ตอนที่ 2 : กระบี่สีดำคร่ำครึ

หลังจากล้างหน้าล้างตาจนสะอาดสะอ้านไป๋เฉินดึงผ้าโพกศีรษะออกก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมทั้งจัดระเบียบอาภรณ์ที่สวมใส่ให้เข้าที่ ขณะนี้รัศมีอันทรุดโทรมเส็งเคร็งกลับเปล่งประกายแสงแห่งความจริงจังราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน 

ในระหว่างกำลังเดินตามรอยเท้าของชายหนุ่มทั้งห้าไปอย่างกระชั้นชิด ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะคิดเพ้อฝันภายในใจ "คุณหนูน้อยงั้นหรือ? ข้าควรจะไปสอดแนมดูดีกว่าว่านางเป็นสตรีประเภทใดกัน" 

ไป๋เฉินยังคงมิอาจทำความเข้าใจกับชีวิตใหม่ได้ดีพอ เพราะฉะนั้นตนจำต้องออกเดินทางและสอบถามเกี่ยวกับจารีต ประเพณีและข้อบ่งชี้ต้องห้ามภายในโลกแห่งนี้ 

แม้นแต่เขาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขี้ข้าก็ยังมิอาจตระหนักได้ว่าความทรงจำของร่างเก่านั้นหายไปได้อย่างไร มีเพียงแต่ต้องขุดคุ้ยหลอกถามจากบุคคลรอบกายเสียก่อน

เพราะเขาเองก็มิอาจทราบได้ว่าเจ้าของร่างเก่านี้มีที่มาอย่างไร และมาลงเอยโดยการเป็นทาสได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจนกว่าจะรวบรวมข้อมูลตัวตนได้จนพอสังเขป เขาจะไม่ผลีผลามเคลื่อนไหวโดยบุ่มบ่ามเด็ดขาด

มิเช่นนั้นหากเขาพลั้งเผลอกระทำสิ่งใดที่ผิดสังเกต คงจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูให้ตื่นโดยไม่รู้ตัว

แม้นว่าเขาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาบนโลกนี้ได้ไม่ถึงห้านาที แต่ในใจของเขากลับมีสัญชาตญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่ควรที่จะทำตัวสะดุดตาจนเกินไปหากยังไม่มีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวที่ต้องเดินหมากเขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่ซึ่งอุปนิสัยนี้ได้มาจากการเป็นมือสังหารมากว่าสามสิบปีในชีวิตที่แล้ว

ทันใดนั้นใบหน้าที่หวาดกลัวจากบุคลิกเก่ากลับกลายเป็นความเคร่งขรึมและห่างเหินราวกับว่าเขาเป็นบุคคลเดียวที่อยู่อย่างโดดเดียวเงียบเหงาบนโลกใบนี้ "ต่อจากนี้ข้าจำต้องแสร้งทำเป็นความจำเสื่อมเท่านั้น หากทำเช่นนั้นข้าจะได้ข้อมูลมากมายภายในเวลาอันสั้นที่สุด"

.

.

.

~ เมืองเทียนหยุน ~

คฤหาสน์ไม้สลักอันงดงามสูงใหญ่ตระการตา เบื้องหน้าทางเข้านั้นปรากฏให้เห็นป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่จารึกอักษรไว้ว่าฉิน

สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในตระกูลที่อาศัยอยู่ในทวีปเทียนหลางอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งในทวีปเทียนหลางนั้นประกอบไปด้วยเมืองสี่เมืองที่ประจำตำแหน่งทั้งสี่ทิศได้แก่ เมืองเทียนหยุน เมืองเทียนเหลย เมืองเทียนเฟิงและเมืองเทียนเตี้ยน

ซึ่งเมืองเทียนหยุนนั้นตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทวีปเทียนหลางอันกว้างใหญ่ที่ซึ่งเป็นโลกของผู้ฝึกฝนพลังฉีหรือพลังปราณอย่างที่ทราบโดยทั่วกัน และมีการแบ่งชนชั้นของระดับการบ่มเพาะออกเป็นเก้าระดับและแต่ละระดับก็มีถึงเก้าขั้นตอน

โดยปกตินั้นบุคคลที่ประจำตำแหน่งเจ้าเมืองแต่ละเมืองต้องขึ้นตรงกับผู้มีอำนาจจากทวีปเทียนหลางเป็นผู้แต่งตั้งยศถา ยกตัวอย่างเช่นว่าเมืองเทียนหยุนที่ซึ่งไป๋เฉินอาศัยอยู่พำนักพักพิงนี้อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของตระกูลฉินที่ซึ่งนับว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่วยวดในอาณาจักรเทียนหยุน ดังนั้นความเป็นอยู่ของตระกูลฉินนั้นนับได้ว่าเป็นที่นับหน้าถือตาภายในเมืองเทียนหยุนเป็นอย่างยิ่ง

แต่ทว่าทวีปเทียนหลางอันกว้างใหญ่กลับมีสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากผู้ฝึกฝนอีกต่างๆนานาอีกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนโบราณ ช่างหลอมศาสตราวุธและไม่เว้นแม้แต่แพทย์โอสถที่ซึ่งเป็นที่น่าเคารพสูงสุดภายในทวีปนี้

แต่แล้วกฏเหล็กของโลกใบนี้กลับเป็นกฏของความแข็งแกร่งของปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่ซึ่งผู้อ่อนแอไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆเฉกเช่นเดียวกับสมัยของราชวงศ์โบราณ

หากไม่มีความแข็งแกร่งก็จะไม่มีวันได้ดั่งใจสมปรารถนา มีเพียงแต่ว่าจำต้องดิ้นรนฝ่าฟันด้วยตนเองเท่านั้นหากเกิดมาในตระกูลอันต่ำต้อย

และเนื่องด้วยที่ว่าไป๋เฉินมิอาจทราบสิ่งใดเกี่ยวกับที่มาของตนได้แม้แต่น้อยนิด เขาตัดสินใจเงี่ยหูฟังการสนทนาของพ่อบ้านและข้ารับใช้คนอื่นไปตลอดทั้งเส้นทางสวนบุปผาขนาดใหญ่ที่ซึ่งเป็นทางเดินหินอ่อนตรงไปยังอาคารที่มีชายหนุ่มทั้งห้านำทางไป ซึ่งฝูงชนส่วนใหญ่แล้วต่างก็ติฉินนินทาต่างๆนานามายังตนที่ซึ่งเป็นขี้ข้าไร้ประโยชน์เท่านั้น

"ข้าได้ยินมาว่าไป๋เฉินตกลงสู่ก้นหุบเหวไปแล้วมิใช่หรอกหรือ? และตอนที่เฉียนซุนนำมันกลับมา อาการมันอิดออดโรยรินใกล้จะสิ้นลมแล้วด้วยซ้ำ"

"นับว่าดวงวาสนาของมันดีพอสมควร หากเป็นบุคคลปกติทั่วไปเกรงว่าคงมิอาจยื้อชีวิตไว้ได้ถึงเพียงนี้เป็นแน่"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เพียงแค่ไปเก็บสมุนไพรไม่คาดคิดว่ามันจะพลั้งเผลอตกลงไปที่ก้นหุบเหวจริงๆ" 

"อย่างไรก็ดี...แม้นว่ามันจะกลับมาจากความตายได้ แต่บางทีหากมันต้องตกตายไปอาจจะยังดีกว่าโดนปรามาสและเหยียดหยามอยู่ทุกวี่วันเช่นนี้ หากจะกล่าวว่ามันมีวาสนาที่ดีก็คงจะมิใช่นัก"

"ถูกต้อง หากมันต้องตกตายไป บางทีมันอาจจะสะดวกสบายคลายความกังวลได้และความทุกข์ทรมานได้พอสมควร"

"..."

ไป๋เฉินกำลังกลั่นกรองข้อมูลจากคำนินทารอบข้างอย่างฉงน ในสายตาของตนกำลังฉายแววครุ่นคิด "ดูเหมือนว่าบุคลิกเก่าของเจ้าร่างนี้คือขี้ขลาด ขี้หวาดกลัว ไร้ประโยชน์ อ่อนแอและปวกเปียก...เพราะฉะนั้นข้าจำต้องเล่นคล้อยตามบทตามบาทไปเสียก่อน"

แต่เมื่อคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง มันช่างยากแสนเข็ญที่บุคคลที่มีอาชีพเป็นนักฆ่าจะต้องมาแสดงละครตบตาเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดีมีเพียงแต่ต้องทำให้แนบเนียนจนถึงที่สุดก่อนที่เขาจะได้รับข้อมูลที่มากเพียงพอ

ชายหนุ่มทั้งห้าที่เดินนำหน้าพลันหยุดชะงักงัน ก่อนที่ชายหนุ่มอาภรณ์สีฟ้าจะหันไปด้านหลังก่อนจะเอ่ยด้วยมุมปากที่ขดเป็นรอยยิ้มเป็นห่วงเป็นใย "ไป๋เฉิน ไฉนเจ้าไม่ลองเลือกอาวุธก่อนหละ?"

แม้นว่าประโยคของชายหนุ่มผู้นี้จะแลดูเหมือนหวังดี แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี้ต่างก็รับรู้ได้ว่าไป๋เฉินนั้นแทบจะหยิบจับสิ่งใดไม่ได้ด้วยความอ่อนแอทางกล้ามเนื้อ อย่าว่าแต่ใช้งานอาวุธเลย แม้แต่งานยกของตกแต่งหรือแจกันก็ยังยากที่จะประคับประคองไม่ให้ตกแตกได้ด้วยซ้ำ

ใบหน้าละเอียดอ่อนของไป๋เฉินยังคงแสดงสีหน้าที่ไม่เข้าใจและท่าทีที่หวาดกลัว "ขะ-ข้าสามารถใช้อาวุธได้ด้วยงั้นหรือ?"

ชายหนุ่มอาภรณ์สีฟ้าหัวเราะร่าด้วยการแสดงออกที่เหยียดหยาม "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! แน่นอน ภารกิจของพวกเราในครานี้คือการคุ้มครองคุณหนูน้อยที่จะเดินทางไปยังตำหนักโอสถของมหาแพทย์ตู้ชิง และในระหว่างทางอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพราะฉะนั้นต่อให้เจ้าเป็นขี้ข้าหรือบุคคลที่ไร้ประโยชน์เพียงใด ขอเพียงแค่เจ้าสละชีวิตของเจ้ากับคุณหนูน้อยได้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว"

บุคคลรอบข้างต่างก็ส่งเสียงต่ำหัวเราะเย้ยหยันกันทุกผู้คน ราวกับว่าสิ่งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดเป็นกิจลักษณะของไป๋เฉินแต่เพียงผู้เดียว

ไป๋เฉินทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

และแม้นว่าฝูงชนจะเยาะเย้ยเขาสักเพียงใด เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะโกรธได้ลง เพราะตนมิใช่ไป๋เฉินที่ไร้ประโยชน์ผู้นั้นอีกต่อไป 

แม้นว่าจะไม่มีพลังปราณและมีกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ แต่ทว่าทักษะที่ได้ฝึกฝนมายังคงฝังลึกอยู่ในสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวในทุกฝีก้าว หากมีอาวุธมีคมเพียงแค่หนึ่งอย่าง เขาสามารถเคลื่อนไหวกระทำการสังหารทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ภายในไม่ถึงสิบลมหายใจเสียด้วยซ้ำ

ไป๋เฉินเดินตรงไปยังทิศทางที่พวกเขาชี้ชัดให้ไป ฝีเท้าของเขาย่างกรายอย่างปวกเปียกโดยที่ไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต และท่วงท่าลักษณะการย่างก้าวส่งผลให้พวกเขาที่เฝ้ามองต่างก็อัดอั้นมิให้เผลอหลุดขำออกมา 

ริมฝีปากของชายหนุ่มอาภรณ์สีฟ้าขดเป็นรอยยิ้มแสยะ เมื่อได้ยินไป๋เฉินถูกประนามและเหยียดหยามส่งผลให้จิตใจของมันแจ่มใสอย่างบอกไม่ถูก

ทันใดนั้นฝีเท้าของไป๋เฉินก็หยุดลงที่กล่องไม้ซอมซ่อ หางตาของเขากำลังจดจ่อปราดมองไปยังอาวุธที่ตั้งอยู่สะเปะสะปะภายใน 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาวุธที่กองอยู่เบื้องหน้าต่างก็มีคุณภาพที่ด้อยค่าทั้งสิ้น

ทันใดนั้นหางตาของเขาประสบพบเข้ากับบางสิ่ง ด้านในนั้นเป็นกระบี่สีดำคร่ำคร่าราวกับว่าเป็นศาสตราวุธที่ชำรุด พร้อมกับปลอกกระบี่ลวดลายสีทองที่แลดูมีคุณค่า แต่ทว่าตนกลับสามารถเห็นรอยจางๆได้ว่าคมกระบี่ด้านในนั้นเกรอะกรังไปด้วยสนิมเกาะกุม

เขายื่นมือเอื้อมไปหยิบกระบี่ขึ้นมาอย่างยากลำบากราวกับว่าไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอ ฉากที่ปรากฏส่งผลให้เสียงหัวร่อรอบข้างดังกระหึ่มยิ่งกว่าเก่า

ไม่ทันที่ไป๋เฉินจะได้หยิบกระบี่ขึ้นมา ชายหนุ่มในอาภรณ์ฟ้ากลับกล่าวอย่างเสียดสี "โอ้? ไม่คาดคิดว่าครานี้เจ้าจะเลือกกระบี่ ข้าคิดว่าเจ้าจะเลือกไม้กวาดเฉกเช่นทุกทีเสียอีก"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ครานี้มันไม่เลือกไม้กวาดแล้ว สงสัยมันคงต้องการนำเอากระบี่ไปกวาดพื้นเป็นแน่"

มุมปากของไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะกระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาลามไปด้วยรอยแดงจางอย่างละอายใจ 

[ ตัวตนเก่าของร่างนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่? หยิบไม้กวาด? เอาไม้กวาดมาเป็นอาวุธ? ช่างน่าอัปยศอดสูเสียนี่กระไร! ]

ทว่าไป๋เฉินกลับมิได้สนใจคำพูดรอบข้างแต่อย่างใด หากแต่ยื่นมือออกไปหยิบยกกระบี่สีดำคร่ำครึกขึ้นมาอีกครา

แต่แล้วเมื่อยกกระบี่เล่มนั้นออกมาจากกล่องได้ กลับบังเกิดภาพที่ไม่คาดฝัน เมื่อกระบี่เล่มนั้นพลัดตกร่วงหล่นจากมือราวกับว่ามีน้ำหนักเกินไปที่แรงแขนของไป๋เฉินจะรับไหว ข้อมือสีขาวเนียนอันสดใสกลับบังเกิดการสั่นสะท้านให้เห็นได้อย่างเด่นชัด

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

"แค่ไม้กวาดก็แทบจะยกไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่มันกลับเลือกกระบี่เสียได้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เมื่อได้ยินเสียงสมน้ำหน้าจอแจตอบสนองจากรอบข้าง ไป๋เฉินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก "ดูเหมือนว่าการแสดงของข้ายังคงไม่เป็นสองรองใครจริงๆ ด้วยการแสดงเพียงแค่นี้พวกมันก็เชื่ออย่างสนิทใจเสียแล้ว"

มือซ้ายเกาะกุมกระบี่แน่นในขณะที่มือขวาพยายามจะดึงกระบี่ออกมาจากปลอกสีทองอย่างทุลักทุเล

"ครืด~" 

เสียงที่ดังออกมานั้นคือการเสียดสีระหว่างสนิมที่เขรอะกรังภายในคมกระบี่ในขณะที่มิอาจดึงมันออกมาได้แม้แต่มิลเดียว

[ ไอ้บ้า! ไม่ว่าจะมองอย่างไรกระบี่เล่มนี้ก็เป็นของดีอย่างเห็นได้ชัด แต่ไฉนมันจึงติดสนิมเกาะแน่นจนดึงออกมาไม่ได้เช่นนี้? ]

เมื่อพยายามอยู่นานสองนานไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะตัดใจแต่ก็เก็บกระบี่ไว้แนบชิดกับตัว ก่อนจะกวาดสายตามองไปในกล่องไม้นั้นอีกครา 

ก่อนที่ในวินาทีต่อมาเขากลับเลือกหยิบมีดสั้นสีดำขลับออกมาสี่เล่มทดแทน

"แม้นรูปทรงรูปร่างจะไม่ค่อยปราณีตและการตีขึ้นรูปไม่ค่อยจะสมดุล แต่อย่างไรแค่เพียงใช้เข่นฆ่าได้ถือว่าเป็นพอ" ไป๋เฉินนำมีดสั้นสี่เล่มเหน็บไว้ตรงเอวสี่มุม หากจะมองตามบุคคลปกติการเก็บอาวุธไว้ในที่แห่งนี้เป็นตำแหน่งที่ยากจะหยิบจับมาใช้งาน แต่ในฐานะมือสังหารแล้วไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนหรืออาวุธมีคมใดๆกลับเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการหยิบจับเป็นอย่างดี

เลือกตอน
1 ตอนที่ 1 : ไป๋เฉิน
2 ตอนที่ 2 : กระบี่สีดำคร่ำครึ
3 ตอนที่ 3 : ฉินเยว่ฉาน
4 ตอนที่ 4 : อดีตของไป๋เฉิน
5 ตอนที่ 5 : การซุ่มโจมตีระหว่างทาง
6 ตอนที่ 6 : เป้าหมายที่แท้จริงของนักฆ่า
7 ตอนที่ 7 : สังหาร!
8 ตอนที่ 8 : ตำนานไป๋หนานเทียน
9 ตอนที่ 9 : เมืองเทียนเตี้ยน
10 ตอนที่ 10 : ความพยายามลอบสังหาร
11 ตอนที่ 11 : พิษคร่าหัวใจ
12 ตอนที่ 12 : เนินเขาเทียนหยุน
13 ตอนที่ 13 : ไป๋เฉินและไป๋เฉิน (1)
14 ตอนที่ 14 : ไป๋เฉินและไป๋เฉิน (2)
15 ตอนที่ 15 : การจากไปตลอดกาล
16 ตอนที่ 16 : กำเนิดจักรพรรดิมาร
17 ตอนที่ 17 : การหารือในห้องโถงใหญ่
18 ตอนที่ 18 : พยายามจะกัดมือที่เลี้ยง
19 ตอนที่ 19 : ประตูสำริดลึกลับ
20 ตอนที่ 20 : รากปราณมารเก้าเนตร
21 ตอนที่ 21 : เป้าหมายของสองพ่อลูก
22 ตอนที่ 22 : สมาพันธ์นักฆ่า
23 ตอนที่ 23 : อ้างสิทธิ์
24 ตอนที่ 24 : เคล็ดวิชานอกรีต
25 ตอนที่ 25 : ศาลาเมฆินทร์
26 ตอนที่ 26 : ต่อรอง
27 ตอนที่ 27 : เผชิญหน้า
28 ตอนที่ 28 : กำเนิดศาลาปีกสวรรค์
29 ตอนที่ 29 : ตัวปัญหา
30 ตอนที่ 30 : ตราประทับโลหิตติดตาม
31 ตอนที่ 31 : ฉินหมิงหยวนผู้คั่งแค้น
32 ตอนที่ 32 : การทรมาน
33 ตอนที่ 33 : แขวนประจาน
34 ตอนที่ 34 : แผนการกำจัด
35 ตอนที่ 35 : บีบบังคับสังหาร
36 ตอนที่ 36 : ผู้สมรู้ร่วมคิด
37 ตอนที่ 37 : มอบภารกิจ
38 ตอนที่ 38 : การมาถึงของแพทย์จากแผ่นดินใหญ่
39 ตอนที่ 39 : จูเก่อชิงหยุน
40 ตอนที่ 40 : ความรัก?
41 ตอนที่ 41 : ตราประทับทาส
42 ตอนที่ 42 : เพลิงราคะ (NC18+)
43 ตอนที่ 43 : เสริมกำลัง
44 ตอนที่ 44 : ความโกลาหล
45 ตอนที่ 45 : ฝันร้ายของตระกูลหยาง
46 ตอนที่ 46 : ตระกูลหยางเคลื่อนทัพ
47 ตอนที่ 47 : บุกรุกคฤหาสน์กองโจรมายา
48 ตอนที่ 48 : งานเลี้ยงราชานรก!
49 ตอนที่ 49 : ช่วยเหลือหญิงงาม
50 ตอนที่ 50 : แพะรับบาป
51 ตอนที่ 51 : ความโหดเหี้ยม
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 51

1
ตอนที่ 1 : ไป๋เฉิน
2
ตอนที่ 2 : กระบี่สีดำคร่ำครึ
3
ตอนที่ 3 : ฉินเยว่ฉาน
4
ตอนที่ 4 : อดีตของไป๋เฉิน
5
ตอนที่ 5 : การซุ่มโจมตีระหว่างทาง
6
ตอนที่ 6 : เป้าหมายที่แท้จริงของนักฆ่า
7
ตอนที่ 7 : สังหาร!
8
ตอนที่ 8 : ตำนานไป๋หนานเทียน
9
ตอนที่ 9 : เมืองเทียนเตี้ยน
10
ตอนที่ 10 : ความพยายามลอบสังหาร
11
ตอนที่ 11 : พิษคร่าหัวใจ
12
ตอนที่ 12 : เนินเขาเทียนหยุน
13
ตอนที่ 13 : ไป๋เฉินและไป๋เฉิน (1)
14
ตอนที่ 14 : ไป๋เฉินและไป๋เฉิน (2)
15
ตอนที่ 15 : การจากไปตลอดกาล
16
ตอนที่ 16 : กำเนิดจักรพรรดิมาร
17
ตอนที่ 17 : การหารือในห้องโถงใหญ่
18
ตอนที่ 18 : พยายามจะกัดมือที่เลี้ยง
19
ตอนที่ 19 : ประตูสำริดลึกลับ
20
ตอนที่ 20 : รากปราณมารเก้าเนตร
21
ตอนที่ 21 : เป้าหมายของสองพ่อลูก
22
ตอนที่ 22 : สมาพันธ์นักฆ่า
23
ตอนที่ 23 : อ้างสิทธิ์
24
ตอนที่ 24 : เคล็ดวิชานอกรีต
25
ตอนที่ 25 : ศาลาเมฆินทร์
26
ตอนที่ 26 : ต่อรอง
27
ตอนที่ 27 : เผชิญหน้า
28
ตอนที่ 28 : กำเนิดศาลาปีกสวรรค์
29
ตอนที่ 29 : ตัวปัญหา
30
ตอนที่ 30 : ตราประทับโลหิตติดตาม
31
ตอนที่ 31 : ฉินหมิงหยวนผู้คั่งแค้น
32
ตอนที่ 32 : การทรมาน
33
ตอนที่ 33 : แขวนประจาน
34
ตอนที่ 34 : แผนการกำจัด
35
ตอนที่ 35 : บีบบังคับสังหาร
36
ตอนที่ 36 : ผู้สมรู้ร่วมคิด
37
ตอนที่ 37 : มอบภารกิจ
38
ตอนที่ 38 : การมาถึงของแพทย์จากแผ่นดินใหญ่
39
ตอนที่ 39 : จูเก่อชิงหยุน
40
ตอนที่ 40 : ความรัก?
41
ตอนที่ 41 : ตราประทับทาส
42
ตอนที่ 42 : เพลิงราคะ (NC18+)
43
ตอนที่ 43 : เสริมกำลัง
44
ตอนที่ 44 : ความโกลาหล
45
ตอนที่ 45 : ฝันร้ายของตระกูลหยาง
46
ตอนที่ 46 : ตระกูลหยางเคลื่อนทัพ
47
ตอนที่ 47 : บุกรุกคฤหาสน์กองโจรมายา
48
ตอนที่ 48 : งานเลี้ยงราชานรก!
49
ตอนที่ 49 : ช่วยเหลือหญิงงาม
50
ตอนที่ 50 : แพะรับบาป
51
ตอนที่ 51 : ความโหดเหี้ยม

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!