ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรนานา ชายชราในอาภรณ์สีขาวที่มีเครายาวเฟื้อยกำลังขะมักขะเม้นอยู่กับการคัดแยกสมุนไพรใส่หีบ
แต่จู่ๆกลับมีเสียงเคาะเบื้องนอกตามมาด้วยเสียงของสตรีหนึ่งนางดังขึ้น "ผู้อาวุโสตู้ ผู้น้อยฉินเยว่ฉานต้องการเข้าพบ"
"เข้ามา" ชายชราภายในเพียงกล่าวเลื่อนลอยอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะคัดแยกสมุนไพรต่อไปโดยปล่อยให้ฉินเยว่ฉานและไป๋เฉินยังคงนั่งอยู่เบื้องหน้าที่เป็นเก้าอี้ไม้สลักทั้งสองที่รออยู่
หลังจากคัดแยกสมุนไพรออกเป็นสี่กองจนเกือบครึ่งก้านธูป ชายชราแหงนหน้าขึ้นมองทั้งสองด้วยรอยยิ้มใจดี "คุณหนูฉินมาเพื่อรับยาลูกกลอนสำหรับตระกูลฉินใช่หรือไม่?"
"ถูกต้องแล้วผู้อาวุโส แต่ทว่าข้ายังมีความกังวลอีกอย่าง..." ฉินเยว่ฉานกล่าวในลักษณะที่สีหน้าแสดงความออกถึงความคาดหวัง สายตาของนางหันเหไปยังไป๋เฉินโดยที่มิได้กล่าวจนจบประโยค
ชายชราตู้ชิงพยักหน้าแก่นางอย่างเข้าใจเหตุการณ์ ก่อนจะหันไปทางไป๋เฉินพลางรอยยิ้มเป็นมิตร "เจ้าคือไป๋เฉินบุตรแห่งไป๋หนานเทียนใช่หรือไม่?"
ไป๋เฉินยังคงงงงวยว่าไป๋หนานเทียนเป็นใคร?
แต่ทว่าเขากลับประสานมือตามจารีตประเพณีของโลกใบนี้อย่างนอบน้อมโดยที่มิได้กล่าวถึงหัวข้ออื่นใด "ไป๋เฉินคารวะผู้อาวุโสตู้"
ชายชราตู้ชิงลูบเคราด้วยสีหน้าพึงพอใจ "โครงหน้าของเจ้ารวมถึงแววตาของเจ้าช่างเหมือนกับบิดาไม่มีผิดเพี้ยน...พ่อเสือไม่มีลูกสุนัขอย่างแท้จริง"
"เอ่อ..." แต่ไป๋เฉินยังไม่ทราบว่าไป๋หนานเทียนที่ชายชราตู้ชิงกล่าวถึงเป็นใคร เขาหันสายตาขอความช่วยเหลือไปยังฉินเยว่ฉานโดยพลัน
ฉินเยว่ฉานจึงได้บอกกล่าวอาการของไป๋เฉินให้แก่ชายชราตู้ได้รับทราบ "ผู้อาวุโส คือว่า...ก่อนหน้านี้ไป๋เฉินประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในก้นหุบเหว แต่ทว่าเมื่อเขาถูกช่วยออกมาเขากลับมีอาการความจำเสื่อมและมิอาจจำสิ่งใดได้แม้แต่น้อย...ท่านพอจะสามารถช่วยเหลือเขาได้หรือไม่?"
"โอ้?" ชายชราตู้ลูบเคราก่อนจะสอดส่องสายตาอันเฉียบแหลมไปยังร่างของไป๋เฉินอย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับกำลังวิเคราะห์บางสิ่ง ทว่าหางตาของชายชรากระตุกด้วยความสงสัย "ข้ามองเห็นอาการเขาโดยคร่าวๆแล้ว อาการบาดเจ็บของเจ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อแกนสมองและทำให้แกนสมองตายจนต้องหยุดทำงาน วาสนาเพียงใดที่เจ้าสามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้แม้นจะสูญเสียความทรงจำไปก็ตามที"
"แต่หากเป็นบุคคลปกติทั่วไปเกรงว่าไม่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไรก็คงมิอาจกลับมามีชีวิตเฉกเช่นเดิมได้...ในกรณีของเจ้านั้นช่างพิลึกพิลั่นยิ่งนัก" คิ้วของชายชราขมวดเป็นปมจากความสงสัย
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยจากชายชราตู้ผู้นี้ 'เจ้าเฒ่าผู้นี้รู้จริงนี่หว่า มันเป็นความจริงที่ว่าไป๋เฉินคนก่อนหน้านั้นได้ตายไปแล้ว และข้าไป๋เฉินจากอีกโลกหนึ่งเข้ามาแทนที่ในเวลานั้น'
แม้นจะไม่รู้ว่าเขาข้ามโลกทะลุมิติมาอยู่ที่ทวีปเทียนหลางได้อย่างไรและด้วยเหตุผลอันใด แต่ในเมื่อพระเจ้าให้โอกาสและมอบชีวิตให้อีกครา ไป๋เฉินไม่จำเป็นต้องใส่ใจและจะไม่บ่นแม้นเพียงครึ่งคำ
ฉินเยว่ฉานที่ได้ยินเช่นนั้นกลับแสดงสีหน้าที่หดหู่ยิ่งกว่า นางเพิ่งตระหนักได้ว่าอาการความจำเสื่อมนั้นยังไม่มีวิธีรักษาแม้นแต่มหาแทย์อย่างตู้ชิงก็มิอาจจะช่วยเหลือได้
แต่ทว่านางยังคงกล่าวต่ออย่างไม่ลดละความพยายาม "ผู้อาวุโส ในยามนี้ไป๋เฉินมิอาจฝึกฝนและรวมรวบพลังปราณได้ หากท่านสามารถช่วยเขาให้กลับมาฝึกฝนได้ ตระกูลฉินของข้าจะตอบสนองทุกคำร้องของท่านโดยไม่มีเงื่อนไข...ท่านพอจะช่วยเหลือเขาได้หรือไม่?"
ชายชราตู้ตอบกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ "สาวน้อย หากเจ้ามิได้มีการพูดคุยและได้รับคำยินยอมจากผู้นำฉินมาก่อน ก็อย่าเอ่ยคำพล่อยๆเช่นนี้ออกมา มิเช่นนั้นตระกูลฉินของเจ้าคงจะมิอาจรับวาจาที่เจ้าเพิ่งเอ่ยออกไปได้"
ฉินเยว่ฉานผงกศีรษะอย่างหนักหน่วงด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว "ไม่จำเป็นต้องกังวล เรื่องนี้ได้รับการยินยอมจากท่านพ่อของข้าแล้ว หากท่านสามารถรักษาไป๋เฉินได้ ไม่ว่าเงื่อนไขใดๆตระกูลฉินจะตอบสนองทุกสิ่งที่ท่านต้องการ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ "ผู้นำฉินตั้งความหวังไว้กับไป๋เฉินสูงส่งจริงๆ "
หลังจากนั้นเขามองไปยังไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มเห็นอกเห็นใจ "ไป๋เฉิน ยื่นมือของเจ้าออกมา"
ไป๋เฉินมิได้ปฏิเสธอันใดและยื่นแขนของเขาไปให้ชายชราปู้ยี้ปู้ยำอย่างที่ต้องการ
ชายชราตู้เพียงแค่ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางในการกดที่จุดชีพจรพร้อมหลับตาลง ก่อนที่เขาจะส่งพลังปราณอณูเล็กๆเข้าผ่านทางผิวหนังเพื่อตรวจสอบการไหลเวียนพลังงานภายใน
แต่ในวินาทีต่อมาชายชรากลับเบิกตากว้างแสดงสีหน้าที่ซีดขาวราวผ้าปูที่นอน ก่อนที่เขาจะส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่น "เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษา เส้นลมปราณของเขาฉีกขาด รากปราณแตกสลายและตันเถียนถูกทำลาย ต่อให้จะทำเช่นไรก็มิอาจจะกลับมาฝึกฝนได้ดั่งเก่า...หากมนุษย์ยังคงมีตันเถียนอยู่ ข้าก็ยังพอจะรักษาได้ แต่ไป๋เฉินกลับตัดสินใจทำลายและระเบิดตันเถียนด้วยตัวของเขาเอง แม้แต่ข้าที่มั่นใจในทักษะทางการแพทย์ก็ยังหมดหนทางในการรักษาในกรณีนี้..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความหวังอันริบหรี่ของฉินเยว่ฉานก็พลันแตกสลาย ภาพหวังของนางที่คาดไว้ถูกทำลาย นัยน์ตาของนางเริ่มเป็นรอยแดงจาง น้ำที่ขังกำลังจะไหลหลั่งออกจากหางตา
เห็นได้ชัดว่าไป๋เฉินไม่มีโอกาสในการกลับมาฝึกฝนได้อีกต่อไป ทำได้เพียงแค่รอวันตายให้ผ่านพ้นไปในทุกวี่วันเท่าน้้น
แม้แต่มหาแพทย์อย่างตู้ชิงก็ยังไร้หนทางในการรักษา นั่นหมายความว่าในทวีปนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่จะช่วยเหลือไป๋เฉินให้หลุดพ้นจากสถานะบุคคลไร้ประโยชน์เช่นนี้ได้อีกต่อไป
ต่อจากนี้นางพอจะคาดเดาได้ว่าชีวิตในภายหน้าของไป๋เฉินจะต้องประสบพบเจอกับบางสิ่งที่รุนแรงไม่ว่าจะสภาพจิตใจ สภาพร่างกายที่จำต้องสิ้นอายุขัยไปก่อนนางเพราะมิได้มีการฝึกฝนพลังปราณเฉกเช่นบุคคลอื่นๆ
ทว่าไป๋เฉินเพียงแค่ส่ายศีรษะให้นางอย่างไร้กังวล ก่อนจะหันไปถามในสิ่งที่ต้องการ "ผู้อาวุโสตู้ ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักเล็กน้อย เพราะข้าเห็นว่าท่านมีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสมุนไพรเป็นอย่างดี"
ชายชราตู้อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเมื่อเห็นว่าสภาพจิตใจของไป๋เฉินยังคงมั่นคงและไร้ความผันผวนแข็งแกร่งดุจดั่งหินผา หากเป็นบุคคลทั่วไปเกรงว่าไม่มีผู้ใดจะทนอยู่กับสถานะของขยะไร้ประโยชน์เช่นนี้ได้เป็นแน่
ไม่นานชายชราเอ่ยโต้ตอบในสิ่งที่เขาถามมา "หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโอสถและสมุนไพร ไม่มีข้อมูลใดๆที่ข้าไม่รู้บนทวีปแห่งนี้ เพราะฉะนั้นเชิญถามมาได้"
ไป๋เฉินเผยรอยยิ้มลึกลับพลันถาม "เช่นนั้นก็ดี ข้าต้องการทราบว่ามีสมุนไพรและยาพิษชนิดใดที่นำมาผสมกันบดละเอียดให้อยู่ในรูปแบบผงที่มีอาการส่งผลทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ระบบหายใจติดขัดและทำให้เกิดอาการสมองตายอย่างเฉียบพลันและผลสุดท้ายหัวใจก็กลับต้องหยุดเต้นไปเอง...ท่านพอจะคุ้นเคยกับอะไรทำนองนี้บ้างหรือไม่?"
ไป๋เฉินได้บอกฤทธิ์ข้างต้นที่เกี่ยวกับไซยาไนด์ทุกประการ หากเขาได้ข้อมูลในส่วนนี้อาจจะสามารถตีวงแคบเพื่อเฟ้นหาบุคคลที่กำลังปองร้ายตนอยู่ได้เป็นแน่
"อืม..." ชายชราตู้ลูบเคราด้วยคิ้วที่มุ่นลง เขาพยายามตริตรองว่ามีอาการที่ปรากฏนี้ในสมุนไพรประเภทใดบ้างในคำอธิบาย
ทันใดนั้นแสงในดวงตาก็สว่างวาบอย่างสั่นไหวเมื่อตระหนักได้ถึงบางสิ่ง "อาการที่เจ้าบอกกล่าวแก่ข้ามามิได้เป็นพิษและสมุนไพรทั่วไปตามท้องตลาดเป็นแน่ หากแต่ต้องเกิดจากสมุนไพรที่มีส่วนผสมของหญ้างูแดงและก้านบัวน้ำแข็งที่เกื้อหนุนผลกระทบต่อกันและกัน...หากฟังจากที่เจ้ากล่าวมาดูเหมือนว่ามีเพียงแค่!พิษคร่าหัวใจเท่านั้นที่ตรงกันกับคำอธิบายทุกประการ"
ไป๋เฉินลอบอุทานก่อนจะถามต่อ "ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าพิษคร่าหัวใจนั้นมีที่มาอย่างไร และคนกลุ่มใดเป็นผู้ที่ใช้งานมัน?"
ชายชราตู้ถอนหายใจและหวนนึกไปถึงคำกล่าวของอาจารย์เมื่อครั้นอดีต "เรื่องนี้เป็นตำนานเมื่อนานมาแล้ว...พิษคร่าหัวใจนั้นนับว่าเป็นยาพิษชนิดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นเมื่อสามร้อยปีก่อน และยังเป็นพิษที่ทุกผู้คนต่างก็พากันหวาดกลัวและไร้หนทางหนีรอด แต่ทว่าในยามนี้สูตรโอสถและกรรมวิธีการสร้างได้ถูกลบเลือนหายไปจากทวีปนี้แล้ว"
"พิษคร่าหัวใจมีที่มาจากตำหนักแพทย์ของตระกูลฉางแห่งเมืองเทียนเฟิง และผู้ที่คิดค้นขึ้นมาถูกเรียกว่าสตรีพิษสวรรค์ ฉางฉุนเสวี่ย! นางเป็นสตรีผู้เดียวที่มีทักษะยาพิษที่เหนือล้ำกว่าผู้ใดในทวีปนี้ และยังไม่มีกรรมวิธีในการแก้พิษและรักษาอีกด้วย...มีเพียงแต่การล้างไขกระดูกเท่านั้นที่พอจะสามารถขับพิษของนางออกได้"
'โอ้?' ไป๋เฉินนั่งฟังต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ
ชายชราตู้เว้นพักหายใจชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อ "ทักษะการแพทย์ของตระกูลฉางนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นและไม่มีปรมาจารย์ใดๆสามารถต่อกรกับนางได้หากเป็นการใช้ยาพิษ...แต่ทว่าเมื่อหลายปีก่อนตระกูลฉางกลับต้องล่มสลายไปและไม่มีผู้ใดหนีรอด โดยที่มีกองกำลังมากมายร่วมมือกันทำลายล้างวิชาแพทย์ทักษะยาพิษของนางและลบเลือนการมีอยู่ของพิษคร่าหัวใจออกไป และไม่มีผู้ใดให้สืบสายเลือดและวิธีการปรุงยาพิษคร่าหัวใจอีกต่อไป..."
"นั้นเป็นเพราะพิษคร่าหัวใจนั้นนับว่าเป็นพิษต้องห้ามของทวีปนี้และหากพบเจอผู้ใดที่ใช้พิษประเภทนี้ ทุกผู้คนสามารถสังหารผู้ที่ใช้พิษนั้นได้อย่างไร้ความปราณี!"
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 51
Comments