ทว่าทันใดนั้นกลับมีเสียงสะท้อนดังก้องออกมาจากในรถม้า "เคร้ง!" ราวกับว่าเสียงนี้เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างโลหะสองชนิดที่กำลังตกกระทบต่อกันและกัน
มีดสั้นที่คาดเดาเอาไว้ว่าอาจจะสามารถปลิดชีพไป๋เฉินลงได้กลับต้องพลิกผัน เมื่อมีดสั้นเล่มนั้นกำลังพุ่งออกมาจากม่านไม้ไผ่เป็นเส้นโค้งทวนเข็มนาฬิกากลับไปยังทิศทางเก่าในลักษณะที่มิเคยพบเห็นมาก่อน!
"อะไร!" นักฆ่าชราอุทานอย่างไม่เชื่อสายตาด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อเห็นว่ามีดสั้นนั้นพลิกกลับมาในเส้นทางเดิมและกำลังตรงมายังตนโดยที่มิทันตั้งตัวด้วยความรวดเร็วที่ปราณีตพริ้วไหวยิ่งกว่า แต่เมื่อพยายามจะขยับเขยื้อนแต่เส้นโค้งของมีดสั้นกลับเปลี่ยนวิถีไล่ตามไปเยื้องมุมห้าเซนติเมตร!
"ฉัวะ!"
มีดสั้นเล่มนั้นตัดผ่านลำคอของชายชราไปโดยไร้การป้องกัน เผยให้เห็นคอหอยและกระดูกสีขาวที่ฉีกขาดชโลมไปด้วยโลหิตกระฉูดนองโดยที่มีลำคอห้อยต่องแต่งอยู่กับตัว!
นักฆ่าชราเบิกตากว้างอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะล้มลงด้วยสีหน้าหวาดกลัว มันพยายามจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ในลำคอ "ปะ-เป็นไปได้อย่างไร..."
"ตุบ"
ร่างนั้นล้มลมอย่างเรียบง่ายไร้การตอบสนองขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอีกต่อไป
ด้วยการพลิกผันของมีดสั้น ครั้นส่งผลให้ชายชราที่ซึ่งเป็นนักฆ่ามาหลายสิบปีกลับต้องตกตายโดยทันทีด้วยอารมณ์ที่หวาดผวาอย่างยิ่ง
จนเมื่อมันตกตายไปก็มิอาจจะหาสาเหตุได้ว่าเส้นทางการเคลื่อนไหวของมีดสั้นจะกลับสวนทางพลิกแพลงมายังทิศทางของมันได้อย่างไร?
ยามนี้นักฆ่าระดับปราณปฐพีขั้น 9 กลับสิ้นท่าด้วยมีดสั้นของมันเอง..
ซากศพของชายชรานอนแน่นิ่งด้วยโลหิตที่ไหลนอง สายตาของทั้งสามจดจ้องด้วยสีหน้าหวาดกลัว
นักฆ่าร่างสูงตะโกนร้องลั่นด้วยสีหน้าซูบซีด "พี่ใหญ่!"
"นั่นใคร!? ใครเป็นคนสังหารพี่ใหญ่!" นักฆ่าร่างบางร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวในขณะที่สายตากำลังตรวจสอบรอบๆอาณาบริเวณอย่างตื่นตระหนกด้วยมือไม้ที่สั่นระรัว
หลังจากมองเห็นการโต้ตอบและวิถีการเคลื่อนไหวของมีดสั้นแล้วมีเพียงปรมาจารย์หรือนักฆ่าระดับสูงเท่านั้นที่พอจะกระทำเช่นนั้นได้ พวกเขาจึงคิดว่าอาจจะมีใครบางคนจากตระกูลฉินกำลังปกป้องรถม้าคันนี้อยู่อย่างลับๆ
นั่นเป็นเพราะในรถม้ามีเพียงแค่คนไร้ประโยชน์อย่างไป๋เฉินเท่านั้น และเขาก็มิอาจจินตนาการได้ว่าคนไร้ประโยชน์เช่นนั้นจะมีทักษะมีดสั้นอันแพรวพราวและงดงามเช่นนี้ได้ ดังนั้นแล้วมีเพียงคำตอบเดียวคือมีใครบางคนกำลังปกป้องไป๋เฉินอยู่ที่มุมๆหนึ่ง
แต่ทว่าการพลิกแพลงของวิถีมีดนั้นก็เพียงเพื่อสังหารนักฆ่าชราผู้เดียว หากปรมาจารย์นักฆ่าที่หลบซ่อนอยู่หมายจะเอาชีวิตของพวกเขา บางทีพวกเขาทั้งสามก็คงจะตกตายไปเสียนานแล้ว
พวกเขามีประสบการณ์ที่สูงและสามารถมองเห็นข้อความลับที่มาจากมีดสั้นได้ นั่นหมายความว่าปรมาจารย์นักฆ่าผู้นั้นมีหน้าที่แค่ปกป้อง เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
"รีบหนีเร็วเข้า!" นักฆ่าคนสุดท้องตะโกนโดยไม่ลังเลพร้อมทั้งพวยพุ่งด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดเข้าพยุงร่างของนักฆ่าชราแบกบนขึ้นบ่าก่อนจะรีบหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
นักฆ่าร่างสูงใหญ่ได้แต่กัดฟันด้วยความเกลียดชังที่ฉายชัดในแววตา สถานการณ์ในยามนี้มีเพียงความกล้ำกลืนและกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ภารกิจลอบสังหารไป๋เฉินถึงคราวต้องล้มเหลว ซ้ำยังสูญเสียพี่ชายที่รักของตนไปอีกหนึ่งคน ส่งผลให้พวกมันจำต้องรีบหนีไปในทิศทางเดียวกันดุจดั่งสายลมแพร่สะพัด
"ฟิ้ว"
"ฟิ้ว!"
"ฟิ้ว!"
เสียงกระแสลมหวีดโหยหวนร่างทั้งสามหายเข้าไปในผืนป่าขจี สถานการณ์ในยามนี้กลับสู่ความสงบสุขเช่นเดิม ฉินหมิงหยวนและชายหนุ่มทั้งสี่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฉินเยว่ฉานที่เห็นนักฆ่าได้หลบหนีไปแต่นางก็มิได้ไล่ตามแต่อย่างใด หากแต่สอดส่องสายตาไปทั่วทั้งผืนป่าราวกับกำลังพูดลอยๆพลางประสานมือด้วยความเคารพ "ผู้อาวุโสท่านใดอยู่ที่นี่ ได้โปรดแสดงตัวให้ข้าได้ขอบคุณท่านได้หรือไม่?"
ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงัดดุจดั่งป่าช้าร้างโดยที่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับแม้แต่น้อย
นางคาดคิดว่าอาจจะมีปรมาจารย์บางคนได้ช่วยเหลือไป๋เฉินไว้ เพราะหากมีดสั้นนั้นจู่โจมเข้าไป๋เฉินจริงๆคงจะมีเสียงกรีดร้องจากภายในรถม้าแล้ว
ก่อนที่ฉินเยว่ฉานตระหนักได้ นางรีบวิ่งแจ้นเข้าสู่รถม้าร้องออกมาด้วยสีหน้าที่กังวล "ไป๋เฉิน"
นางกวาดม่านไม้ไผ่ที่ปิดกั้นออกอย่างเร่งด่วน ก่อนจะเห็นว่าไป๋เฉินกำลังนอนหลับโดยที่มีมือสองข้างไพล่อยู่หลังคอ เขายกขาขึ้นหนึ่งข้างไขว้กับอีกข้างในลักษณะท่วงท่าที่ไม่เรียบร้อย
"เอ่อ..." ฉินเยว่ฉานไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร่ำไห้ดีเมื่อเห็นฉากนี้
นางอดไม่ได้ที่จะดุด่าติเตียนภายในใจ บุคคลเบื้องนอกกำลังต่อกรและเผชิญหน้ากับนักฆ่ากันอย่างเอาเป็นตายแต่กลับกลายเป็นว่าไป๋เฉินกลับหลับสนิทในสถานการณ์เช่นนี้ได้เสียอย่างนั้น
ไป๋เฉินที่หลับสนิทเบิกตาขึ้นครึ่งหนึ่ง เขาป้องมือที่ปากก่อนจะหาวอย่างงัวเงีย "ห่าว~ แม่นางฉิน...เจ้าสังหารพวกนักฆ่าได้แล้วงั้นหรือ?"
ฉินเยว่ฉานมีสีหน้าบึ้งตึง นางยื่นมืออันเพรียงบางดึงหูเขาด้วยความไม่สบอารมณ์ "เจ้าจะนอนหลับลงในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?"
"อุ๊ย!" ไป๋เฉินไม่ทันจะได้กล่าวอันใด แต่จู่ๆนางก็เข้าโผกอดโอบรอบร่างไป๋เฉินด้วยความเป็นกังวล น้ำตาราวกับหยาดไข่มุกไหลพรากลงสู่อาภรณ์สีขาวของเขาราวกับว่าเพิ่งจมน้ำมา "ไป๋เฉิน ข้าขอโทษที่ข้ามิอาจปกป้องเจ้าได้ทันเวลา...ทั้งที่ข้าเคยสัญญากับเจ้าไว้แล้วแท้ๆ ฮือฮือ~"
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายอันหอมกรุ่นดุจดั่งบุปผานานาชนิด ไป๋เฉินก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในความหลงใหลไปชั่วขณะ ไฟจากท้องส่วนล่างเริ่มที่จะเผาไหม้โดยสัญชาตญาณ
[ กลิ่นกายของนางช่างหอมหวานเย้ายวนเสียนี่กระไร ]
หากเป็นมฤตยูสีขาวเฉกเช่นชีวิตที่แล้ว เขาคงเข้าปลุกปล้ำฉินเยว่ฉานไปนานเสียแล้ว
แต่ทว่าเขาไม่อยากจะมีภาระผูกพันธ์กับผู้ใด ดังนั้นเขาจึงหักห้ามใจตัวเองไว้ก่อน
สุดท้ายไป๋เฉินทำได้เพียงเก็บงำอารมณ์ส่วนลึกไว้ก่อนจะปลอบใจโดยการตบบ่าเบาๆ "ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร..."
ฉินเยว่ฉานปาดน้ำตาจนจมูกช้ำเป็นรอยแดงจาง นางกล่าวถาม "ไป๋เฉิน เหตุใดเจ้าไม่เรียกข้าว่าเยว่ฉานเฉกเช่นเมื่อก่อนเล่า?
ไป๋เฉินลูบหัวด้วยสีหน้าเคอะเขิน พลันกล่าวราวกับเสียงยุง "เยว่ฉาน..." ก่อนที่ฉินเยว่ฉานจะหัวเราะด้วยมือที่ป้องปาก ทั้งสองกลับเข้าสู่สภาวะสนิทสนมกันมากยิ่งกว่าเดิม
ฉินหมิงหยวนที่ฟังอยู่เบื้องนอกกลับต้องกัดฟันกรอด 'เมื่อใดมันจะตกตายไปได้เสียที!'
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเบี่ยงเบนวิถีทิศทางของมีดสั้นนั้นอันเนื่องมาจากการโต้ตอบของไป๋เฉิน
ด้วยการอ่านเคลื่อนไหวของโมเมนตัมที่แม่นยำและสายตาอันเฉียบแหลม เขาสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างละเอียดอ่อน การที่นักฆ่าทั่วไปจะต้องการลอบสังหารราชาแห่งนักฆ่านั้นจะเป็นไปได้อย่างไร?
ไป๋เฉินสามารถอ่านวิถีการเคลื่อนไหวของกระสุนของปืนกลเบาได้อย่างไม่ยากเย็น กระสุนหนึ่งนัดจะพุ่งออกไปและนัดถัดไปภายในเวลา 0.39 วินาที แต่ไป๋เฉินก็สามารถเคลื่อนไหวหลีกเลี่ยงวิถีการสะบัดของกระบอกลำกล้องได้ด้วยซ้ำ!
ในโลกนี้ที่เทคโนโลยียังไม่มีการเข้าถึงอาวุธปืน จึงเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องกังวลใจสำหรับนักฆ่ามือพระกาฬเช่นเขา
สิ่งที่ไป๋เฉินกระทำไปเมื่อครู่คือการเคาน์เตอร์กลับโดยใช้ทฤษฎีโมเมนตัมเชิงมุมด้วยการอ่านทิศทางและใช้มีดสั้นที่นำมาจากตระกูลฉินเพื่อบ่ายเบี่ยงเส้นทางย้อนกลับ ซ้ำยังสามารถควบคุมทิศทางให้มีดสั้นเปลี่ยนเส้นทางตามการเคลื่อนไหวได้ นั่นเป็นทักษะขั้นสูงที่มีเพียงนักฆ่าหรือมือสังหารระดับสูงที่จำต้องลอบสังหารเป้าหมายด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แต่การตอบสนองของร่างกายใหม่ที่ได้ครอบครองก็ยังคงเป็นเรื่องยากลำบากและไม่คล่องแคล่วมากนักสำหรับร่างอันอ่อนแอของไป๋เฉิน จึงส่งผลให้กระดูกไหล่เคลื่อนตัวอันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อที่ไร้พลังปราณส่งผลให้เกิดผลกระทบย้อนกลับ
แต่ไม่ว่าอย่างไรหากเขาสามารถฝึกฝนกล้ามเนื้อให้ได้ในระดับทัดเทียมกับในชีวิตที่แล้ว การจะต่อสู้ด้วยพลังทางกายภาพก็มีโอกาสที่จะเอาชนะผู้ฝึกฝนได้ไม่ยากนัก
.
.
.
ไม่ไกลจากผืนป่าขจีที่รถม้าของตระกูลฉินจอดรออยู่ เผยให้เห็นร่างสีเทาของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ซึ่งยืนอยู่อย่างมั่นคงที่กลางผืนป่า และมีนักฆ่าทั้งสามเมื่อครู่นอนตกตายโดยที่ศีรษะหลุดร่วงออกจากบ่าไปด้วยแววตาที่สิ้นหวังและซากศพของนักฆ่าชราก็นอนอยู่ใกล้เคียงด้วยเช่นกัน
ต้นไม้และต้นหญ้ารอบกายร่างนั้นอาบไปด้วยโลหิตสีแดงฉานปกคลุมกระจัดกระจายเป็นจุดด่างไปรอบๆอาณาบริเวณ
ฉากทัศน์เบื้องหน้าไม่ต่างจากนรกบนดินเลยแม้แต่น้อย!
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนปรากฏขึ้นราวกับเงาเหนือต้นไม้สูงใหญ่ก่อนจะร่อนลงไปยังชายหนุ่มที่เกาะกุมกระบี่เปื้อนโลหิตก่อนจะเอ่ยถาม "ฉางเฟิง ทางเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
ชายหนุ่มที่ชื่อฉางเฟิงหันหน้ากลับมาเผยให้เห็นแววตาหมางเมินไม่แยแส เขาปาดเช็ดรอยโลหิตที่เปื้อนบนใบหน้าก่อนตอบกลับ "พวกมันกำลังกำหนดเป้าหมายไปที่นายน้อยอย่างที่คาดไว้ แต่พวกมันกลับไม่ยอมปริปากใดๆ และดูเหมือนจะมีเพียงระดับเจ้าเมืองเท่านั้นที่จะสั่งการพวกมันได้...แล้วทางเจ้าเล่า? นายน้อยไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่?"
ชายวัยกลางคนผงกศีรษะก่อนกล่าวเอ่ยถึงสถานการณ์อีกด้าน "นายน้อยมิได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วน แต่ดูเหมือนว่ามีปรมาจารย์ผู้หนึ่งได้ช่วยนายน้อยเอาไว้"
ฉางเฟิงเอ่ยถามอย่างฉงน "โอ้? คนผู้นั้นเป็นใคร?"
แต่ชายวัยกลางคนกลับส่ายหน้า "ข้าเองก็มิอาจมองเห็นได้ เพราะจุดที่ข้าหลบซ่อนอยู่คือจุดที่มุมอับสายตา"
ฉางเฟิงเพียงผงกศีรษะบางเบา ก่อนที่เขาจะเอื้อนเอ่ย "อืม...แล้วพวกเราจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้านายน้อยงั้นหรือ?"
ชายวัยกลางคนรีบส่ายหน้าโดยพลัน "ไม่จำเป็น นายน้อยคิดว่าพวกเราได้ตกตายกันไปหมดแล้ว การที่พวกเราปรากฏตัวมีแต่จะทำให้ตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายดายเท่านั้น...ข้าต้องตามหาฆาตกรที่สังหารนายท่านและนายหญิงในมุมมืดเช่นนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นจนกว่าจะรับรู้ได้ว่าผู้ใดเป็นผู้สั่งการ ข้าจะปกป้องนายน้อยเช่นนี้ต่อไป"
ฉางเฟิงทอดถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวถาม "เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสภายในตระกูลฉินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่?
เมื่อได้ยินคำถามนั้นชายวัยกลางคนกัดฟันด้วยสีหน้าที่เกลียดชัง "หึ! มันจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากตระกูลฉิน! แต่พวกเรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดพวกมัน เพราะฉะนั้นการกระทำเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการสืบหาข่าวไปในตัว"
"ฮ่าย~ ไปกันเถอะ เราต้องรีบตามนายน้อยไป ข้ายังมิอาจวางใจได้ว่าเมืองเทียนเตี้ยนจะมีใครบางคนต้องการลอบสังหารนายน้อยอยู่อีกหรือไม่" เมื่อฉางเฟิงพูดจบ ผ้าสะอาดสะอ้านสีขาวปรากฏขี้นก่อนจะเช็ดและลูบลงไปที่ใบกระบี่ ก่อนจะโยนทิ้งผ้าขาวที่เปื้อนโลหิตนั้นไว้กับศพของนักฆ่าทั้งสามก่อนจะหายวับลับตาผสานเข้ากับธรรมชาติโดยสมบูรณ์
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 51
Comments