สายหมอกคลุมสนามหญ้าหน้าโรงเรียนเหมือนผ้าคลุมไหล่สีเทา
เสียงระฆังเก่าดัง ก๊อง… ก๊อง… ช้า ๆ ราวกับนาฬิกาที่จำเวลาเดิมไม่ยอมปล่อย
โรงเรียนแบล็ควูด อะคาเดมี ตั้งอยู่บนเนินหินทางเหนือของสกอตแลนด์
อาคารหินเก่าแก่ยืนแข็งทื่อท่ามกลางลมหนาว ราวกับรู้ความลับของศตวรรษ แต่ไม่คิดจะเล่าให้ใครฟัง
“อย่าอยู่ดึกหลังสี่ทุ่ม”
ครูใหญ่เคยพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตาจริงจังกว่ากฎระเบียบหน้าเสาธง
คาลัม นักเรียนแลกเปลี่ยนจากเอดินบะระ ไม่เชื่อเรื่องผี
เขาเชื่อในตรรกะ เชื่อในแสงไฟนีออน และเชื่อว่าเสียงแปลก ๆ ในโรงเรียนเก่าก็แค่ท่อลมขี้เกียจ
คืนหนึ่ง เขานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดหลังสี่ทุ่ม
นาฬิกาตี ก๊อง…
ลมเย็นพัดผ่าน ทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท
กลิ่นบางอย่างลอยมา—กลิ่นกระดาษเก่า ผสมหมึก และฝน
“เธออ่านเล่มนั้นผิดลำดับ”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ดัง ไม่หลอน
สุภาพ…เหมือนครูสอนวรรณคดี
คาลัมเงยหน้า
เด็กชายในชุดนักเรียนโบราณยืนอยู่ตรงชั้นหนังสือ
เสื้อกั๊กสีเข้ม เนกไทผูกเรียบร้อย ผิวซีดเหมือนแสงจันทร์
“นายเป็นใคร” คาลัมถาม เสียงสั่นนิดเดียว—นิดเดียวจริง ๆ
“แองกัส แม็คลอยด์”
เด็กชายยิ้มบาง ๆ
“นักเรียนรุ่นปี ค.ศ. 1897”
อุณหภูมิในห้องลดฮวบ
แต่บรรยากาศกลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ควรจะเป็น
แองกัสเล่าว่า เขาเคยเป็นนักเรียนหัวดี
รักหนังสือมากกว่าคน
คืนหนึ่ง เขาอยู่ห้องสมุดดึกเกินไป—เหมือนคาลัมในคืนนี้
ไฟดับ
บันไดไม้เก่าหัก
และโรงเรียนก็ “ลืมเขาไว้ตรงนี้”
“ฉันไม่ได้โกรธใคร” แองกัสพูดเบา ๆ
“แค่…ยังอ่านไม่จบ”
จากคืนนั้น คาลัมเริ่มกลับมาห้องสมุดหลังสี่ทุ่ม
ไม่ใช่เพราะฝืนกฎ
แต่เพราะสัญญา
เขาอ่านหนังสือให้แองกัสฟัง
บทกวีสกอตโบราณ
ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครเปิด
เรื่องเล่าที่ถูกลืมเหมือนเด็กชายคนหนึ่ง
ทุกคืน เสียงระฆังดัง
ทุกคืน หมอกคลุม
และทุกคืน ผีโรงเรียนสกอตแลนด์นั่งฟังอย่างตั้งใจ
คืนสุดท้ายก่อนปิดเทอม
แองกัสยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง
“ขอบใจนะ”
ร่างของเขาค่อย ๆ จาง เหมือนหมึกโดนน้ำฝน
เช้าวันต่อมา
โรงเรียนยังเก่า
หมอกยังหนา
แต่ห้องสมุด…อุ่นขึ้นอย่างประหลาด
และตั้งแต่นั้นมา
ไม่มีใครได้ยินเสียงกระซิบหลังสี่ทุ่มอีกเลย
เหลือเพียงป้ายเล็ก ๆ หน้าห้องสมุด เขียนว่า—
โปรดอ่านให้จบ
บางเรื่อง…รอคนฟังมานานแล้ว