คืนฝนตกหนัก เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ “นนท์” ต้องรีบปั่นจักรยานกลับบ้านเพราะดึกมากแล้ว ถนนลูกรังเปียกแฉะและเงียบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงหมาเห่า
ระหว่างทาง เขาเห็น “ศาลไม้เก่า” ตั้งอยู่ข้างทาง ทั้งที่จำได้ว่าปกติไม่เคยมี
ไฟในศาลสลัว ๆ เหมือนมีคนจุดธูปอยู่ข้างใน
นนท์ชะลอจักรยาน…หัวใจเต้นแรง
“ใครอยู่ตรงนั้นครับ…?”
ไม่มีเสียงตอบ
แต่เปลวไฟในศาลกลับไหวแรงขึ้น เหมือนมีลมหายใจเป่าจากข้างใน
เขาคิดจะรีบไป แต่ขากลับขยับไม่ออก เหมือนมีอะไรบางอย่าง “ดึง” เอาไว้
ทันใดนั้น…
มีเสียงผู้หญิงแผ่วเบาดังออกมา
“มาส่งฉันหน่อยสิ…”
นนท์ตัวแข็ง เขามองเข้าไปในศาลช้า ๆ
มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ ผมยาวปิดหน้า เสื้อผ้าเปียกชุ่มเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ
“บ้านฉัน…อยู่ข้างหน้าเอง”
เสียงนั้นหวาน แต่เย็นจนขนลุก
นนท์กลัวมาก แต่เหมือนถูกสะกด เขาพยักหน้าเบา ๆ
ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้น…แล้ว “เดินออกมา” โดยที่เท้าไม่แตะพื้น
เขาไม่กล้ามองตรง ๆ รีบปั่นจักรยานต่อ โดยมีเธอนั่งซ้อนท้าย
น้ำหนักเบาจนน่ากลัว
ตลอดทาง…ไม่มีเสียงพูด ไม่มีแม้แต่ลมหายใจ
จนกระทั่ง—
“ถึงแล้ว”
เสียงนั้นกระซิบข้างหู
นนท์เงยหน้าขึ้น
ตรงหน้า…คือ “ป่าช้าเก่า” ที่ถูกทิ้งร้างมานาน
หัวใจเขาแทบหยุดเต้น
เขารีบหันกลับไป
แต่…
ไม่มีใครอยู่ข้างหลังแล้ว
มีเพียงรอยน้ำเปียกบนเบาะจักรยาน
และเสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
“ขอบใจนะ…พรุ่งนี้มารับฉันอีกนะ”
วันต่อมา…
ชาวบ้านพบจักรยานของนนท์จอดอยู่หน้าป่าช้า
แต่ตัวเขา…
หายไปอย่างไร้ร่องรอย
และตั้งแต่นั้นมา
ทุกคืนฝนตก
จะมีคนเห็น “เด็กผู้ชายคนหนึ่ง” ปั่นจักรยาน
โดยมี “ผู้หญิงผมยาว” นั่งซ้อนท้ายเสมอ…