02
วันถัดมาหลังจากการันต์ตื่นขึ้นมาเขาก็ดำเนินชีวิตไปตามวิถีประจำวัน นั่นคือการไปทำงานยังร้านคาเฟ่ยามเช้าที่หัวมุมถนนอีกฟากของผังเมือง ที่นั่นขายเครื่องดื่ม กาแฟ เสิร์ฟพร้อมกับขอว่างจำพวกขนมปังหรือเค้กแสนอร่อย
ร้านที่เขามาเข้างานในทุกกลางวันนั้นค่อนข้างเป็นคาเฟ่หรู มันมีสาขาอยู่หลายแห่งรอบเมือง แน่นอนว่าเงินก็เลยค่อนดีถึงขั้นช่วยจุนเจือให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เงินไปช่วยจ่ายเช่าเป็นพาร์ทเมนท์ที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน โชคดีกว่านั้นคือเจ้าของร้านก็รักและไว้ใจการันต์เป็นอย่างดี
"สวัสดีครับพี่แนน หวัดดีครับๆ" การันต์สวัสดีหญิงสาวเจ้าของร้านและพนักงานรุ่นพี่คนอื่นๆรอบร้านราวกับนักมวย
"ขยันจริงๆเลยเราเนี่ย"
แนนว่ายกยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่ทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเองทั้งวันทั้งคืนไม่เคยขาด
"ความจนมันน่ากลัวนะพี่แนน" การันต์ว่าทีเล่นทีจริง
ก็มันน่ากลัวจริงไหมล่ะ...
ไม่มีเงินเขาจะกินจะอยู่ยังไง...
การันต์ผ่านโลกมามาก เขาเจอคนมาร้อยพ่อพันแม่ ถ้าไม่สู้ก็คงจะยืนหยัดอยู่ไม่ได้ ให้มาอ่อนแอและท้อแท้ชีวิตคงจะน่าสมเพชกว่านี้
"ถูกต้องเลยรันต์"
หญิงสาวพนักงานอีกคนว่าขึ้น
มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเขารู้ว่า 'ความจน' ที่ว่าไม่ใช่เรื่องตลกเลย
การันต์เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมและช่วยพี่ๆทุกคนเปิดร้านอย่างขยันขันแข็ง ไม่นานจากนั้นเหล่าลูกค้าก็ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆอย่างรู้เวลา
ส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายก็จะเป็นคนทำงานที่เตรียมเข้างานในอีกไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมงที่มักจะมานั่งรวมตัวพูดคุยกันดูมีอารยะ ซึ่งร้านที่เงียบสงบและตกแต่งด้วยธรรมชาตินั้นก็เหมาะที่จะเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆไปอวดฐานะกันด้วย สำคัญที่ราคาเครื่องดื่มของที่นี่นั้นก็ค่อนข้างจะเป็นการคัดกรองผู้บริโภคให้มีแต่คนค่อนข้างมีระดับที่เข้ามาใช้บริการ
บางคนก็มานั่งเสียนานถ่ายรูปจนครบทุกมุมไปอวดโซเชียลแต่สั่งกาแฟแค่แก้วเดียวก็มี...
ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ของบริกรที่คอยบริการอย่างพวกเขาที่จะไปชี้นิ้วตัดสินใคร ในเมื่อจ่ายเงินมาก็เป็นลูกค้าของพวกเขาด้วยกันทั้งนั้น...
"สวัสดีครับ อ้าว คุณ" การันต์เอ่ยทักทายอัตโนมัติจากเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใหม่ ก่อนจะต้องอุทานออกมาด้วยความฉงนใจเมื่อเขาคนนั้นเป็นใครคนเดียวกับที่เพิ่งจะพบกันเมื่อคืน
"ร้านนี้บรรยากาศดีจริงๆด้วย"
ข้ามภพที่เปิดประตูเข้ามาเอ่ยแล้วมองไปรอบๆร้านก่อนจะมาหยุดสายตาลงที่การันต์
"อืมม รับเป็นอะไรดีครับ" การันต์ยกยิ้มแล้ววนเข้าเรื่องเนื่องจากบาริสต้าหนุ่มข้างๆกำลังรอที่จะทำแก้วต่อไปอยู่
"ขอเอสเพรสโซ่แล้วกัน" คุณลูกค้าหน้าตาแสนคุ้นว่าก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมสุดติดกับกระจกทันที
"ใครอะรันต์" แนนสาวเจ้าของร้านเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้
หล่อนสังเกตอาการของทั้งคู่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากละลาบละล้วง
"พอดีเป็นลูกค้าร้านที่รันต์ทำกลางคืนน่ะครับ เพิ่งเจอกัน" การันต์ตอบมือก็ยังคงสาละวนทำงานหยิบจับนู่นนี่บนเคาน์เตอร์ไปด้วย
"หล่อเข้มเชียว" แนนว่า
"..."
"...แหน่ะ แฟนเรารึปล่าว" เธอยังแซ็วเด็กหนุ่มที่ยิ้มขำกับท่าทีของเธอเหมือนว่ามันฟังดูเพ้อเจ้อเสียเหลือเกิน
"ไม่ใช่น่าพี่แนน เดี๋ยวรันต์ฟ้องพี่ตินนะ"
การันต์อ้างชื่อสามีหญิงสาวซึ่งก็เป็นเจ้าของร้านอีกคนขึ้นมา ก่อนที่แนนจะยักคิ้วหลิ่วตากลับไป
"เดี๋ยวๆฝน มานี่ อ่ะ รันต์เอาไปเสิร์ฟสิ..." แนนรั้งเรียกพนักงานหญิงที่กำลังเอากาแฟไปเสิร์ฟให้ข้ามภพ
หล่อนจัดการให้การันต์เป็นคนนำไปส่งแทนและยิ้มล้อเลียนหนุ่มรุ่นน้องด้วยความทะเล้น การันต์ส่ายหน้าให้ความช่างแกล้งแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
"เอสเพรสโซ่ครับ"
การันต์ว่าวางแก้วลงอย่างเบามือ
การเสิร์ฟกาแฟนั้นต้องรู้จังหวะเป็นอย่างมาก
หากเผลอมือหนักไปก็อาจจะส่งเสียงดังไปทั่ว หากมือเขาไปจนไม่นิ่งก็อาจจะทำกระฉอกเลอะออกมาไม่น่าดู
เมล็ดกาแฟที่นี่เป็นสายพันธุ์อย่างดี เป็นเหตุให้น้ำแม้แต่หยดเดียวในแก้วนั้นคำนวณแล้วก็อาจจะซื้อลูกอมดับกลิ่นปากได้สักเม็ดนึง
"ขยันจังเลยนะ เลิกงานกี่โมงละ" ข้ามภพถามคนที่ยืนอยู่ในเชิร์ตขาวกางเกงยีนส์สบายตา
จริงๆเด็กหนุ่มรูปร่างดีหน้าตาใช้ได้อย่างการันต์ข้ามภพคิดว่าน่าจะมีโอกาสทำงานในแวดวงบันเทิงด้วยซ้ำ อย่างซีรีส์วัยรุ่นสักเรื่องที่บทเหมาะสมก็อาจจะดังไม่รู้ตัวไปเลย
"บ่ายๆน่ะครับ คุณจะรอหรือไง"
เด็กเสิร์ฟมากสเน่ห์เริ่มเล่นเกมถามลองเชิงอีกแล้ว
"หึๆ จะให้รอรึไง" ข้ามภพไปยังคนที่ยืนยิ้มหวานให้แล้วจากนั้นก็ขอตัวเดินกลับไปทำงานต่อดื้อๆ
การันต์ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีสมกับความไว้ใจ หากใครที่มาเป็นประจำเจ้าตัวกมักจะจำเมนูได้และยืนคุยทักทายนิดๆหน่อยๆเสมอ โดยเฉพาะลูกค้าชายที่รักชอบเพศเดียวกัน และลูกค้าหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน สองกลุ่มนี้จะคุยถูกปากกับการันต์เป็นพิเศษ
จนแนนเพื่อนร่วมงานเธอขอตั้งตำแหน่งให้การันต์เป็น 'เทพบุตรของสังคม' ประจำร้าน เพราะดึงดูดลูกค้าให้กลับมาด้วยคำพูดและรอยยิ้มหวานเหมือนมีมนต์ บวกกับความเฟรนลี่ดุจคนของสังคมของเจ้าของฉายาเธอว่ามันดูเข้ากันดี
ข้ามภพนั่งมองบรรยากาศรอบๆร้านพร้อมดื่มกาแฟจนหมด เขามองการันต์ทำงานแล้วก็อดที่จะชื่นชมออร่าและท่าทางพราวสเน่ห์ของอีกคนที่ฟุ้งกระจายไปทั่วไม่ได้
นี่เขาอยากจะมาดูมันให้เต็มๆตาจนต้องถ่อขับรถมากินกาแฟที่สาขานี้เชียวหรือ
ข้ามภพยิ้มส่ายหน้ากับตนเองที่กำลังทำตัวเหมือนเด็กๆอยากได้ของเล่นใหม่
"รับอะไรเพิ่มมั้ยคะ" แนนเข้ามาทักทายข้ามภพที่เปลี่ยนไปนั่งมองบรรยากาศนอกร้านเมื่อลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น
"อืมไม่แล้วล่ะครับ บรรยากาศร้านสวยดีนะครับ" ข้ามภพเอ่ย
ดูจากท่าทางและการแต่งกายก็ต้องทราบได้ทะนทีว่าหญิงสาวเป็นเจ้าของร้านเขาเลยเอ่ยชมไป
"ขอบคุณค่ะ จริงๆถ้าชอบ...ก็อย่าลืมแวะมาบ่อยๆนะคะ" แนนเน้นคำว่าชอบแล้วเอี้ยวหน้าหันไปทางการันต์ที่กำลังคุยกับลูกค้าโต๊ะอื่นอยู่อย่างมีนัยยะ
"แน่นอนอยู่แล้วครับ"
เมื่อเขาตอบรับหล่อนก็หัวเราะรับมุกเบาๆและเดินออกไปทันที
ข้ามภพรอจังหวะที่การันต์เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อที่จะลุกบอกลาคนที่ทำให้เขาเลือกมากินกาแฟที่ร้านนี้ในวันนี้
"เจอกันนะ" คุณลูกค้าเอ่ยกับการันต์ที่ยิ้มรับน้อยแล้วจึงเดินออกไป
"เจ๊..หล่อเกินไปมาก หนูจะเป็นลม" พนักงานอีกคนพูดกับแนนและเอามือทาบอกแกล้งจะเป็นลมจนแนนหัวเราะคิกคัก
เธอเห็นด้วยว่าข้ามภพน่ะหล่อหลือรับประทาน
การันต์เองหัวเราะให้กับทุกคนที่ชอบแซ็วกันประจำเมื่อมีลูกค้าหน้าตาดีเข้ามาโดยเฉพาะมาคุยกับเขา
ช่วงเกือบเย็น การันต์เตรียมตัวออกจากที่ทำงานด้วยการเอ่ยลาทุกคนลนๆเหมือนอย่างทุกที เขาต้องรีบแบบนี้เสมอเพื่อจะไปอาบน้ำและเตรียมตัวเข้างานที่ร้านอาหารกลางคืนต่อ
ปกติแล้วเจ้าตัวอาศัยนั่งวินมอเตอร์ไซต์ในการเดินทางเพราะง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุดในการย้ายที่หมาย หรือไม่ก็อาจจะอาศัยเพื่อนร่วมงานที่เลิกกะเดียวกันไปส่งบ้างอย่างเช่นวันนี้
"รันต์กลับกับพี่นะ" หนุ่มบาริสต้า นาวิน รุ่นพี่คนหนึ่งในร้านเอ่ยชวนการันต์ที่ทำท่าจะเดินไปหาวินกลับที่พัก
"รบกวนเปล่าพี่"
"เฮ้ยไม่เลย มา... ขึ้นมา" นาวินบอกอีกคนก่อนจะยื่นหมวกกันน๊อคที่ตนเตรียมไว้อีกใบเสมอส่งให้
"ขอบคุณครับ" การันต์ว่าก่อนจะกระโดดขึ้นซ้อนทันที
"รันต์มึงไหวนะ" นิวเพื่อนสนิทของการันต์เอ่ยถามอีกคนที่เลิกงานมาจากอีกแห่งก็มาทำที่นี่อย่างเป็นห่วง
คนอะไรถึกเป็นบ้า...
เขาแค่ทำงานที่นี่ที่เดียวก็ตื่นสายโด่งไปไหนไม่รอดแล้ว นี่การันต์เล่นทำประจำสองที่เหมือนวันนึงมี 48 ชั่วโมงเสียได้
"ไหวดิ แค่นี้ชิลๆ" พ่อคนขยันว่าก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตาให้
"มึงต้องพักบ้างนะ หามรุ่งหามค่ำแบบนี้ เงินได้เยอะ แต่เสียสุขภาพก็ไม่ไหวนะเว้ย" นิวบอกเพื่อนพลางตบไหล่เปาะๆ
"เฮ้ยพรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว กูโอเค" การันต์ว่า
เพราะเขามีวันหยุดทำงานร้านละ 2 วัน แม้แต่ละที่จะหยุดคนละวันกันแต่เขาก็ถือว่าได้พักผ่อนไปหนึ่งช่วงวันอยู่ดี
"เอออ ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะมึง" นิวว่าก่อนจะเดินนำออกไปทำหน้าที่ของตนในร้าน
การันต์เดินทักทายลูกค้าในร้านช่วงค่ำอย่างคุ้นเคย ลูกค้าชาวต่างชาติมักชอบพูดคุยกับเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก ด้วยนิสัยเทคแคร์และใส่ใจของการันต์เอง อีกอย่างสกิลภาษาอังกฤษเด็กเสิร์ฟคนนี้ก็คล่องปร๋อไม่เป็นสองรองใคร
ตกดึกเข้าคนก็เริ่มจะออกันมาเต็มร้าน ยิ่งคืนที่มีถ่ายทอดฟุตบอลลูกค้าก็จะส่งเสียงดังกว่าปกติหน่อย และถึงอย่างนั้นเองระเบียบและความปลอดภัยก็ยังทำให้ร้านนี้ดูน่านั่งอยู่ไม่เปลี่ยน
การันต์เดินเสิร์ฟพลางสายก็ตาก็แอบสอดส่องมองหาอีกคนที่คิดว่าจะเจอกันอีกครั้งวันนี้อย่างข้ามภพ... แต่ก็ไม่เห็น
เขายกยิ้มแล้งส่ายหัวให้กับตนเอง ....พลางครุ่นคิดว่าเขาจะมาทำไมบ่อยๆกัน ลูกค้าสุดหล่อคนนั้นก็คงจะเหมือนคนอื่นๆในชีวิต ที่มาทำให้หัวใจพอจะเต้นแรงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้จะอยู่ตลอดไป
ใครกันจะมาสนใจคนที่มีชีวิตทำตามงานน่าเบื่อหมือนอย่างเขา
การันต์เรียนจบเพียงแค่ชั้นมัธยมปลาย แม้จะใฝ่ฝันที่จะเรียนต่อเพื่อมองหาอนาคตที่ดีแต่จนตอนนี้เขาเองก็ยังไม่เห็นหนทาง ทำเพียงก้มหน้าทำงานเก็บเงินไว้ก้อนหนึ่งหวังว่าสักวันผนึ่งโอกาสและจังหวะดีๆจะเข้ามา
ส่วนเรื่องความรักที่ผ่านมานั้นเขาพบกับใครก็ไม่เคยอยากจะผูกมัด เพราะเอาแต่คิดว่าอยากทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่านี้ก่อนค่อยเอาเวลาไปคิดเรื่องพวกนั้น อีกอย่างคนที่เข้ามาก็มาเพื่อที่จะผ่านมาทักทายอยู่เสมอ ไม่เคยมีใครเคยมาเสนอเพื่อที่จะร่วมสร้างทางเดินด้วยกันสักคน
หลังจากเลิกงานการันต์ก็เอ่ยลาเพื่อนๆทุกคนรวมถึงนิวที่พักอยู่คนละที่กับเขา ...โดยปกติรถโดยสารตอนกลางคืนสายนี้จะวิ่ง 24 ชั่วโมง ทำให้เด็กหนุ่มเพียงแค่เดินออกไปนิดหน่อย ก็สามารถเจอป้ายแล้วรอขึ้นรถได้เลย
เจ้าตัวหยิบหูฟังมาเสียบกับโทรศัพท์มือถือ กดเล่นเพลงของวงโปรดอย่าง 25hours คลอไปกับบรรยากาศตอนกลางคืนเพื่อกลับบ้าน นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยบนรถไม่นานก็ถึงหอพัก
เวลาเดิม...
ที่เดิม....
เหมือนเดิมอย่างเช่นเกือบทุกคืนที่มันดำเนินไปอย่างนี้
เขาเอ่ยทักทายลุงรปภ.ที่เฝ้าอยู่ประจำหน้าอพาร์ตเมนท์ด้วยความคุ้นชิน แล้วจึงเดินไปกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ตนพัก
เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงบนที่นอนมองดูเพดานที่เปิดไฟสีนวลดวงเดิมเหมือนอย่างที่ส่องสว่าวอยู่ทุกวัน ก่อนที่หยาดน้ำตาจเค่อยๆไหลรินลงมาอาบข้างแก้ม
บ่อยครั้งที่ชีวิตเฝ้าคิดว่าทำไมถึงไม่เป็นอย่างคนอื่น แต่เมื่อนึกถึงหน้าแม่ก็ทำให้เขาเกลียดความคิดนี้ของตัวเองทันที
มารดาอาศัยอยู่ต่างจังหวัดทำงานแม่บ้านหาเลี้ยงชีพ แม่เลี้ยงเขามาได้จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยปริปากน้อยใจโชคชะตาให้ได้ยินสักคำ เพราะฉะนั้นการันต์ไม่มีเวลาอ่อนแอมากนัก เขารีบกระพริบตาถี่ๆไล่ความน้อยใจก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำนอนเพื่อรอพบกับวันใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมง
รีไรท์ : 25.08.2021
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments
PIMPIKA
ๅ
2022-07-15
0
Lmg Lao
สนุกมากๆค่ะ
2021-07-05
2