[FIC NARUTO] โลกนี้มีอะไร
การสูญเสีย (พาร์ท 1)
- 2 วันหลังจากการต่อสู้ -
เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นจบลงไปแล้ว หลงเหลือไว้แต่เพียงความโศกเศร้า
เด็กสาวยืนมองผู้คนมากมายที่สวมใส่เครื่องแบบสีดำกำลังยืนอยู่ที่ลานกว้างบริเวณที่เคารพศพของท่านรุ่น3
เธอไม่ได้เข้าไปร่วมพิธีศพแต่อย่างใด ทำเพียงแค่เฝ้ามองดูจากที่ไกลๆก็เท่านั้น
คาซึมิ
ถ้าฉันเข้าไปช่วยไม่ให้ท่านรุ่น3ตาย
คาซึมิ
อนาคตมันจะเปลี่ยนไปรึเปล่า
ความคิดนั้นดังวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในหัวของเธอตลอดทั้งวัน แม้จะสลัดมันออกไปหลายครั้ง แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ มันก็อดคิดขึ้นมาอีกไม่ได้อยู่ดี
ฟูยุ
(เจ้าจะมามัวเสียใจอะไร)
เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะเหม่อมองไปเบื้องหน้า พลางหลับตาลงและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
คาซึมิ
ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับตระกูล
ฟูยุ
(ถ้าอยากจะรู้ขนาดนั้น..)
ฟูยุ
(เข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนานซะ)
ฟูยุ
(ถ้างั้นหลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรล่ะ)
คาซึมิ
สถานที่ที่ทุกคนเรียกมันว่าสุสานตระกูลซูงาฮาระในปัจจุบันนี้
ฟูยุ
(ถ้าไปอีกรอบ มันจะต่างจากเดิมตรงไหน)
คาซึมิ
ครั้งนี้อาจจะมีอะไรต่างไปจากเดิมก็ได้
คาซึมิ
หวังว่าโลกนินจาแห่งนี้จะไม่มีผีนะ
ฟูยุ
(เจ้ากลัวอะไรแบบนี้ด้วยหรอ)
ปากบางเอ่ยพูดพร้อมทั้งก้าวเดินไปด้านหน้า ที่มีประตูไม้สีซีดขวางกั้นพื้นที่ภายในตัวบ้าน
อีกทั้งกำแพงหนาที่ยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม
แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้ว แต่สภาพพื้นที่ของบ้านหลังนี้ยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
บ้านหลังนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยบ้านหลังเล็กๆที่แตกย่อยสาขากันออกไป
หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า 'ตระกูลรอง'
คาซึมิ
ฉันต้องไปที่ห้องใต้ดิน
สองมือวางนาบไปกับบานประตูที่ดูเหมือนกับจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ก่อนที่เธอจะหลับตาลง เปิดสัมผัสการรับรู้ทั้งหมด และนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้
ความทรงจำมากมายที่เคยพบเห็นในยามนิทรา ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ลมหายใจของเด็กสาวเริ่มผ่ะแผ่ว ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะลืมขึ้นมาอีกครั้ง
คาซึมิ
จะไม่เปิดให้ฉันเข้าไปหรอ
เธอเอ่ยพึมพำเสียงเบา ราวกับว่าหากพูดออกไปแล้วจะมีเสียงตอบกลับมาอย่างไรอย่างนั้น
คาซึมิ
หรือว่าต้องใช้เลือดเหมือนคราวก่อน
ความสงสัยปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมทั้งมือบางที่เตรียมจะใช้มีดที่พกติดตัวมาด้วยกรีดบนฝ่ามือของตนเอง
คาซุยะ
(ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอก)
คาซุยะ
(ผู้สืบทอดที่เหลืออยู่ของข้า)
คาซุยะ
(นานแล้วที่เจ้าจากไป)
สุรเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ แต่จุดที่น่าจะดังที่สุดคงจะเป็นภายในตัวบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้
ประตูไม้บานเก่าเปิดออกกว้าง ต้อนรับการมาของผู้สืบทอดที่หลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว
ขาเรียวเล็กก้าวเข้าไปด้านใน พบเจอกับลานกว้างบริเวณหน้าบ้านที่ถูกปูด้วยหินกรวด เป็นดั่งสถานที่ฝึกชั้นดีเลยทีเดียวเชียว
รอบข้างทั้งซ้ายและขวา แต่เดิมมันเคยประดับไปด้วยดอกไม้หลากชนิด แต่บัดนี้กลับไร้ซึ่งสิ่งสวยงามเหล่านั้น มีเพียงหญ้าสีเขียวขจีขึ้นรกหูรกตา
คาซุยะ
(ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าเชยชมหรอก)
เสียงนั้นยังคงดังขึ้นเรื่อยๆจนเด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น แม้จะคุ้นเคยกับมันมาก แต่ก็ยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่าคนที่พูดกับเธออยู่นั้นคือใคร
คาซึมิสลัดความคิดทุกอย่างทิ้งไป ก่อนจะเดินเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งยังคงหลงเหลือข้าวของเครื่องใช้ที่สภาพของมันพุพังไปจนหมดแล้ว
สองขาก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆไม่มีหยุด จนกระทั่งมาถึงจุดหมายในที่สุด
คาซึมิ
ต้องขอบคุณภาพในความทรงจำนะ
คาซึมิ
ที่ทำให้ฉันเดินมาถูกทาง
ในระหว่างที่กำลังสำรวจดูรอบๆอยู่นั้น เสียงปริศนาที่ไร้ซึ่งร่างของคนพูดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันกลับชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าเสียงนั้นพูดอยู่ข้างๆหูของเธอเลย
ไม่ใช่แค่เสียงในความคิด หรือเสียงที่ได้ยินแบบผ่านๆ
คาซุยะ
(นี่เจ้าลืมอาจารย์ของตัวเองไปแล้วงั้นหรือ)
คาซุยะ
(ในยามนิทราเจ้าก็ได้เห็นมันแล้วนี่)
เด็กสาวนิ่งเงียบ เธอปรายตามองไปทั่วทั้งบริเวณ ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับห้องๆหนึ่ง ซึ่งเธอจำได้ว่ามันคือ...
คาซุยะ
(เผื่อว่าเจ้าจะจำอะไรได้มากกว่านี้)
คาซุยะ
(แต่ระวังหน่อยก็ดี)
คาซุยะ
(เพราะในนั้นมีสัตว์ดุร้ายอยู่ด้วย)
คาซึมิ
มันจะเป็นไปได้ยังไง
คาซึมิ
ที่นี่ถูกปิดไปตั้งกี่ปีแล้ว
คาซึมิ
ทำไมถึงยังมีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ในนี้อีก
คาซุยะ
(ถ้าบอกก่อนเจ้าก็จะไม่ตกใจนี่)
คาซึมิ
ทำไมฉันต้องตกใจด้วยคะ
คาซุยะ
(อย่ามัวชักช้าอยู่เลย)
คาซึมิ
เข้าไปแล้วฉันคงไม่ถูกอะไรฆ่าตายในนั้นใช่มั้ย
(คาซึมิ) : มันไม่มีอะไรหรอก อีกฝ่ายคงแค่ขู่ฉันเล่น
เมื่อคิดได้แบบนั้น เด็กสาวจึงไม่ลังเลยที่จะมุ่งตรงสู่สถานที่อันน่าลึกลับและพิศวง ที่เพียงแค่เฉียดกรายเข้าไปใกล้ ก็รู้สึกได้ถึงความน่าขนหัวลุกทันทีทันใด
ลมที่มาจากไหนไม่อาจทราบได้ตีเข้าหน้าอย่างจังจนคาซึมิต้องหลับตาปี๋
มือบางปัดป่ายไปมาเพื่อไขว่คว้าและคลำหาทางไปเรื่อย เพราะเศษฝุ่นที่กระเด็นเข้าตาทำให้วิศัยทัศน์เบื้องหน้าพร่าเบลอจนมองแทบไม่เห็น
เธอบ่นพึมพำพลางเดินไปข้างหน้าต่อ แม้จะผ่านไปสักระยะ ก็ยังไม่ถึงจุดหมายเสียที ทั้งๆที่ด้านหน้าเธอตอนนี้ควรจะเป็นประตูห้องที่ด้านในเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างสุสานลับของตระกูลแล้ว
คาซึมิ
ทำไมทางเดินมันถึงได้ไกลแบบนี้เล่า
คาซึมิ
มันควรจะถึงได้แล้วสิ
ซ้ำอาการเคืองตาทำให้มือบางต้องยกขึ้นมาขยี้มันหลายต่อหลายครั้ง แต่ความเจ็บแสบจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้านในก็ยังไม่หายไปเสียที
คาซึมิ
แต่ฉันยังแสบตาอยู่เลยนะคะ
คาซุยะ
(ความจริงในอดีตกำลังปรากฏ)
คาซุยะ
(ถ้าไม่อยากพลาดตอนสำคัญก็ลืมตาซะสิ)
จากนั้นก็ไร้ซึ่งเสียงใดตอบกลับมา มีเพียงความเงียบและบางสิ่งบางอย่างที่เธอรู้สึกได้จากรอบตัวในตอนนี้
จู่ๆก็เกิดเสียงการสนทนาของคนหลายๆคนอยู่รอบทิศทาง แม้ตาจะยังปิดอยู่ แต่หูก็คอยรับฟังเสียงเหล่านั้นอย่างตั้งใจ
👥 : ถูกขับไล่ออกมาจากหมู่บ้านไม่พอ ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกกบฏ
👥 : พวกนั้นคิดได้ไงว่าเราจะทรยศต่อหมู่บ้าน
👥 : ท่านรุ่น1ก็พอกัน หลงเชื่อเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของนายอุจิวะคนนั้นเสียได้
เสียงมากมายที่ฟังดูแล้วต่างก็เจือปนไปด้วยความทุกข์ ความเศร้าโศก และผิดหวังปะปนกันไป
อีกมากมายสารพัดคำพูดที่ฟังแล้วชวนให้เด็กสาวรู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้
และทันทีที่ลืมตา ภาพเบื้องหน้าก็ทำเอาเธอสับสนจนไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้
ผู้คนแปลกหน้าทั้งหญิงและชายกำลังวิ่งกันให้วุ่น ดูสับสนอลม่าน ไร้ซึ่งหนทางหนี
คาซึมิ
เรื่องบ้าอะไรอีกเนี่ย
ราวกลับว่าตัวเธอย้อนกลับมายังอดีต... กลับมายังจุดเริ่มต้น
คนแล้วคนเล่าวิ่งผ่านทะลุร่างของเธอไป เสมือนดั่งวิญญาณที่ไร้จุดหมาย
คาอิดะ
พาน้องไปที่สุสานลับชั้นใต้ดิน
คาอิดะ
เดี๋ยวพ่อกับแม่จะตามไป
คาอิดะ
ตอนนี้สถานการณ์มันแย่ลง
คาอิดะ
พ่อควบคุมมันไว้ไม่ได้แล้ว
คาอิดะ
พ่อห้ามพวกเขาไม่ได้
เสียงอันคุ้นเคยเรียกให้คาซึมิต้องหันไปมองในทันที เพราะเธอจำได้ดีว่านั่นคือเสียงของใคร
คนทั้ง4คนยืนล้อมวงราวกับปรึกษาหารือ ใบหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดกันอย่างถึงที่สุด หนึ่งในนั้นคือเด็กสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอในตอนนี้
คำถามนั้นได้รับคำตอบเป็นภาพเบื้องหน้าเรียบร้อยแล้ว
ซ้ำเรื่องราวมากมายที่ถูกถ่ายทอดผ่านความฝันในตอนที่เธอตกอยู่ในห้วงนิทราก็เป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าภูมิหลังของเธอนั้นเป็นมาอย่างไร
คาอิดะ
ไปหลบอยู่ข้างล่างก่อน
คาอิดะ
แล้วพ่อกับแม่จะรีบไปหานะ
ชายผู้เป็นบิดาเอ่ยบอกลูกชายและลูกสาวของตนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ตามมาด้วยมือหนาที่ลูบกลุ่มผมนุ่มของทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน
เอยะ
พ่อกับแม่ต้องไปตร่ะเตรียมบางอย่าง
เอยะ
ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพวกเราจะรีบตามลงไปนะ
เอยะพูดพลางส่งยิ้มไปให้ลูกสาวคนเล็ก ก่อนจะหันไปหาลูกลายคนโตที่มองมาอย่างรู้กัน
พวกเขากำลังคิดที่จะทำบางอย่าง
คาซึมิ
รู้สึกใจคอไม่ดีเลยแหะ
มือบางยกขึ้นลูบไปมาบริเวณอกข้างซ้ายของตนเอง หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพราะกำลังตื่นเต้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะอะไรก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน
อาการนี้มันมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นแปร๊บไปทั่วทั้งร่าง ราวกับว่าโรคร้ายกำลังกำเริบหนัก และส่งผลให้ร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
คาซึมิ
จะมาออกอาการตอนนี้ไม่ได้นะ
เธอกัดฟันพูดกับตัวเองเสียงแผ่ว ในขณะเดียวกัน สองขาก็ก้าวเดินตามสองพี่น้องนั่นลงไปที่ชั้นใต้ดินอย่างทุลักทุเล
คาซึมิ
แล้วตรงนั้นก็ด้วย..
ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ทันทีที่เธอลงมาจนถึงชั้นใต้ดิน สายตาก็เหลือบไปเห็นแท่นพิธีรูปทรงประหลาดตั้งอยู่กลางพื้นที่โล่ง ถัดไปคือหินรูปทรงแปลกตาที่ด้านบนสลักชื่อเอาไว้ด้วย และมันไม่ได้มีแค่อันเดียวเนี่ยสิ...
นอกจากนั้น ใกล้ๆกับแท่นพิธียังมีโลงศพที่ด้านในว่างเปล่าตั้งอยู่ด้วย
ไรท์ : แนบภาพประกอบค่ะ5555 จะดูรู้เรื่องกันมั้ยก็อีกเรื่อง ไรท์วาดค่อนข้างงง🤣
คาซึมิ
ไอ้ที่ตั้งอยู่รอบๆนั่นคือหลุมศพหรอ
แม้จะเอ่ยถามออกไปแบบนั้น แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามของเธอได้
ในตอนนี้เธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ย้อนกลับมายังอดีตเท่านั้น อาจจะด้วยกลไกบางอย่างจึงทำให้เธอสามารถย้อนกลับมาเพื่อรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้
นิ้วเรียวชี้ไปยังด้านบนของแท่นพิธี ซึ่งบัดนี้รอบข้างของมันปรากฏเป็นอักขระและตัวอักษรที่เด็กสาวไม่สามารถอ่านมันออกได้
คาซึมิ
ทำไมข้าต้องไปยืนอยู่บนนั้นด้วยคะ
คะเซะ
อีกเดี๋ยวท่านพ่อกับท่านแม่ก็กำลังจะมาแล้ว
คะเซะ
พี่ต้องเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย
คะเซะ
ไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย
เด็กสาวที่ในตอนนั้นยังคงใสซื่อและอ่อนต่อโลกอยู่มาก เชื่อฟังคำกล่าวของพี่ชายตนเอง ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนตรงกลางบนแท่นพิธีนั้นโดยไม่เอ่ยถามอะไรให้มากความอีก
ผู้เป็นบิดาปรากฏตัวหลังจากที่ปล่อยให้ลูกทั้งสองล่วงหน้ามาที่นี่ก่อน
ด้านหลังของเขาคือเอยะที่ตามมาสมทบได้อย่างทันท่วงที
เอยะ
ลูกต้องยืนอยู่ตรงนั้น
คาซึมิ
จะทำ...อะไรกันหรอคะ
คาอิดะ
ทุกอย่างที่พวกเราทำก็เพื่อลูกนะ
ทั้งสามคนไม่มีใครตอบคำถามนั้น แต่กลับแยกย้ายกันไปยืนตามจุดต่างๆที่ตร่ะเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้
ไฟสีนวลถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นตามมุมของแท่นพิธี พวกเขาเอ่ยพึมพำบางอย่าง ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมาคนละเล่ม จากนั้นจึงกรีดมันลงไปบนข้อมือให้ลึกมากที่สุดจนเกิดเป็นรอยแผลลึก
เลือดสีแดงสดหยดลงบนแท่นพิธีที่คาซึมิยืนอยู่
บทสวดที่ฟังไม่รู้เรื่องถูกเอ่ยวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอาคนฟังมึนหัว อีกทั้งร่างกายที่เริ่มจะเสียการควบคุม
คาซึมิ
อย่าทำร้ายตัวเองเลย
พวกเขายังคงเงียบ ก่อนที่คาอิดะผู้เป็นพ่อจะเริ่มพิธีการโดยสมบูรณ์
Comments
เเอดคนดี
ต่ออีกคร้ะะะะะะะะะะะ
2023-04-23
2