โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในแขวงชนบทของลาว
ตั้งอยู่ริมโขง เงาไม้ใหญ่ทอดทับอาคารไม้เก่าคร่ำ
กลางวันคือที่เรียน
กลางคืนคือที่เล่าเรื่อง…ด้วยเสียงกระซิบ
เขาว่ากันว่า
หลังเลิกเรียน ถ้าใครยังอยู่เกินหกโมงเย็น
จะได้ยินเสียงระฆังดัง กึง…กึง…
ทั้งที่โรงเรียนนี้ เลิกใช้ระฆังไปนานแล้ว
คำบอกเล่าจากรุ่นพี่ว่า
เมื่อหลายสิบปีก่อน มีเด็กหญิงคนหนึ่ง
เรียนเก่ง เงียบ สุภาพ
แต่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ
เธอหายไปในคืนฝนตก
เช้าวันต่อมา ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย
เหลือเพียงรองเท้านักเรียนคู่หนึ่ง
วางอยู่หน้าห้องเรียนเก่า
คืนหนึ่ง “คำหล้า” นักเรียน ม.ต้น
ต้องอยู่เวรทำความสะอาดกับเพื่อน
ไฟในอาคารดับลงเอง
ลมเย็นพัดผ่าน ทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท
แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้น
กึง…กึง…
ระฆังที่ไม่มีใครแตะ
คำหล้าหันไปที่ห้องเรียนไม้หลังสุด
เห็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนเก่า
ยืนหันหลังให้
ผมยาวปิดหน้า
เธอไม่พูด ไม่ขยับ
แค่ชี้ไปที่กระดานดำ
บนกระดาน มีคำเขียนด้วยชอล์กขาวซีดว่า
“ครู…เชื่อฉันหรือยัง”
ไฟติดขึ้นอีกครั้ง
ทุกอย่างหายไป
เหลือเพียงกระดานที่เปียกเหมือนเพิ่งโดนฝน
ทั้งที่ข้างนอก…ฟ้าโปร่ง
ตั้งแต่นั้นมา
ไม่มีใครกล้าอยู่โรงเรียนหลังพระอาทิตย์ตก
และครูทุกคน
จะไม่กล่าวโทษใคร
โดยไม่ฟังความจริงอีกเลย
เพราะบางความอยุติธรรม
ไม่ตายไปพร้อมคน
แต่มัน…ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนั้น
ในเงามืด
และเสียงระฆังยามเย็น
กึง…กึง…