โรงเรียนมัธยมฟานดิ่งฝุง ตั้งอยู่ชานเมืองฮานอย
กลางวันมันคือโรงเรียนธรรมดา
แต่พอกลางคืน…มันคือความทรงจำที่ไม่ยอมหลับ
มีตำนานเล่าว่า อาคารเรียนหลังเก่า
จะมี “เสียงอ่านหนังสือ” ดังขึ้นหลังเที่ยงคืน
เป็นภาษาเวียดนามสำเนียงโบราณ
ชัด…แต่ไม่มีใครอยู่
มินห์ นักเรียน ม.5 ไม่เชื่อเรื่องผี
เขาเชื่อในข้อสอบ มากกว่าคำสาป
คืนหนึ่งเขาแพ้พนันเพื่อน
เลยต้องอยู่เวรทำความสะอาดอาคารหลังเก่าคนเดียว
เวลา 00:17
ไฟทางเดินกระพริบ
อากาศเย็นลง ทั้งที่เป็นหน้าร้อน
แล้วเสียงก็มา
“đọc tiếp đi…”
(อ่านต่อสิ…)
มินห์หยุดกวาด
เสียงนั้นดังมาจากห้องเรียน 3/2
ห้องที่ถูกปิดตายมานานสิบปี
หลังมีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง “หายไป”
ระหว่างการสอบปลายภาค
เขาผลักประตู
เอี๊ยด——
ในห้องมีเพียงโต๊ะเรียนเก่า
กระดานดำ
และเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนสีขาว
ผมยาวปิดหน้า
นั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว
มินห์พูดไม่ออก
เธอเงยหน้า
ไม่มีตา
มีแต่รอยดินสอขีดเต็มหน้า
เหมือนคำตอบที่ถูกตรวจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอถามเบา ๆ
“ข้อสุดท้าย…ครูยังไม่ตรวจเลยนะ”
ไฟดับ
เสียงกระดิ่งโรงเรียนดังขึ้นเอง
เช้าวันถัดมา
มินห์หายไป
บนโต๊ะในห้อง 3/2
มีสมุดสอบหนึ่งเล่ม
หน้าแรกเขียนชื่อเขา
ตัวอักษรสั่น ๆ
เหมือนเขียนด้วยมือที่ไม่อยากอยู่ต่อ
ตั้งแต่นั้นมา
ทุกคืนสอบ
โรงเรียนฟานดิ่งฝุง
จะมีนักเรียนเพิ่มหนึ่งคน
ในห้องเรียนที่ไม่มีใครกล้าเปิดไฟ
และเสียงกระซิบเดิมยังคงอยู่…
“อ่านต่อสิ…ยังไม่จบ”