ภายในห้องนอนของลูคัสยังคงเงียบสงบ มีเพียงแสงจันทร์สีเงินที่สาดผ่านหน้าต่างสูงเข้ามาผสมกับแสงโคมไฟสีอุ่นภายในห้อง ทำให้บรรยากาศทั้งห้องดูนุ่มนวลและเงียบงันราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดไปชั่วคราว
ร่างของ ต้องรัก ยังคงนอนอยู่บนเตียง ผ้าปูที่นอนสีเข้มยับย่นเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวก่อนหน้า ส่วน ลูคัส ยังคงอยู่เหนือเขาในท่าคร่อม ร่างสูงของแวมไพร์บดบังแสงบางส่วน ทำให้เงาของเขาทอดลงบนร่างของต้องรักอย่างชัดเจน
หลังจากที่ต้องรักเอียงคอเปิดทางให้โดยไม่ขัดขืน ลูคัสก็ชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นการตอบสนองนั้น
ดวงตาสีแดงเข้มของแวมไพร์เงยขึ้นมองใบหน้าของต้องรัก
“เจ้า…”
เสียงของเขาแหบต่ำอย่างควบคุมไม่ค่อยอยู่
“ไม่กลัวข้าหรือ”
ลมหายใจของต้องรักยังคงถี่เล็กน้อยจากความตื่นเต้น เขาหายใจช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะเส้นผมสีเข้มของลูคัสอย่างเบามือ ปลายนิ้วลูบผ่านผมนั้นอย่างแผ่วเบา
“ถ้ากลัว…”
ต้องรักยิ้มอ่อนๆดวงตาเขาอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“…ผมคงไม่ยอมให้คุณกัดหรอก”
คำตอบนั้นทำให้ลูคัสนิ่งไปครู่หนึ่ง
ความเงียบสั้นๆแทรกเข้ามาระหว่างพวกเขา
ก่อนที่ลูคัสจะหลับตาลงช้าๆ ราวกับพยายามกดความรู้สึกบางอย่างที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในตัว
จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงอีกครั้ง
ใบหน้าของเขาซุกลงที่ซอกคอของต้องรัก
แต่ครั้งนี้…
การดูดเลือดของเขาช้าลงมาก
ไม่เหมือนตอนแรกที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
มันกลายเป็นการสัมผัสที่ช้า ลึก และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายได้ยาก
เหมือนเขาไม่ได้เพียงต้องการเลือด
แต่ต้องการใกล้ชิดกับคนตรงหน้ามากกว่านั้น
ต้องรักหลับตาลงเล็กน้อย
เสียงครางเบาๆหลุดออกมาจากลำคอของเขาเป็นระยะ
ความเจ็บจากเขี้ยวแวมไพร์ยังคงมีอยู่ แต่กลับปะปนกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
มือของต้องรักจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อกลั้นเสียงและลดความเจ็บที่แทรกเข้ามาเป็นพักๆ
ลูคัสยังคงดูดเลือดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่เขาจะค่อยๆถอนเขี้ยวออก
หยดเลือดเล็กๆซึมอยู่ที่รอยกัดตรงซอกคอ
ลูคัสมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นแตะบริเวณนั้นเบาๆอย่างระมัดระวัง
สัมผัสนั้นอ่อนโยนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดจากแวมไพร์ผู้เย็นชา
จากนั้นเขาก็ก้มลงอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อกัด
ริมฝีปากเย็นเฉียบของเขาแตะลงบนรอยกัดอย่างแผ่วเบา
เหมือนเป็นการปลอบประโลม
เหมือนกำลังขอโทษเงียบๆ
หลังจากนั้นลูคัสก็เงยหน้าขึ้น
ดวงตาสีแดงเข้มของเขามองต้องรักนิ่งงัน
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากจนแทบจะสัมผัสลมหายใจกันได้
ลมหายใจของต้องรักยังคงหอบเล็กน้อย
ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงจางๆจากความเขินและความรู้สึกที่ยังไม่จางหาย
ลูคัสจ้องมองภาพนั้นเงียบๆ
ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ข้าจูบเจ้าได้ไหม”
เขาเอ่ยถามด้วยเสียงต่ำ
จากนั้นมือของเขาก็ยกขึ้นประคองใบหน้าของต้องรักไว้เบาๆบังคับให้หันมาสบตากับเขาโดยตรง
ภาพของคนตรงหน้าในสายตาของลูคัสตอนนี้
งดงามยิ่งกว่าสิ่งใด
ใบหน้าที่แดงระเรื่อจากความเขิน
ผิวขาวที่สะท้อนแสงจันทร์และแสงไฟ
เสื้อคลุมหลวมๆที่เลื่อนลงจากไหล่เล็กน้อย เผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูบริเวณไหล่และอก
ลมหายใจที่ยังไม่สม่ำเสมอ
รวมถึงหยดน้ำตาเล็กๆที่คลออยู่ตรงหางตาเพราะความเจ็บเมื่อครู่
ทุกอย่างนั้น
ทำให้ลูคัสแทบละสายตาไม่ได้
ต้องรักมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แทบไม่ทันเอ่ยคำตอบ
เพียงเท่านั้น
ลูคัสก็โน้มตัวลงทันที
ริมฝีปากเย็นเฉียบประกบลงบนริมฝีปากของต้องรัก
จูบนั้นหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกกักเก็บมานาน
ริมฝีปากบางของต้องรักถูกบดเบียดอย่างไม่ลังเล
ลมหายใจของทั้งสองคนผสมปนเปกัน
ลิ้นของลูคัสแทรกผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว รุกล้ำเข้าไปโดยแทบไม่เปิดโอกาสให้ต้องรักตั้งตัว
รสคาวจางๆของเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ปะทะปลายลิ้น
แต่ต้องรักไม่ได้ผลักเขาออก
ตรงกันข้าม
มือของต้องรักกลับเผลอคว้าคอเสื้อของลูคัสเอาไว้แน่น
ราวกับไม่ต้องการให้ระยะห่างเกิดขึ้น
จูบของลูคัสยังคงดำเนินต่อไปอย่างลึกซึ้ง
ความเย็นของแวมไพร์กับความอุ่นของมนุษย์ผสมกันอยู่ในสัมผัสนั้น
และในห้องที่เงียบสงบภายใต้แสงจันทร์
มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักขึ้นของทั้งสองคน
ที่ยังคงดังอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน.
🧛
💜
ติดตามอ่านต่อที่หน้าโปรไฟล์นะ