ธัชธรรม์เหลือบมาเห็นยัยตัวเล็กกำลังหิ้วถุงกับข้าวมากมาย ก็ขอตัวผละออกมาจากวงสนทนาก่อนจะเดินเข้าไปหาน้อง
"ทำไมไม่เรียกเฮียคะ" น้ำเสียงดุๆดังแว่วมาจากทางข้างหน้า ลูกขวัญก้มหน้าหงุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา
ไม่ต้องมองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงพูดเมื่อกี้นี้คือใคร ก็จะใครซะอีกถ้าไม่ใช่เฮียธัช สารวัตรจอมดุน่ะ
"รู้ว่ามันหนักแล้วยังจะหิ้วมาอีก"
แม้จะบ่นแต่มือก็คว้าไปหยิบถุงกับข้าวในมือน้องมาถือไว้เอง
"ผู้ใหญ่พูดด้วยทำไมไม่ตอบ"
ถึงจะก้มหน้าอยู่ แต่ลูกขวัญรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้เฮียธัชคงกำลังจ้องมองเขาอยู่แน่ๆ
ทางเดียวที่ทำได้คือต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ต้องสบตาสู้กลับเท่านั้น คิดได้ดังนั้น ยัยตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า
แต่น้ำตาดันไหลพรากออกมาซะอย่างนั้น ใจเอ๋ยใจขี้แยเกินไปแล้วนะ เฮียยังไม่ทันดุเลยแค่พูดเสียงนิ่งๆก็น้ำตาไหลซะแล้ว
"กะ..ก็ เฮียคุยธุระอยู่" ลูกขวัญพูดปากเล็กเบะคว่ำเตรียมจะร้องไห้
"ร้องทำไมคะ เฮียแค่ถามยังไม่ได้ดุเลยค่ะ" เฮียธัชยื่นมือมาเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าสวย
เฮียธัชจับเสื้อคุมที่ตัวเองสวมใส่กางออก ยัยตัวเล็กเห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปสวมกอดทันที
เฮียธัชชอบทำแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ลูกขวัญงอแง เขาไม่อยากให้ใครมองในตอนที่น้องกำลังร้องไห้
เสื้อคลุมตัวใหญ่และอ้อมแขนแข็งแรงโอบกอดลูกขวัญไว้แน่น ยัยตัวเล็กสะอื้นเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งไป
ธัชธรรม์ก้มมองคนน้องที่อยู่ในอ้อมแขน เห็นลูกขวัญเงยหน้าขึ้นมามองเขา พรางกระพริบตาปริบๆแล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงได้ยังไงกัน
"ดีขึ้นรึยังคะ"
ลูกขวัญพยักหน้าแทนคำตอบ
"งั้นออกมาไหม"
ไม่มีเสียงคำตอบจากยัยตัวเล็ก มีเพียงการส่ายหน้าไปมาเท่านั้น เฮียธัชยืนนิ่งปล่อยให้น้องซุกพิงอยู่อย่างนั้น จนกว่าน้องจะพอใจ
...----------------...
...-หน่วยพระรามแผลงศร-...
...เวลา21:17นาที...
"เอิ่ม..ทำไมเราต้องประชุมเวลานี้ด้วยล่ะครับสารวัตร"
ข้าวพองหันมองซ้ายขวา ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัด ลมเย็นๆสัมผัสร่างกายทำให้รู้สึกหนาวจนปวดกระดูก
ทั้งข้าวพองและอินทร์ถาต่างก็กระชับผ้าห่มไว้แน่น พอเหลือบไปมองคุณหมอหนุ่มก็เห็นว่ามีสภาพไม่ต่างกัน
คงจะมีเพียงสารวัตรที่นั่งนิ่ง ผ้าห่มผืนหนาคลุมไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้าง ไม่มีอาการสั่นเทาใดๆ
"มันเป็นความลับทางราชการจะให้คนนอกรู้ไม่ได้" ธัชธรรม์ว่าเสียงเบา
"มึงจะมาพูดว่าความลับทางราชการอะไร กูแพทย์อาสายังนั่งฟังด้วยทุกรอบได้เลย"
หมอเขตแดนโต้เสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย
"มึงแค่อยากกล่อมให้ยัยตัวเล็กหลับไปก่อนใช่ไหมล่ะ แล้วค่อยออกมาคุยงานต่อ"
ข้าวพองและอินทร์ถาสลับสายตามองทั้งหมอเขตและสารวัตร ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่
แต่ขอให้รีบประชุมให้เสร็จก่อนจะได้ไหม ตอนนี้หนาวจนแทบไม่มีสติจะฟังแล้ว
"ระ..รีบประชุมกันก่อนดีกว่าครับ"
"หรือถ้าไม่รีบก็เอาไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ"
อินทร์ถาว่าเสียงสั่น พร้อมกับลุกขึ้นเตรียมจะเดินเข้าห้องนอน
"รีบ..ต้องประชุมให้เสร็จในคืนนี้"
น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่มีวี่แววของการพูดเล่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ไม่มีเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วอีกต่อไป แม้จะยังคงหนาวสั่น แต่ทุกคนก็พยายามควบคุมตัวเองให้นิ่งที่สุด
อินทร์ถาตัดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม เมื่อทุกคนเข้าสู่โหมดการทำงาน การประชุมที่แสนจะกดดันจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ภายใต้ความมืดที่มีเพียงแสงจากตะเกียงไฟเท่านั้น
การประชุมสิ้นสุดลงในเวลาเกือบสี่ทุ่มครึ่ง ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเอง
ธัชธรรม์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยความเบามือ เพราะกลัวว่าจะเผลอเสียงดังจนทำให้คนที่นอนหลับอยู่นั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมา
เขายื่นมองยัยตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เพื่อหลีกหนีจากความหนาวเย็นอยู่นาน
ก่อนจะค่อยๆขยับตัวนอนลงบนเตียงข้างๆกับลูกขวัญ เมื่อรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครอีกคน
ยัยตัวเล็กก็รีบพลิกตัวเข้ามาสวมกอดทันที ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกดึงขึ้นสูงจนเกือบถึงคอด้วยเพราะกลัวคนในอ้อมแขนจะหนาว
"เฮีย..ไปไหนมาหรอคะ" น้ำเสียงอู้อี้ดังมากจากลูกขวัญที่นอนเอาหน้าซุกกับอกแกร่งของเขาไว้
"เฮียไปเข้าห้องน้ำมาค่ะ"
"อื้อ" ลูกขวัญครางตอบในลำคอเสียงเบา
ธัชธรรม์ยิ้มเอ็นดูน้อยๆ
'รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน แต่รักลูกขวัญก็ไม่เจ็บเหมือนกัน'
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments