ธัช น้องกูหายไปไหน"
หมอเขตเดินมาประจันหน้ากับธัชธรรม์ จากคนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเพื่อนสนิทในตอนที่มันอารมณ์เสีย บัดนี้คือคนที่ยืนจ้องมองมันจนแทบจะทะลุเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
"มึงเอาเวลาที่ยืนจ้องหน้ากูเนี่ย ไปตามหาน้องมึงดีกว่าไหม"
หมอเขตเบือนหน้าหนีอย่างพยายามข่มกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวไว้ข้างใน
นึกคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น ในวันนี้เราทุกคนต่างก็ตื่นมาในเวลาไล่เรี่ยกัน ต่างจากทุกวัน
เขาเองก็ผิดที่ห่วงน้องจนเผลอทำตัวไม่ดีใส่ไอ้ธัชไปอย่างไม่ทันคิด
"กูขอโทษ..กูคิดน้อยไปหน่อย" หมอเขต
"เออ กูรู้มึงรักน้องมึงมาก"
"แต่น้องมึง ก็คนสำคัญของกูเหมือนกัน"
อินทร์ถาและข้าวพองมองหน้ากัน ก่อนจะหันมองสารวัตรสลับกับคุณหมอเขต ในช่วงเวลานี้เขาทั้งคู่ต่างก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ยิ่งเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เหมือนจะมีเรื่องกันอีก ข้าวพองและอินทร์ถายิ่งคิดไม่ตกไปใหญ่
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments