โรงเรียนมัธยมเซนต์ดราโกลเมียร์ ตั้งอยู่บนเนินเขานอกเมืองบราซอฟ ประเทศโรมาเนีย
อาคารหินสีเทาสูงใหญ่ ยืนเงียบเหมือนกำลังฟังความคิดของคนเป็น
ทุกเย็นเมื่อระฆังใบสุดท้ายดัง ก้อง— นักเรียนจะรู้กติกาเดียวกันดี
“อย่าอยู่เกินหกโมง”
ไม่ใช่เพราะครูดุ
แต่เพราะ “ใครบางคน” เริ่มเดิน
อีเลียส นักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ ไม่เชื่อเรื่องผี
เขาหัวเราะเบาๆ ทุกครั้งที่เพื่อนโรมาเนียกระซิบถึง “เด็กหญิงชุดดำ”
คืนหนึ่ง เขาอยู่ต่อเพื่อทำรายงานประวัติศาสตร์—หัวข้อเดียวกับที่ทุกคนเลี่ยง
เหตุเพลิงไหม้ปี 1977
ห้องสมุดเก่ามีกลิ่นกระดาษชื้นกับขี้ผึ้งเทียน
แสงไฟกระพริบเหมือนกำลังลังเลว่าจะสว่างต่อดีไหม
ตอนเขาเปิดแฟ้มเอกสาร ภาพถ่ายขาวดำหล่นลงพื้น
เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ยืนหน้าห้องเรียน
ดวงตาในภาพ…เหมือนมองเขาอยู่
ก้อง—
เสียงระฆังดัง ทั้งที่ถึงเวลานั้น ระฆังควรเงียบไปนานแล้ว
อีเลียสเงยหน้า
ทางเดินยาวหน้าห้องสมุดถูกกลืนด้วยเงา
มีเสียงรองเท้านักเรียนกระทบพื้นไม้—ช้า สม่ำเสมอ
เขาเห็นเธอ
เด็กหญิงชุดนักเรียนสีดำ ผมยาวปิดครึ่งหน้า มือหนึ่งถือหนังสือไหม้เกรียม
“เธอมาสาย” เสียงเธอแผ่วเหมือนลมผ่านหน้าต่างแตก
อีเลียสพูดไม่ออก
เด็กหญิงเดินผ่านเขาไป เหมือนเขาเป็นอากาศ
ปลายเท้าของเธอไม่แตะพื้น
เขาวิ่งตามด้วยหัวใจเต้นรัว
เธอหยุดหน้าห้องเรียนเก่า ประตูมีรอยไฟไหม้เป็นรูปมือ
เด็กหญิงหันมา คราวนี้เขาเห็นดวงตาชัด—ไม่โกรธ ไม่เศร้า
แค่…รอ
“ครูไม่มา” เธอกล่าว “ไฟมาแทน”
ภาพในหัวอีเลียสแตกกระจาย
คืนไฟไหม้—นักเรียนถูกขังเพราะถูกลงโทษอยู่ต่อ
เด็กหญิงคนนี้ชื่อ อานา
เธอถือรายงานประวัติศาสตร์เหมือนกัน
และไม่เคยได้กลับบ้าน
ไฟในทางเดินดับพรึบ
เหลือเพียงแสงจากหน้าต่างกระจกสีที่สะท้อนเงาเด็กนักเรียนหลายสิบคน
ยืนเรียงเงียบ—ไม่มีเสียงหายใจ
อีเลียสรวบรวมสติ
เขาวางรายงานของตัวเองลงบนโต๊ะหน้าห้อง
อ่านชื่ออานาออกเสียงดัง ชัด เหมือนเช็คชื่อ
เขาขอโทษ—ไม่ใช่แทนใคร
แต่แทนความเงียบที่ยาวเกินไป
ระฆังดังอีกครั้ง
คราวนี้—เบา และอบอุ่น
เงาทั้งหมดจางหาย
ไฟกลับมา
ทางเดินว่างเปล่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เช้าวันถัดมา
หน้าห้องเรียนเก่า มีดอกไม้ป่าถูกวางเรียง
ไม่มีใครบอกว่าใครเอามา
ตั้งแต่นั้น โรงเรียนยังคงสอนตามปกติ
แต่มีเรื่องเล่าใหม่เพิ่มขึ้นหนึ่งบรรทัดในกติกา
“ถ้าจำเป็นต้องอยู่เกินหกโมง—อย่าลืมทักทายอานา”
เพราะบางครั้ง
ผี…ไม่ได้ต้องการความกลัว
แค่ต้องการให้ใครสักคน จำได้