ฉินเยว่ฉานและไป๋เฉินย่างกรายเข้าสู่ตำหนักด้วยการแสดงออกที่เป็นมิตรไปตลอดทั้งเส้นทาง ภายในตำหนักต่างก็มีฝูงชนมากมายที่มารอรับบริการจากแพทย์แขนงต่างๆไม่ว่าจะเป็นการรักษาทางกายภาพ การรักษาทางพลังปราณและการรักษาทางพลังจิตวิญญาณ ซ้ำยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคทุกประเภทจำแนกเป็นห้องที่แตกต่างกันไป
ฉินเยว่ฉานเดินตรงไปยังสตรีผู้หนึ่งที่ซึ่งเป็นสาวใช้นั่งอยู่กึ่งใจกลางของตำหนัก นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยรอยยิ้มสุภาพ "พี่สาวท่านนี้ ข้าได้นัดหมายกับท่านปรมาจารย์ตู้ไว้ ไม่ทราบว่ายามนี้ท่านปรมาจารย์ได้มาถึงตำหนักแห่งนี้แล้วหรือยัง?"
สาวใช้ผู้นั้นที่กำลังก้มหน้าพะวงกับบางสิ่งก็พลันสะดุ้งตัวโหยงยืนขึ้นก่อนจะเมียงมองไปยังฉินเยว่ฉานพร้อมกับปรับขนาด ในขณะเดียวกันสายตาของนางพลันหันเหไปมองที่ไป๋เฉินโดยอัตโนมัติ ก่อนจะแสดงสายตาที่รังเกียจและเหยียดหยามออกนอกหน้าเพราะไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักฉินเยว่ฉาน
ทุกผู้คนต่างก็รู้ว่าฉินเยว่ฉานยังคงหมั้นหมายอยู่กับชายหนุ่มที่ไร้ประโยชน์อย่างไป๋เฉิน และทุกผู้คนต่างก็เปรียบเทียบฐานะและความเป็นอยู่ของทั้งสองราวกับว่าเป็นสวรรค์กับนรก และแม้นว่าเขาจะอยู่ภายในตระกูลฉินแต่กลับไม่มีผู้ใดที่ให้ความเคารพแก่ไป๋เฉินแม้แต่ผู้เดียว
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าแววตาของสาวใช้ นัยน์ตาของฉินเยว่ฉานแฝงไปด้วยแสงอันเย็นยะเยือกจ้องเขม็งสวนกลับ "เจ้าจะติดต่อท่านปรมาจารย์ให้ข้าได้เมื่อใด?"
สาวใช้ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลันตัวสั่นสะท้านจากความหวาดกลัว ก่อนจะยืนขึ้นทำความเคารพย่อตัวอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินไปทางด้านหลังตำหนัก "คุณหนูน้อยฉินกรุณารอสักครู่"
ไป๋เฉินทำได้เพียงส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้และได้เดินเท้าไปยังมุมต่างๆภายในตำหนักอย่างสนอกสนใจพลันแยกตัวจากฉินเยว่ฉานไปไม่ไกล เพราะด้านในนั้นมีสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร หม้อปรุงโอสถหรือแม้กระทั่งพืชต่างๆนานาที่มีมูลค่าสูงภายในช่องจัดเรียง
ไป๋เฉินเดินดูรอบๆก่อนจะลอบแสดงความคิดเห็น "การปรุงโอสถในทวีปเทียนหลางยังคงมีบางส่วนที่อ้างอิงตามประวัติศาสตร์จีนที่ข้าเคยอ่านมา...หากแต่ตำรับตำราทางการแพทย์บนทวีปนี้อาจจะล้าหลังและล้าสมัยจนเกินไป"
แต่ในระหว่างที่ไป๋เฉินกำลังเหม่อลอยและสายตากำลังจดจ่ออยู่กับสมุนไพรภายในตำหนัก ทันใดนั้นเขากลับเดินชนเข้ากับสตรีนางหนึ่งที่มีใบหน้าชดช้อยด้วยความอ่อนหวาน จนร่างอันบอบบางนั้นล้มลงด้วยท่วงท่าพิลึกชอบกล
"อุ้ย!"
เมื่อครรลองมองดูอย่างตั้งใจ หญิงสาวผู้นี้มีท่วงท่าร่างกายอ่อนช้อย นัยน์ตาของนางเปล่งไปด้วยแสงแห่งความบริสุทธิ์ดุจดั่งดรุณีแรกแย้ม อาภรณ์ของนางเป็นอาภรณ์สีชมพูโปร่งแต่ชิ้นล่างกลับเป็นกระโปรงที่สามารถมองเห็นส่วนเว้าได้อย่างเด่นชัดซึ่งยากจะที่พลิกตัวขึ้นมาหากล้มลง
และหัวเข่าที่ขาวผ่องกลับมีรอยถลอกเผยให้เห็นโลหิตบางๆไหลซิบๆจนเป็นรอยจั้มสีแดง
นางพยายามตะเกียกตะกายอย่างยากลำบาก ก่อนจะแหงนมองไปยังใบหน้าของไป๋เฉินด้วยแววตาน่าทะนุถนอมและไป๋เฉินเองก็ยังมองย้อนกลับมาด้วยนัยน์ตาที่สบกัน แต่ทว่าอารมณ์ของหญิงสาวกลับมิได้ฉุนเฉียวอย่างที่คาดไว้ แต่นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชวนเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่ง "นายน้อยท่านนี้ ท่านพอจะช่วยพยุงข้าขึ้นไปได้หรือไม่?"
นางเอื้อมข้อมืออันบอบบางของนางไปยังไป๋เฉินที่กำลังยืนอยู่ แต่ทว่าไป๋เฉินที่มีการแสดงออกที่เริงร่าเมื่อครู่กลับแสดงสีหน้าที่เรียบเฉยโดยพลัน การแสดงออกของไป๋เฉินในยามนี้เงียบเชียบพิกล
ในเวลาเดียวกันที่ใครหลายๆคนและหลายสายตามองตรงไปยังเหตุการณ์นั้นและคาดหวังไว้ว่าไป๋เฉินจะช่วยพยุงหญิงสาวผู้นั้นขึ้นมา ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงแววตาที่อิจฉาริษยาไป๋เฉินภายในใจ
แต่ทว่าเมื่อผ่านไปถึงสามลมหายใจ ไป๋เฉินหมุนตัวหันหลังเดินจากไปอย่างไร้ใยดีโดยที่มิได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหญิงสาวผู้นั้นแม้แต่น้อยนิดพร้อมกลับกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "ขออภัย ข้ากำลังรีบ"
ชายหนุ่มทั้งหลายที่สังเกตเห็นฉากนี้ต่างก็ตกตะลึง ก่อนจะแสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรังเกียจจนถึงที่สุด
"ไป๋เฉินผู้นี้เป็นขยะยังไม่พอ ซ้ำยังไร้มารยาทอย่างยิ่ง"
"ไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนน่ารังเกียจเช่นนี้อยู่บนโลกใบนี้"
"หญิงสาวผู้อ่อนแอกำลังขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับกล้าที่จะปฏิเสธ...ควรจะให้มันไปใส่กระโปรงแทนได้เสียที"
โดยหารู้ไม่ว่านัยน์ตาของไป๋เฉินในยามนี้กำลังเปล่งประกายด้วยแสงเย็นชาประดุจดั่งว่ากำลังจะปลุกพญามัจจุราชให้ตื่นขึ้น!
แม้นว่าบุคคลอื่นจะไม่รู้ความหมายเบื้องหลัง แต่ไป๋เฉินนั้นเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬมากว่าสามสิบปี เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหญิงสาวผู้นั้นมิได้มีจุดประสงค์ที่ดีแม้แต่น้อย!
ประการแรก เส้นทางเดินภายในตำหนักแห่งนี้กว้างขวางยิ่งกว่าเส้นทางสัญจร ซ้ำยังไม่มีทางโค้งที่มิอาจมองเห็นได้ในระยะสายตา เพราะฉะนั้นเหตุผลที่หญิงสาวผู้นั้นเดินเข้ามาและชนเขาเข้าโดยบังเอิญต้องมีเหตุบางอย่างแอบแฝง หากเป็นบุคคลตาบอดก็ว่าไปอย่าง แต่นางกลับเป็นบุคคลปกติที่มิได้มีความพิการในส่วนใดๆ การที่นางจะเผลอกระทบไหล่กับเขาเฉกเช่นนี้ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นยากยิ่งกว่าหนึ่งในล้านเสียด้วยซ้ำ
ประการที่สอง ไป๋เฉินสัมผัสได้ถึงบางสิ่งภายในฝ่ามือของหญิงสาวที่กำลังยื่นมา สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือกลิ่นบนฝ่ามือเปี่ยมไปด้วยความฉุนแสบจมูกอย่างรุนแรง หากจะให้ไป๋เฉินคาดเดา สิ่งนั้นคงอาจจะเป็นสมุนไพรและพืชหลากหลายชนิดที่นำมากลั่นและบดละเอียดเป็นผง แต่ด้วยสัญชาตญาณของตนสามารถบ่งบอกได้ว่าสิ่งนั้นเป็นยาพิษ!
และยาพิษนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในโลกปัจจุบันที่ไป๋เฉินจากมาและพิษนั้นมีนามว่าไซยาไนด์!
ไซยาไนด์นั้นแบ่งออกได้เป็นหลายจำพวก ซึ่งบางจำพวกนั้นมีส่วนประกอบมาจากพืชบางชนิดที่มีพิษปะปนอยู่เล็กน้อยและผ่านการกลั่นกรองนำพิษส่วนนั้นออกมาใช้งาน
ผลกระทบของไซยาไนด์คือการเข้าสู่ร่างกายเพื่อที่จะทำลายระบบการหายใจและการหมุนเวียนออกซิเจนภายในร่างกายของมนุษย์ ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตจะผิดปกติและหัวใจหยุดเต้นไปโดยปริยาย
หากเป็นเช่นนั้นต่อให้ไป๋เฉินจะตกตายไป ก็จะไม่มีผู้ใดรับรู้สาเหตุการตายของเขาได้ เพราะโลกใบนี้ยังไม่มีวิทยาการการชันสูตรศพเฉกเช่นโลกในศตวรรษที่ 21
ไซยาไนด์ยังเป็นยาพิษที่มิได้ออกฤทธิ์โดยทันที แต่บุคคลที่สูดดมหรือรับประทานเข้าไปจะเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป หากไป๋เฉินบังเอิญสูดดมผงนั้นเข้าไปหลังจากจับมือกับหญิงสาว อาจจะทำให้ร่างกายของเขาได้รับสารพิษนั้นเข้าไปในปริมาณมาก แม้นว่าจะไม่ตกตายโดยทันที แต่จะทำให้อวัยวะภายในร่างกายเกิดการทำงานที่ผิดปกติ
แม้นจะเป็นบุคคลที่ฝึกฝนพลังปราณ แต่หากไม่มีวิธีการขับสารพิษออกมาภายในหนึ่งก้านธูป ต่อให้จะเป็นผู้ฝึกฝนที่มีวิทยายุทธแก่กล้าก็มิอาจหนีรอดจากความตายไปได้!
ไป๋เฉินเดินตรงไปยังฉินเยว่ฉานที่รออยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าที่หม่นหมองและอดไม่ได้ที่จะพินิจพิเคราะห์ภายในใจ
[ ไฉนไป๋เฉินผู้นี้จึงได้มีศัตรูรอบทิศทางถึงเพียงนี้...ผู้ใดกำลังปองร้ายข้าอยู่กันแน่? ]
[ แต่ไม่คาดคิดว่ามนุษย์บนทวีปนี้จะตระหนักได้ถึงการมีอยู่ของไซยาไนด์ด้วย ]
[ ต้องการลอบสังหารข้าโดยใช้ยาพิษงั้นหรือ? ใครเป็นคนสั่งการเรื่องบ้าๆเช่นนี้!? มันเหมือนกับว่าเอาปลาหางนกยูงมาแข่งว่ายน้ำกับข้าที่ซึ่งเป็นปลาฉลามอย่างไรอย่างนั้น ]
[ ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่! ]
"ไป๋เฉิน เกิดอะไรขี้น?" ฉินเยว่ฉานเดินไปหาเขาด้วยสีหน้ากังวลและสงสัยในกิริยาที่แสดงออกมาของเขาเมื่อเห็นว่ารอบข้างต่างก็พ่นคำเหยียดหยามต่อเขาอย่างรุนแรง
ไป๋เฉินเพียงแค่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่มีอะไรทั้งนั้น อย่าไปสนใจเลย"
แม้นจะรู้ว่าเป็นการลอบสังหารด้วยยาพิษอย่างโจ่งแจ้ง แต่ไป๋เฉินมิอาจจะลงมือสังหารหญิงสาวผู้นั้นภายในตำหนักแพทย์แห่งนี้ได้ เพียงเพราะว่าผิดกฏระเบียบอย่างร้ายแรง
แต่ไป๋เฉินชื่อว่าหญิงสาวจะไม่รามือเพียงแค่นี้เป็นแน่ และหลังจากออกจากตำหนักเขาจะพิสูจน์และสืบหาที่มาจนกว่าเขาจะรับรู้ว่าเป็นคำสั่งของผู้ใด...
ฉินเยว่ฉานเพียงพยักหน้าพร้อมทั้งจูงมือเขาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านปรมาจารย์ตู้ให้ดูแลอาการที่ตันเถียนของเจ้า...บางทีอาจจะมีหนทางให้พอรักษาได้"
"เอาล่ะ" ไป๋เฉินเพียงพยักหน้าและมิได้ปฏิเสธ ทั้งสองเดินตรงไปยังส่วนลึกด้านหลังของตำหนักก่อนที่ร่างสองคนหายลับตาฝูงชนไป
เมื่อเห็นร่างของไป๋เฉินจากไปภายในตำหนัก หญิงสาวในอาภรณ์สีชมพูผู้นั้นกลับพยุงตัวขึ้นได้โดยไม่ยากเย็น นางอดไม่ได้ที่จะสบถภายในใจ 'ไป๋เฉินผู้นี้เป็นคนอย่างไรกันแน่? แม้แต่การล่อลวงจากหญิงสาวเลอโฉมเช่นข้าก็ยังไม่ติดกับดักที่วางไว้'
'เป็นไปได้ไหมว่าเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดแผกไป? หรือว่าการแสดงของข้ายังไม่แนบเนียนพอ?'
หญิงสาวสะบัดฝุ่นบนอาภรณ์อย่างสง่างามราวกับสตรีขุนนาง ก่อนจะหันหลังออกจากตำหนักไปโดยมิได้สนใจสายตาของผู้ใด แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยแสงเย็นยะเยือก 'แม้ว่าคราวนี้เจ้าจะรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่อย่าหวังว่าคราวหน้าเจ้าจะรอดจากข้าไปได้!'
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 51
Comments