ไป๋เฉินทำได้เพียงลูบคางก่อนจะตระหนักคิดพิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับภายในใจ
'ตระกูลฉาง'
'เมืองเทียนเฟิง'
'ฉางฉุนเสวี่ย'
'ดูเหมือนว่าสามหัวข้อนี้เป็นบางสิ่งที่สำคัญและอาจจะทำให้ข้าสืบสาวไปถึงเบื้องลึกของเบื้องหลังของการพยายามลอบสังหารข้าได้ดีที่สุด'
ตั้งแต่ไป๋เฉินมายังโลกใบนี้ ข้อมูลโดยรวมของเขานั้นยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ ส่งผลให้เขามิอาจวิเคราะห์ข้อมูลใดๆและสร้างแบบแปลนการวางแผนขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ และหลังจากกลับไปยังตระกูลฉินครานี้ ไป๋เฉินต้องริเริ่มด้วยการเข้าสู่หอสมุดตำราเพื่อสืบหาข้อมูลประวัติศาสตร์ของทวีปเทียนหลางนี้โดยละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่า
และอีกอย่างข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีนามว่าไป๋หนานเทียนแลดูเหมือนว่าจะเป็นบิดาของไป๋เฉินคนเก่า หากสิ่งที่ชายชราตู้กล่าวกับเขาเช่นนั้นก็หมายความว่าบิดาของตนนั้นอาจจะมีชื่อเสียงในอดีตไม่มากก็น้อย
ทันใดนั้นชายชราตู้เหลือบมองอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าใคร่รู้ "ไป๋เฉิน เจ้าไปรู้อาการข้างต้นของพิษคร่าหัวใจมาได้อย่างไร? ทุกข้อมูลเกี่ยวกับพิษคร่าหัวใจนั้นถูกลบเลือนและไม่มีปรากฏให้เห็นในตำรับตำราแม้แต่เล่มเดียวบนทวีปแห่งนี้…ชายหนุ่มที่อายุเพียงไม่กี่ปีเช่นเจ้าก็ไม่น่าที่จะเกิดทันในยุคๆนั้น"
ไป๋เฉินเผยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือด้วยการแสดงละครตบตา "ข้าจำได้เลือนรางว่าก่อนที่ข้าจะความจำเสื่อม ข้าได้ศึกษาวิชาเกี่ยวกับอาการข้างต้นของโรคไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้ามิอาจฝึกฝนได้ข้าจึงทุ่มเทเวลาไปมากมายกับการอ่านตำรับตำราที่มีอยู่...มันก็เท่านั้น"
แม้นว่าชายชราตู้จะยังสงสัยและไม่เชื่อในคำกล่าวใดๆของไป๋เฉิน แต่เขาก็มิได้เอ่ยถามย้ำแต่อย่างใด
แต่แล้วในยามฉินเยว่ฉานมิได้สะดับรับฟังการสนทนาของไป๋เฉินและชายชราตู้แม้แต่น้อย นางกลับหลงทางอยู่ในภวังค์และพยายามคิดหาวิธีช่วยเหลือไป๋เฉินให้กลับมาฝึกฝนได้ตามเดิม
หลังจากนั้นนางเอ่ยถามย้ำอีกคราด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง "ผู้อาวุโสตู้ ไป๋เฉินไร้หนทางให้รักษารากปราณจริงๆหรือ?"
ดวงตาของนางกำลังมีน้ำขังและกำลังจะร่ำไห้ได้ทุกชั่วยาม
ชายชราตู้ทำได้เพียงถอนหายใจยาวเฟื้อย "เขาอาจจะไร้หนทางรักษาภายในสี่เมือง แต่ทว่ามีข่าวลือว่ามีบุคคลหนึ่งที่สามารถรักษาอาการที่ไป๋เฉินกำลังประสบอยู่ได้-"
แสงแห่งความหวังเริ่มส่องประกายในดวงตาของฉินเยว่ฉาน นางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น "บุคคลผู้นั้นเป็นใครกัน ท่านสามารถติดต่อคนผู้นั้นได้หรือไม่?"
ชานชราตู้ส่ายศีรษะเบาๆ "บุคคลที่ข้ากล่าวถึงคือท่านมหาเทวะแห่งการสรรค์สร้างที่รู้จักวิชาทุกแขนงบนทวีปเทียน..."
โดยไม่รอให้ตู้ชิงกล่าวจนจบไป๋เฉินก็เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เข้าใจสถานการณ์ "มีก็เหมือนกับการไม่มี..."
ในขณะที่ชายชราตู้กำลังแสดงสีหน้าที่มืดมน ไป๋เฉินยืนขึ้นด้วยท่วงท่าไร้ความกังวล ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ขอขอบคุณท่านที่ตอบคำถามของข้าที่ยังค้างคา หากไม่มีอันใดแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
ก่อนที่เขาจะหันไปหาฉินเยว่ฉานพลางกล่าว "กลับกันเถอะ อย่างไรเสียข้าก็มิอาจฝึกฝนพลังปราณได้ แต่การฝึกฝนกล้ามเนื้อยังคงพอมีประโยชน์ในการเอาตัวรอดได้บ้าง ข้าต้องการจะกลับไปฝึกฝนมัน"
ฉินเยว่ฉานทำได้เพียงเมียงมองไปย้งใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของไป๋เฉินด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ ริมฝีปากชมพูถูกกัดโดยฟันซี่เล็กๆอย่างไม่เต็มใจ
ในยามนี้ไป๋เฉินไร้หนทางในการฝึกฝนวิทยายุทธอีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไรชีวิตของเขาหลังจากนี้คงจะเต็มไปด้วยขวากหนามและคำกล่าวดูถูกถากถางโดยไม่มีที่สิ้นสุด
แม้นว่าฉินเยว่ฉานจะยังคงอยู่ในอารมณ์ที่เศร้าหมอง แต่ชายชราตู้ได้มองลึกลงไปในแววตาสีดำดุจหมึกของไป๋เฉิน และเขากลับพบว่าภายรูม่านตานั้นไม่มีอารมณ์โศกเศร้าหรือเสียใจใดๆ แต่มันกลับแอบแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งสุดขีดราวกับว่าเขาเป็นบุคคลที่ไม่แยแสแม้แต่ปัญหาใหญ่ๆที่กำลังเผชิญอยู่
'แม้นว่าเขาจะตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ แต่แสงในแววตาของเขากลับยังไม่มอดลง หากแต่กำลังแสดงร่องรอยของความยโสโอหังเสียด้วยซ้ำ...สมแล้วที่เป็นบุตรชายของไป๋หนานเทียน' ชายชราตู้ลูบเคราด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ตู้ชิงเป็นชายชราที่มีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานถึงสามรุ่น ซ้ำยังเป็นบุคคลที่ชอบในการสังเกตการแสดงออกของผู้อื่นเป็นกิจวัตร เขาสามารถบ่งบอกได้ว่าไป๋เฉินมิได้มีอาการท้อถอยหรือน้อยใจใดๆราวกับว่าเขาเป็นคนปกติที่ไม่ได้พิการอย่างไรอย่างนั้น
ทันใดนั้นแววตาคู่นั้นของไป๋เฉินกำลังฉายภาพทับซ้อนกันกับภาพของไป๋หนานเทียนได้อย่างลงตัว จนชายชราตู้อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นระรัวอย่างตกตะลึงเนื่องด้วยลางสังหรณ์ที่เป็นลางร้ายวาบเข้ามาในแววตา
หลังจากนั้นฉินเยว่ฉานและไป๋เฉินประสานมืออย่างสุภาพแก่ตู้ชิงก่อนจะนำยาลูกกลอนกลับไปหนึ่งกล่องที่ตระกูลฉินได้สั่งไว้…
ในระหว่างเดินออกมาจากตำหนัก ฉินเยว่ฉานยังยังคงพะว้าพะวงและคิดหาวิธีการรักษาไป๋เฉินให้หายขาด แต่ทว่าไป๋เฉินกลับสบายใจและโล่งใจไม่มีสิ่งใดทำให้อารมณ์ของเขาตกต่ำลงได้แม้แต่น้อย จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้เดินเท้าไปย้งรถม้าเพื่อจะกลับไปยังตระกูลฉินเฉกเช่นเดิม
การมาของด้วยตัวเองของฉินเยว่ฉานในครานี้ก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ของไป๋เฉินทั้งสิ้น แต่จนวินาทีสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าพวกเขามิอาจหาหนทางรักษาไป๋เฉินได้อยู่ดี
ฉินหมิงหยวนที่กำลังนั่งรอคอยทั้งสองก็เหล่หางตามองไปยังใบหน้าของฉินเยว่ฉานหวังจะสืบสวนการแสดงออกทางสีหน้าของนางที่ปรากฏ
แต่เมื่อมองเห็นเช่นนั้นพลันตระหนักได้ว่าอาการของไป๋เฉินนั้นไร้หนทางรักษาอีกต่อไป มันเผยรอยยิ้มแสยะอย่างสะใจ 'ดูจากอารมณ์บนใบหนาของคุณหนูน้อยแล้ว ดูเหมือนว่าไป๋เฉินคงจะต้องกลายเป็นขยะเช่นนี้ต่อไปเท่านั้น'
เมื่อเข้าสู่รถม้าฉินเยว่ฉานมองไปยังใบหน้าของไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มที่มิใช่รอยยิ้ม "ไป๋เฉิน ก่อนจะกลับไปที่ตระกูล พวกเราจะไปไหว้หลุมศพของท่านลุงไป๋กันก่อน"
ไป๋เฉินที่กำลังปัดฝุ่นบนเบาะรถม้าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "เจ้ากำลังหมายถึงบิดาของข้างั้นหรือ?"
ฉินเยว่ฉานพยักหน้าบางเบา "ถูกต้อง ทุกคราเมื่อข้าออกเดินทางมายังต่างเมือง ก่อนจะกลับข้าจะแวะไปหาท่านลุุงไป๋ที่นั่นอยู่เสมอๆ...และที่แห่งนั้นสมาชิกของตระกูลไป๋ทุกคนต่างก็ถูกฝังอยู่ที่นั่น"
นางรู้ดีว่าไป๋เฉินยังมิได้ฟื้นคืนความทรงจำกลับมาดังนั้นนางจึงต้องอธิบายทุกอย่างให้ไป๋เฉินได้เข้าใจ
ไป๋เฉินทำได้เพียงผงกศีรษะด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าบิดาของตนเป็นบุคคลอย่างไร
ตั้งแต่เขามาที่ทวีปเทียนหลางแห่งนี้ ความรู้และข้อมูลของเขายังน้อยเกินไปและมิอาจจะเข้าใจจุดประสงค์ของบุคคลที่ต้องการลอบสังหารเขาได้
แต่เขาก็มีข้อสันนิษฐานและลางสังหรณ์ในใจว่าสิ่งนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับไป๋หนานเทียนที่ซึ่งเป็นบิดาของเขาเป็นแน่!
"เดินทางไปยังเนินเขาเทียนหยุน" หลังจากตระเตรียมตัวเสร็จสมบูรณ์ ฉินเยว่ฉานบอกกล่าวกลับคนขับรถม้าและตามมาด้วยชายหนุ่มทั้งห้าปิดกั้นเส้นทางรอบข้างเฉกเช่นเดิม
.
.
.
เส้นทางแยกเนินเขารกร้างที่มีเส้นทางสัญจรอยู่สี่เส้นทาง ในยามนี้รถม้าของตระกูลฉินได้เบี่ยงเส้นทางไปยังทิศตะวันตกที่ซึ่งเป็นหลุมฝังศพของไป๋หนานเทียนบิดาของไป๋เฉิน เส้นทางที่พวกเขากำลังจะไปนี้เป็นสถานที่ก่อนจะข้ามผ่านประตูเมืองเทียนหยุนไป
เพราะฉะนั้นหากต้องการไปยังเนินเขาเทียนหยุน พวกเขามีเพียงแต่ต้องใช้เส้นทางขากลับเท่านั้น
เมื่อรถม้าหยุดลงที่กลางแยกสี่แพร่ง ฉินเยว่ฉานพร้อมกับไป๋เฉินลงจากรถม้าด้วยอารมณ์ที่เศร้าโศก แต่ทว่าสีหน้าของไป๋เฉินยังคงเรียบเฉยและไร้อารมณ์ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อยนิด
ไป๋เฉินและฉินเยว่ฉานตรงไปยังอนุสรณ์สถานที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของเนินเขาเทียนหยุน สถานที่แห่งนี้เป็นที่ฝังศพสำหรับวีรบุรุษทุกผู้คนนั่นรวมไปถึงไป๋หนานเทียนตำนานแห่งเมืองเทียนหยุนด้วยเช่นกัน
ฉินเยว่ฉานนำทางไป๋เฉินย่างกรายตรงไปยังมุมหนึ่งของสถานที่โล่งแจ้งแห่งนี้ แม้นว่าพื้นที่โดยรอบจะปกคลุมไปด้วยหิมะที่โรยรินแต่ภายในเส้นทางที่พวกเขากำลังจะไปนั้นกลับมีร่องรอยของการทำความสะอาดไปเมื่อไม่นานมานี้
ทันใดนั้นในระยะสายตาทั้งสองก็พบเจอกับใครบางคนที่กำลังนั่งขัดเงากระบี่ด้วยแววตาเรียบเฉยและมิได้สนใจผู้ใด แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือคนผู้นั้นเป็นผู้พิการที่มีเพียงแค่แขนข้างเดียวและเขากำลังวางกระบี่นอนราบไปกับพื้นพร้อมทั้งเช็ดถูอย่างทะนุถนอม
ฉินเยว่ฉานเผยรอยยิ้มสุภาพก่อนจะเข้าใกล้ร่างนั้น "ท่านลุงหยู ข้าพาไป๋เฉินมาไหว้หลุมศพของท่านลุงไป๋"
ชายวัยกลางคนในชุดเกราะผู้นั้นแหงนหน้ามองขึ้นมอง เมื่อสบเข้ากับใบหน้าของไป๋เฉิน เขาอดไม่ได้ที่จะดุด่าด้วยเสียงที่ดังสนั่น "เจ้าเด็กเนรคุณ! เพิ่งจะมาเยี่ยมหลุมศพของบิดาเจ้าป่านนี้! ตลอดสองปีที่ผ่านมาเจ้าหายหัวไปไหน! บิดาของเจ้ารอเจ้ามาเนิ่นนานเท่าไหร่เจ้าเคยตระหนักรู้บ้างหรือไม่!?"
"ท่านลุงหยู ได้โปรดใจเย็นๆ" ฉินเยว่ฉานที่เห็นดังนั้นก็ได้อธิบายเกี่ยวกับรากปราณที่แตกสลายและเส้นลมปราณที่ถูกทำลายของไป๋เฉินให้เขาได้ฟัง นั่นเป็นเหตุผลที่ไป๋เฉินมิได้ออกจากตระกูลฉินไปในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของฉินเยว่ฉาน สีหน้าที่โกรธกริ้วของลุงหยูกลับกลายเป็นอ้ำอึ้งริมฝีปากของเขากำลังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ "เป็นเช่นนั้น..."
"ฮ่าย~ ช่างเป็นหลานชายที่น่าสงสารอะไรเยี่ยงนี้"
เขาพอจะตระหนักได้แล้วว่าไป๋เฉินได้ผ่านมรสุมใดๆมาบ้าง ในใจลึกๆเขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสารชายหนุ่ม
การแสดงออกของลุงหยูผสมปนเปด้วยอารมณ์ที่หลายหลาก ริมฝีปากของลุงหยูสั่นระรัว หางตาของเขามีน้ำขังและโหยหา ก่อนจะกล่าวตะคอกกลับไปยังเบื้องหลังไกลๆ "พวกเจ้าทั้งหมดมาที่นี่! มาทักทายบุตรชายของหัวหน้าไป๋กันก่อน!"
เมื่อสิ้นสุดเสียงกู่ร้องนั้นกลับมีเสียงมากมายตอบกลับด้วยอารมณ์แจ่มใส
"หลายชายเฉินมาแล้วหรือ!? ไอ้สารเลวนี่หายหัวไปไหนมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้"
"หลานชายเฉิน ไม่ได้เจอกันแค่สองปีเจ้ากลับมีใบหน้าและแววตาเปรียบไปดั่งหัวหน้าทุกประการเลยจริงๆ"
"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าพ่อเสือไม่มีทางมีลูกสุนัขอย่างแน่นอน"
"ข้ารู้สึกเหมือนได้เจอะเจอกับหัวหน้าอีกครั้ง ช่างเป็นหลานชายที่หล่อเหลาเสียนี่กระไร"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ช่างน่าคะนึงหาจริงๆที่หลานชายมาหาพวกเรา!"
"..."
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 51
Comments