ตอนที่ 6 ประกาศสงคราม
ผมได้แต่มองร่างสูงที่วิ่งห่างออกไปอย่างช่วยไม่ได้ จริงๆ พี่จาบีก็มีกลิ่นเหล้าแรงติดตัวอย่างที่เต้บอกผมนั่นแหละ แต่ถึงอย่างงั้น ผมก็ไม่คิดว่าจะไล่เขาได้ลงคอหรอกนะ ยิ่งเขาเป็นพวกที่จริงจังกับกลิ่นตัวของตัวเองมาก ผมก็ยิ่งไม่กล้าพูด
“นี้...บางทีนายควรพูดความรู้สึกของตัวเองออกมามั่งนะ” เต้ตอบท่ามกลางความเงียบของงานวันเกิดผม ทั้งที่ปกติจะเสียงดัง ต้องมีเสียงเพลงไม่ขาดสายแท้ๆ แต่ในวันนี้กลับเงียบสงบจนผิดสังเกต
“เรื่องอะไรละครับ?” ผมมองหน้าคนข้างกาย ไม่รู้ว่าทำไมผมจะต้องพูดเรื่องที่คิด สิ่งที่รู้สึกออกมาด้วย ในเมื่อทุกอย่างมันก็ไม่มีทางเป็นจริงตามความต้องการของตัวเองอยู่ดี
...กลับเลวร้ายขึ้นมากกว่า มีแต่ข้อเสียมากมายเต็มไปหมด ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด ถ้าไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน ก็มีแต่จะทะเลาะกันเปล่าๆ แต่ในกรณีของผมอาจจะเลวร้ายกว่านั้นก็ได้ เพราะจุดยืนของผมมันไม่มีอะไรที่แน่นอนอย่างไงละ
“ทุกอย่าง ความรู้สึก ความต้องการ นายไม่ใช่นกของใคร ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในกรง นายไม่ใช่หมาที่มีเจ้านาย ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟัง...” ที่เต้พูดออกมาก็จริง แต่ว่า...
“บ้านหลังใหญ่ ผู้คนมากมาย อิสระที่มีในตอนนี้ ทุกๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ที่นอน อาหาร หรือแม้แต่ลมหายใจของร่างนี้...” ผมพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกมือแตะที่อกของตัวเองแล้วพูดต่ออย่างใจเย็น
“ไม่ใช่ของผม” ผมค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นยื่นก่อนจะบิดขี้เกียจไปมาอย่างช้าๆ ถึงอยากจะเล่าเรื่องของตัวเองกับคนอื่นมากแค่ไหน แต่สุดท้ายผมก็ทำไม่ได้อยู่ดี นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราคุยกันก็ได้ ยังไงซะพี่พายก็ไม่ค่อยมาวุ่นวายกับผมอยู่แล้ว คงจะอยากอยู่กับพี่เรียวสองคนมากกว่า นั้นแปลกว่ามไม่มีทางได้เจอเต้อีก
สุดท้ายทั้งชีวิตผมก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว เป็นสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นในสายตาของเขาอยู่ดี
“ไปกันเถอะครับ งานเลี้ยงคงจบแล้ว” ผมหันมายิ้มให้เต้ ก่อนจะเดินนำเขาออกไป โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองเจ้าของรอยยิ้มประหลาดนั้นอีก รอยยิ้มที่ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร เรื่องดีหรือร้าย รอยยิ้มที่ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ ไม่อยากเข้าใกล้มันแม้แต่น้อยเช่นกัน
ตลอดทางเดินกลับมาทุกอย่างเงียบไปหมด เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนตอนแรก ต่างฝ่ายต่างเงียบ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามแบบของตัวเอง ไม่ต่างจากในงานที่ทุกคนได้แต่ยื่นกินกันเงียบๆ นั่งกินอาหารแบบพวกทหารในทีวี ที่ค่อยตักที่ละคำอย่างระมัดระวัง ต่างจากทุกที่จริงๆ นั่นแหละ ทั้งที่ปกติเป็นพวกเสียงดังเวลามีงานเลี้ยงแท้ๆ หรือปีนี้อาหารไม่อร่อยกันแน่นะ?
“กลับมาแล้วหรอจ๊ะ เป็นไงบ้างสนุกไหม?” พี่พายถามด้วยรอยยิ้มสดใสเช่นเคย
“ครับ” เจ็บชะมัด... ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะแยกออกไปพักสักที ดีกว่าทนอยู่แบบนี้ ทนเห็นจุดยืนที่ตัวเองต้องการแต่ไม่สามารถทำได้ ยิ่งเห็นพวกเขาเข้ากันได้ดีมากแค่ไหนผมก็เจ็บมากเท่านั้น ทั้งมือน้อยๆ ที่คล้องแขนของพี่เรียวอย่างเป็นธรรมชาติ ไหนจะมือหนาของเขาที่ประคองมือน้อยๆ ของเธอนั้นอีก
สุดท้าย...อย่างไงผมก็เป็นแค่น้องชายของเขาอยู่ดี สิ่งที่ผมจะทำได้ก็มีเพียงแค่...ยิ้มเท่านั้น
รอยยิ้มที่หวังให้พวกพี่มีความสุข
รอยยิ้มที่แม้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนแต่ผมก็ยินดีกับพวกเขาจากใจจริง
รอยยิ้มสุดท้ายที่ผมจะรู้สึกแบบนี้กับพี่
ผมจะเป็นน้องชายอย่างที่พี่ต้องการให้เร็วที่สุด ไม่วันใดก็วันหนึ่งที่ผมจะมองพวกพี่ด้วยรอยยิ้มที่จริงใจกว่านี้ วันที่ผมจะมองพี่เรียวด้วยสายตาน้องชายธรรมดา ต้องมีสักวัน ผมสัญญา....
“แล้วเราละเจ้าตัวแสบ?” พี่พายถามน้องชายของเธอบ้าง
“นายควรพูดความจริงนะ เพื่อตัวนายเองถ้าอยากตัดใจก็ต้องมีคนคอยช่วย ตัวคนเดียวจะไปทำอะไรได้มากมายรวดเร็วขนาดนั้นละจริงไหม...” เต้เอียงตัวกระซิบที่ข้างหูของผมเบาๆ ก่อนจะแอบยัดอะไรบางอย่างในกระเป๋าด้านหลังของกางเกงผม
“อึก! ...ทำอะไรนะครับ! ?” ผมกระซิบตอบบ้าง ก็มือของเขามันโดนก้นของผมด้วยนะสิ! อยากจะบ้าตาย!
“เอาโดนหรอ ฮ่าๆ โทษทีๆ” ตัวการที่ทำให้ผมสะดุ้งเมื่อครู่รีบยกมือขึ้นทันที ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องพี่พายละก็ผมคงจะต่อยเขาเข้าสักหมัดจริงๆ อดทนไว้ๆ น้องชายของพี่เรียวจะมาทำตัวน่าขายหน้าไม่ได้ อดทน...
“แกล้งอะไรโซ่อีกฮะ! เดี๋ยวเถอะ” พี่พายหัวเราะน้อยๆ ไม่ได้บ่นหรือต่อว่าน้องชายของตัวเองจริงจังมากนั้น ในสายตาของเธอน้องชายของเธอย่อมดีที่สุดอยู่แล้ว
“เปล่าซะหน่อย ใครจะไปกล้าแกล้งน้องชายของพี่เรียวกันละจริงไหมโซ่”
หมั่บ!
เต้กอดคอผมอีกครั้ง พลางดึงผมให้เข้าไปใกล้ๆ เขาอีกด้วย มันดูเป็นเรื่องตลกสำหรับสองพี่น้องพายเต้มาก แต่สำหรับผมไม่เลยสักนิด ไม่เห็นต้องย้ำเลยว่าผมอยู่ในฐานะอะไร ผมรู้ตัวดีต่อให้ไม่มีใครพูดอะไรเลยก็ตาม...
“ตอนแรกก็คิดว่าน่าสนุกอยู่หรอกนะ แต่พอเจอจริงๆ นายนี้มัน..ถูกใจชะมัด” มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาจากหัวไหล่ของผม ก่อนจะออกแรงดึงต้นคอของผมให้เข้าไปใกล้ๆ เขามากขึ้น
จุ๊บ
“มัดจำไว้ก่อน ไว้อีกสามวันจะมารับไปทะเลนะ ที่-รัก-ของ-ผม”
“ตายจริง ชอบน้องโซ่มากขนาดไหนกันเนีย ไหนบอกไม่ได้คิดอะไรไง?” เสียงของพี่พายดังขึ้น แต่ผมกลับคิดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งเป็นหินในอ้อมแขนของเต้เท่านั้น
“ก็บอกแล้วไงครับ เจอตัวจริงผมก็รักตั้งแต่แรกเห็นแล้วละ ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าของต้องรีบทำคะแนน” สัมผัสอุ่นที่ได้รับจากเขายังติดแน่นที่แก้มของผม ทั้งความนุ่มของริมฝีปาก กลิ่นหอมอ่อนๆจากกายของเขา ผมยังรู้สึกถึงมันได้แม้จะผ่านมาแล้วก็ตาม
“...เต้กลับกันเถอะ...นะ” เสียงพี่พายดูจะต่างจากปกติ ผมอยากจะมองพวกเขาตรงหน้าให้ชัดนะ แต่ไม่อยากเห็นสายตาหวานชื่นของพี่เรียวกับแฟนสาวของเขา เพราะงั้นมองพื้นแบบเดิมนะดีอยู่แล้ว...
“หึ...ครับๆ กลับกันเถอะ ไว้จะมารับนะ” มือหนาของเต้ขยี้หัวผมเบาๆ แล้วเดินจากผมไป
ในที่สุดก็ไปสักที ผมเองก็ไปมั่งดีกว่า อยากอาบน้ำแล้ว โถ่เว้ย! ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเล่นอะไรแบบนี้กับผม หรือแบบนี้พวกเพื่อนเขาเล่นกันรึไง? ยุ่งยากจริงๆ เวลาคิดเรื่องที่ผมไม่รู้ไม่เข้าใจมันก็ยิ่งปวดหัวนะสิ...
ผมยกมือแตะรอยหอมที่เต้ทำไว้เบาๆ สัมผัสที่ชวนให้คิดถึง ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่ผมลืมสัมผัสแบบนี้ไป
‘ลูกชายแม่เก่งที่สุดเลย!’ เสียงของแม่ดังก้องในหัวของผม พร้อมภาพความทรงจำสมัยเด็ก ในตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ ในตอนที่ครอบครัวยังเป็นครอบครัว พ่อไม่ติดยาแบบตอนนั้น ท่านตั้งใจทำงานหาเลี้ยงเราสองคนแม่ลูกเป็นอย่างดี
คงเป็นช่วงเวลาเดียวที่ทำให้ผมมีความสุขและยังจดจำมันได้ ความทรงจำก่อนจะเจอพี่เรียว...
“ไปอาบน้ำเถอะ...น้องคงจะเหนื่อย...ใช่ไหม?” พี่เรียวพูดเสียงแข็งดวงตาสีเข้มช่างว่างเปล่าจนน่ากลัว
“ครับ งั้นผมไปก่อนนะ” ผมตอบยิ้มๆ พลางลูบแก้มของตัวเองเบาๆ และหันหลังกลับสู่กรงของตัวเองอีกครั้ง
ถ้าตอนนี้แม่ยังอยู่ผมคงจะไม่ได้เจอพี่เรียว แบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ เพราะผมไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไปแล้ว ไม่ต้องอยู่ในฐานะน้องชาย และอาจไม่ได้เจอเขาอีกเลยถึงจะเหงาไปบ้างแต่คงจะดีกว่านี้...
ในตอนที่โซ่โตจนถึงขนาดนี้ แม่จะยังหอมโซ่แล้วกอดโซ่ก่อนนอนอยู่ไหมครับ?
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments