(สี่หมื่นปีแห่งการบ่มเพาะ — เรื่องสั้นฉบับรวมจักรวาล)
ในจักรวาลที่มนุษย์เอาชีวิตไปต่อรองกับดวงดาว
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ หลี่เหยา
เขาไม่ได้เกิดมาสูงส่ง
ไม่มีสายเลือดจักรพรรดิ
ไม่มีพรสวรรค์สวรรค์เลือก
เขามีแค่
ซากขยะ
เครื่องจักรพัง
และหัวใจที่ “ไม่ยอมคุกเข่า”
หลี่เหยาโตมากับเศษเหล็ก
เรียนรู้การบ่มเพาะจากการซ่อม
เข้าใจพลังจากการ “ประกอบใหม่”
เขาเชื่อว่า
ถ้าสวรรค์ไม่ให้ทาง
มนุษย์ก็สร้างมันเอง
ภาคแรก — จากเศษขยะสู่ผู้บ่มเพาะ
ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ
หลี่เหยาเลือกจะไม่หนี
เขาใช้สมองแทนโชค
ใช้ความดื้อแทนพรสวรรค์
เขาเข้าเรียนสำนัก
ถูกดูแคลน
ถูกหัวเราะ
แต่ทุกครั้งที่ล้ม
เขา “อัปเกรดตัวเอง”
เขาไม่บ่มเพาะเพื่อเป็นเทพ
เขาบ่มเพาะเพื่อ มีสิทธิ์เลือกชะตาตัวเอง
ภาคกลาง — สงคราม ความจริง และจักรวรรดิ
จักรวาลกว้างใหญ่กว่าที่คิด
ความดีไม่ได้ขาว
ความชั่วไม่ได้ดำ
หลี่เหยาเข้าสู่สนามรบ
พบจักรวรรดิ
พบการเมือง
พบคำโกหกที่เรียกว่า “เพื่อส่วนรวม”
เขาเห็นว่า
บางครั้งผู้ที่อ้างว่าปกป้องมนุษยชาติ
กลับเหยียบมนุษย์ก่อนเสมอ
และเขาเลือกยืนตรงกลาง
ไม่เป็นทาสของอุดมการณ์ใด
ไม่ยอมให้ “ความถูกต้อง” ถูกใช้เป็นอาวุธ
ภาคหลัง — สี่หมื่นปีแห่งเจตจำนง
อดีตถูกขุดขึ้น
สงครามโบราณ
วีรชนที่กลายเป็นทรราช
อุดมคติที่เน่าในกาลเวลา
หลี่เหยาพบความจริงว่า
มนุษย์ไม่ได้แพ้เพราะอ่อนแอ
แต่แพ้เพราะยอมให้ใครบางคน “คิดแทน”
เขาจึงสู้
ไม่ใช่เพื่อครองจักรวาล
แต่เพื่อให้มนุษย์ธรรมดา
มีสิทธิ์เถียง
มีสิทธิ์ผิด
มีสิทธิ์ฝัน
แม้ต้องยืนชนกับทั้งจักรวาล
เขาก็จะยืน
ตอนจบ — ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่ปีศาจ
หลี่เหยาไม่กลายเป็นพระเจ้า
เขาไม่ได้นั่งบนบัลลังก์นิรันดร์
เขาเป็นแค่
ช่างซ่อมคนหนึ่ง
ที่ซ่อม “อารยธรรมมนุษย์”
ด้วยมือที่เปื้อนน้ำมันและเลือด
สี่หมื่นปีผ่านไป
สิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่ตำนาน
แต่คือคำถามที่ดังอยู่ในจักรวาลว่า
“ถ้าพลังอยู่ในมือคุณ
คุณจะใช้มันเพื่อควบคุมคนอื่น
หรือเพื่อให้ทุกคนลุกยืนได้เอง?”