โรงเรียนเซนต์บรานดันตั้งอยู่บนเนินหญ้าสีเขียวหม่น ทางตะวันตกของไอร์แลนด์
อาคารหินเก่าสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 หลังคาสูงแหลมเหมือนโบสถ์ เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างแตก ๆ ฟังคล้ายเสียงกระซิบของคนที่ไม่อยากถูกลืม
คีแรน นักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างแดน ถูกส่งมาเรียนที่นี่ในฤดูหนาว
วันแรกอาจารย์เตือนเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังเกินจำเป็น
“หลังหกโมงเย็น…อย่าอยู่ในอาคารเรียน”
ไม่มีใครอธิบายเหตุผล
และแน่นอน—คำเตือนแบบนี้ มีไว้ให้ถูกฝ่าฝืน
เย็นวันหนึ่ง คีแรนลืมสมุดไว้ในห้องเรียนเก่าชั้นสาม
ทางเดินยาว เงียบ เสียงรองเท้าของเขาดังชัดเกินไป
เมื่อเปิดประตูห้อง—อุณหภูมิลดฮวบ ราวกับฤดูหนาวทั้งฤดูกาลถูกรวมไว้ที่นี่
กระดานดำมีตัวอักษรเขียนด้วยชอล์กสีขาวซีด
ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แต่เป็นภาษาเกลิคโบราณ
และทั้งที่เขาแน่ใจว่า ไม่มีใครอยู่ในห้อง
เสียงเด็กผู้หญิงก็ดังขึ้นเบา ๆ จากด้านหลัง
“เธอมาช้าไป…”
คีแรนหันกลับ
เห็นเด็กนักเรียนหญิงในชุดยูนิฟอร์มเก่า
หน้าเธอซีด ดวงตาลึกเหมือนบ่อน้ำที่ไม่มีแสงลงไปถึง
เธอเล่าว่า เมื่อร้อยปีก่อน โรงเรียนนี้เคยเกิดไฟไหม้
เด็กหลายคนไม่เคยได้ออกไป
และตั้งแต่นั้น…ทุกเย็นหลังหกโมง
พวกเขายัง “เข้าเรียน” อยู่เหมือนเดิม
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเอง
โต๊ะเรียนสั่นเบา ๆ
เงาหลายเงาปรากฏตามผนัง
คีแรนวิ่ง
วิ่งโดยไม่กล้าหันหลังกลับ
จนประตูใหญ่ปิดดัง ปึง! ตามหลังเขา
วันรุ่งขึ้น โรงเรียนเปิดตามปกติ
ไม่มีใครพูดถึงเมื่อคืน
ยกเว้นภารโรงชรา ที่มองเขานิ่ง ๆ แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“เธอเป็นคนแรกในรอบสิบปี…ที่ได้ออกมา”
ตั้งแต่นั้นมา
คีแรนไม่เคยอยู่โรงเรียนเกินหกโมงอีกเลย
แต่ทุกครั้งที่ลมหนาวพัด
เขายังได้ยินเสียงกระดิ่ง
ดังขึ้น…
เหมือนมีใครบางคน
กำลังรอเพื่อนร่วมชั้นกลับมาเรียนให้ครบ