ตอนที่ 18 ใครเอ๋ย
ไม่รู้ว่าผมคิดถูกรึเปล่าที่ให้รางวัลพี่เรียวแบบนั้น พอเห็นหน้าเศร้าๆ กับแรงกอดที่แสดงความหวงแหน ผมก็อดไม่ได้ที่จะปลอบคนตัวโตกว่า โดยการให้รางวัลแบบนั้น
“นายครับไม่สบายรึเปล่า?” พี่จาบีถามขึ้นหลังจากที่ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ตอนนี้พวกเราสองคนกำลังเดินไปยังห้องกระจก ห้องที่ผมชอบไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในนั้น
“เปล่าครับ” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะยกมือลูบลำคอของตัวเองแก้เขิน เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หน้าผมมันก็ร้อนไปหมดเลย...
“ต้องเป็นเพราะไอ้หมาบ้าหื่นกามแน่ๆ เลย! ” พี่จาบีพูดขัดขึ้นมา
“ครับ?” ผมร้องเสียงหลง หรือว่าพี่จาบีจะเห็นตอนผมจูบปลายคางพี่เรียวงั้นหรอ? หรือจะได้ยินเรื่องที่ผมคุยกับพี่เรียวหรอ? ยิ่งคิดยิ่งสับสน คงจะมีแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ผมไม่อยากให้พี่จาบีได้ยิน ได้รู้ได้เห็นอะไรทั้งนั้น
“โชคดีแค่ไหนแล้วครับที่ผมเข้าไปทัน อึย! ไม่อยากจะคิดตอนที่ผมเข้าไปไม่ทันเลย คุณหื่นนั้นก็เอาแต่กอดนายไม่หยุด มันน่าๆ ๆ อ๊ากก” พี่จาบียกมือขยี้หัวตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิด
“คุณหื่น?” ผมทวนชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่
“ก็....คุณเรียวไงล่ะครับ” ร่างสูงหันซ้ายหันขวาพลางเอามือป้องปากก่อนจะเอยออกมาเบาๆ โถ่นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็กลัวเหมือนกัน
“นายยยยยย...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ เอาซะผมดูแย่เลย”
“ฮ่าๆ ขอโทษครับ” ผมหัวเราะเบาๆ แล้วส่งยิ้มหวานให้เขาก่อนจะเดินเข้าห้องกระจกไปอย่างอารมณ์ดี ลืมเรื่องกังวลทุกอย่างไปจนหมด
“อรุณสวัสดิ์ครับนาย” ผมมองร่างสูงอีกคนที่ยืนรอผมในห้องอยู่ก่อนแล้ว ทั้งที่ปกติคนที่ดูแลผมจริงๆ จะมีแค่พี่จาบีแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเพิ่มมาอีกคนที่ตามติดอย่างใกล้ชิด
“อรุณสวัสดิ์ครับลิง” ผมตอบกลับอย่างเคย
พวกเราทั้งสามนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้อง โดยมีพี่จาบีอธิบายเรื่องหน้าที่ต่างๆ ของหน่วย
“หน่วยของเรามีทั้งหมด ยี่สิบห้าชีวิตถ้วนครับ ในหน่วยจะแบ่งย่อยเป็นสามทีม แต่ละทีมจะมีความถนัดไม่เหมือนกัน ทีมที่หนึ่งสืบหาตามตัว ทีมที่สองปลอบตัวเข้าหาล้วงความลับ ทีมที่สามจับตาย แต่หลังๆ มานี้หน้าที่ของพวกเราก็ได้รับเยอะขึ้นครับ...นี้ครับนาย” พี่จาบีว่าพลางส่งเอกสารมาให้ผมหา
“ตั้งแต่ที่พวกเราขึ้นตรงกับนาย งานของพวกเราจะถูกโอนมาให้นายดูแลสั่งการแทนคุณหื่นครับ” น้ำเสียงจริงจังยังเอยขึ้น
“เดี๋ยวนะมึง...คุณหื่นนี้ใครวะ” พี่ลิงขัดบทสนทนา
“คนที่มึงก็รู้ว่าใคร...”
“ลอร์ดโวลเดอมอร์” ผมพยายามกลั้นขำสุดชีวิตเมื่อได้ยินคำตอบของพี่ลิง...ไม่ไหวแล้ว
“ฮ่าๆ ๆ ๆ” ในที่สุดความพยายามอันน้อยนิดของผมก็พังไม่เป็นท่า
“ลอร์ดโวลเดอมอร์พ่อมึงสิ เฮ้อ ก็คุณเรียวไงวะ”
“กูจะรู้ไหม เมื่อคืนนั่งดูหนังกับทุกคนมา ในหนังมันก็พูดแบบเนีย คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ...นายครับหยุดหัวเราะเลยนะ” พี่ลิงหันมาพูดกับผมในช่วงท้าย ใบหน้าแดงก่ำมองผมนิ่งด้วยสายตาเขินอาย
“ฮ่าๆ ๆ ขอโทษครับ ผม..เมื่อยแก้มไปหมดแล้ว” ผมพยายามหยุดเสียงหัวเราะของตัวเอง ไม่อยากให้พี่ลิงอายไปมากกว่านี้ แต่ผลที่ได้รับกลับมาคือความเมื่อยที่แก้มน้อยๆ ของผมเอง พลางนวดแก้มของตัวเองเบาๆ แล้วกลัมาสนใจกับกองเอกสารมากมายพวกนี้แทน
“...” พี่ชายทั้งสองไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเราเท่านั้น ผมค่อยๆ อ่านเอกสารไปอย่างช้าๆ เน้นความละเอียด อ่านทุกตัวอักษร แต่ไม่ว่าอย่างจะอ่านมากเท่าไรมันก็ไม่หมดสักที!
“จาบีครับ มีชุดไหนที่ค้างอยู่หรือว่ารีบบ้างไหม” ผมอ่านเอกสารในมือต่อก่อนจะถามคนที่รู้เรื่องพวกนี้ดีที่สุด
“คะครับ! ...อ่าเออ...” มือหนาไล่หาเอกสารที่ผมต้องก่อนไปเรื่อยๆ
“ห้าชุดนี้ครับนาย” ผมรับเอกสารดังกล่าวไว้ แล้วหยุดอ่านเอกสารในมือทันที
ผมอ่านเนื้อหาในเอกสารนั้น ก่อนจะสั่งการพี่จาบีต่อทันที เพราะถูกเลี้ยงมาโดยมาเฟีย ถูกสอนมาแบบมาเฟีย ก็ไม่แปลกที่ผมจะชินกับเรื่องแบบนี้ แต่วิธีการเก่าที่พี่เรียวใช้มันกินระยะเวลานานมากเกินไป แถมเสี่ยงสุดๆ ผมยิ่งไม่เห็นด้วยเข้าไปใหญ่
“เอาเป็นว่าทำตามที่ผมบอกดีกว่าครับ เสร็จแล้วให้พวกเขามารายงานผมด้วย” ผมยินให้ก่อนจะนั่งอ่านเอกสารชุดอื่นๆ ต่อ
“ครับนาย” พี่จาบีรับคำ ไม่นานร่างสูงก็เร่งฝีเท้าเดินออกไป คงจะไปสั่งงานตามที่ผมบอกนั่นแหละ
“ลิงครับ ช่วยดูเอกสารให้ผมหน่วยว่าตัวไหนต้องรีบจัดการมากที่สุด” ลำพังแค่ผมคนเดียวคงไม่เสร็จแน่ถ้าจะให้อ่านเอกสารมากมายหลายชุดแบบนี้
“ครับ! ” มือหนารีบจัดการหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ
“ขอบคุณครับ” พวกเราสองคนไล่จัดการงานทีละอย่างๆ และคิดว่าในไม่ช้างานพวกนี้คงจะได้เริ่มเร็วๆ นี้ รู้ตัวอีกที่พี่ลิงก็เดินออกจากห้องไปแล้ว
ผมเหลือบมองนาฬิกาเล็กน้อย แล้วเริ่มลงมือทำงานอีกครั้ง เข้าใจความรู้สึกของพี่เรียวแล้ว เมื่อก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมเขาต้องทำงานข้ามวันข้ามคืนแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว
หมั่บ!
“ใครเอย?” เจ้าของเสียงถาม
ผมนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรได้แต่สัมผัสมือที่ปิดแน่นอยู่ตรงตาของผม เจ้าของเสียงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก พยายามคิดถึงเสียงที่ผมได้ยินเมื่อครู่ว่าเป็นเสียงของใคร แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกเสียที
“แล้วคุณเป็นใคร?” ผมถามกลับอย่างใจเย็น
“ไม่เอาสิครับ อย่าดุสิ” ชายปริศนาเอยขึ้นน้ำเสียติดสนุกเล็กน้อย
“ต้องการอะไร...” ผมถามทันทีที่รู้สึกถึงอะไรบ้างตรงลำคอ เมื่อมีอะไรแข็งๆ จี้อยู่ตรงนั้น ความรู้สึกปลอดภัยของผมในช่วงแรกหายวับไปในทันที
“ใครเอย?” เสียงเข้มพูดประโยคเดิมอีกครั้ง คงต้องการให้ผมตอบเขาให้ได้ว่าตัวเขาเป็นใคร ก็อยากจะขัดขืนตอบโต้เขากลับบ้างเหมือนกัน แต่ติดที่ไม่รู้ว่าเขาเอาอะไรมาจ่อคอของผม
“ผมของถามอีกครั้ง คุณคิดจะทำอะไร”
“ใครเอย? ลองทายสิ?” เขาถามกลับอย่างอารมณ์ดี ไม่สนใจคำถามของผมเมื่อครู่เลย
“ไม่รู้สิ”
“ไม่เอาน่าลองเดาดูก็ได้ แบบนี้น่าน้อยใจแย่เลย” ชายปริศนาเอยเสียเศร้า ผมไม่รู้ว่าเราเล่นเกมทายปริศนากันมานานแค่ไหน แต่คิดว่าอีกไม่นานพี่ลิงไม่ก็พี่จาบีจะต้องเข้ามาในห้องนี้แน่นอน
“ปล่อยนายน่ะ! ” เสียงของพี่ลิงดังขึ้นท่ามกลางความมืดในสายตาของผม เป็นไปอย่างที่ผมคิดทุกอย่าง แต่เจ้าของมือหนากลับไม่ยอมเปล่าจากผมไปง่ายๆ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบกำลังตรงมาหาผม พร้อมเสียงโวยวายตลอดทาง
“ใครเอย?” เสียงเข้มเอยอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี ไม่มีท่าที่เกรงกลัวพี่ลิงเลยสักนิด หรือเรียกว่าไม่สนใจดีละ
“กูบอกให้มึงปล่อยไง” พี่ลิงยังเน้นย้ำประโยคเดิมซ้ำ
“ตอบมาสิ ใครเอ๋ย?"
เรื่องนี้มัจำหน่ายเป็น E-BOOK แล้วนะคะ สามารถซื้อเพื่ออ่านก่อนใครพร้อมตอนพิเศษที่ไม่ลงในเว็บได้แล้ววันนี้!!! ที่Mebค่ะ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments