มิติรักบัลลังหงษ์
ตอนที่ 16 คืนแรก #ย่องเบา
เมื่อไทเฮาเสด็จกลับ เสี่ยวเฟิ่งก็รีบเดินเข้าไปผลักหน้าอกขององค์รัชทายาททันที เขาเสียหลักเล็กน้อยและเซไปข้างหลังสองสามก้าว
"เจ้าผลักข้าทำไม!!"
"ท่านถือวิสาสะลวนลามข้า!!" นางบอกด้วยใบหน้าที่แดงก่ำนางยอมรับว่าเขินอายอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจูบนี้จะไม่ใช่จูบแรกของนาง เพราะจูบแรกของนางโดนผู้ชายยียวนกวนประสาทคนนั้นขโมยไปแล้ว แต่ทว่า..เหตุใดความรู้สึกมันถึงต่างกันเช่นนี้ละ?..ตอนที่นางเสียจูบแรกไปหัวใจนางไม่ได้เต้นแรงขนาดนี้ แต่ทำไมครั้งนี้หัวใจนางจึงเต้นแรงราวกับจะระเบิดออกมา นางกระอักกระอวนและทำตัวไม่ถูกก่อนจะยืนนิ่งไป
องค์รัชทายาทยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาก้มมองหน้านางด้วยสายตาที่กำลังยั่งความรู้สึก เหตุใดนางจึงมีท่าทีเช่นนั้นซ้ำยังหน้าแดงขึ้นมาดื้อๆองค์รัชทายาทขยับเข้าไปใกล้นางก่อนจะเอ่ยถามเป็นเชิงเย้าแหย่
"นี่เจ้ากำลัง...เขินอายอย่างนั้นหรือ?"
ใบหน้าของเสี่ยวเฟิ่งร้อนผ่าว นางหันหน้าหลบพร้อมกับปฏิเสธ "ปละ เปล่าสักหน่อย!!"
"'งั้นหรือ? ดี ไม่เขินก็ดี ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ข้าจะยกเตียงให้เจ้า เชิญเจ้าตามสบายก็แล้วกัน" องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นและกำลังจะเดินออกไป
"แล้วนั้นท่านจะไปไหน?" เสี่ยวเฟิ่งเอ่ยถาม องค์รัชทายาทจึงหันกลับมาหานาง
"ข้าร้อนก็เลยจะไปอาบน้ำ...เจ้าถามทำไมหรือว่าอยากจะไปอาบน้ำกับข้า...อาบได้นะ" องค์รัชทายาทตอบกลับมาด้วยสีหน้ากวนๆเสี่ยวเฟิงจึงทำเสียงฮึดฮัดใส่เขา
"ไปอาบคนเดียวเถอะ!!" นางบอกก่อนจะฟึดฟัดหันหลังให้ องค์รัชทายาทคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะเดินหายออกไป...
-กลางดึกสงัด-
ภายในตำหนักขององค์รัชาทาย เสี่ยวเฟิ่งนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงด้วยใจที่ว้าวุ่น นางลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง นางสอดส่ายสายตามองหาใครบางคนก่อนจะส่งเสียงเรียกอย่างแผ่วเบา
"อาหวง....อาหวงเจ้าอยู่รึเปล่า?...อาหวง" เสียงเฟิ่งกำลังเรียกหาสัตว์เทวะคู่กายของตน เมื่อเจ้าห่านขนฟูสีขาวตัวอ้วนได้ยินเสียงเรียกก็รีบกระพือปีกบินขึ้นมาหานางทันที มันกระดิกก้นไปมาอย่างน่ารัก เสี่ยวเฟิ่งยิ้มก่อนจะลูบที่หัวของมันอย่างเอ็นดู
"อาหวงคืนนี้เจ้ากับข้าต้องช่วยกันหาว่าที่ซ่อนของกระดูกมังกรว่าอยู่ที่ไหน หากเจอก็จงรีบมาบอกข้า...และอีกอย่างเจ้าต้องระวังตัวอย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด เดี๋ยวจะกลายเป็นห่านย่างไปเสียก่อน.." พูดจบนางก็เดินไปที่ประตูทางออก นางแง้มบานประตูเล็กน้อยก็พบว่ามีทหารยามยืนเฝ้าอยู่ เสี่ยวเฟิ่งจึงหันกลับมาพูดกับอาหวงอีกครั้ง
"อาหวงลำบากเจ้าแล้ว เจ้าจงหลอกล่อทหารยามพวกนั้นไป ข้าจะได้ออกจากห้องนี้อย่างสะดวก.." อาหวงผงกหัวด้วยความแสนรู้ก่อนจะบินออกไปทางหน้าต่าง...เวลาผ่านไปเพียงไม่นานก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่ด้านนอก..
"อ้ากๆ อ้ากๆ อ้ากๆ" เสียงห่านร้องดังไปทั่วพระตำหนัก ทหารยามเหล่านั้นต่างมองด้วยความประหลาดใจ
"นั่นมันห่านนิ! เหตุใดจึงมีห่านเข้ามาให้เขตพระราชฐาน!!"
"ใช่! ไปเร็วเข้า! รีบไปจับเจ้าห่านตัวนั้นแล้วทำให้มันเงียบซะ!!!"
"ขอรับ!" องครักษ์และทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าตำหนักรีบวิ่งไล่จับห่านตัวนั่นกันอย่างจ้าละหวั่นเพราะมันส่งเสียงร้องรบกวนการนอนหลับพักผ่อนของเหล่าเชื้อพระวงศ์ ในตอนนี้จึงไม่มีใครเฝ้าอยู่ที่หน้าพระตำหนัก เสี่ยวเฟิ่งใช้โอกาสนั้นหนีออกมาแล้ววิ่งลับหายไปหลังม่านภูเขาจำลอง..
ตำหนักกว้างใหญ่ทางเดินกว้างขวางเสี่ยวเฟิ่งเดินเบียดร่างบังกายอยู่ในเงามืดแสงสีส้มจากโครมไฟที่จุดอยู่โดยรอบของพระตำหนักช่วยให้นางมองเห็นทางได้ชัดขึ้นแต่มันก็ทำให้นางหลบซ่อนตัวได้ยากขึ้นเช่นกัน นางเยื่องย่างอย่างเบาเท้าพร้อมสอดส่ายสายตาไปรอบๆเมื่อเห็นว่ามีทหารยามเดินตรวจตราผ่านมานางก็รีบหลบเข้าไปในมุมอับทันที หัวใจนางเต้นถี่ด้วยความตื่นเต้นเกือบหลบไม่ทันเสียแล้ว และเมื่อทหารยามเหล่านั้นเดินผ่านไปร่างของนางก็ปรากฏขึ้นมาอีก นางรีบเดินออกมาก่อนจะวิ่งไปให้ถึงอีกมุมหนึ่งของตำหนัก
ในตอนนี้นางยังอยู่ที่ตำหนักขององค์รัชทายาท คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันด้วยความหนักใจ วังหลวงกว้างใหญ่เช่นนี้นางจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แต่ที่แน่ๆกระดูกมังกรเป็นของสำคัญไม่มีทางที่ฮองเต้แห่งชิงหยวนจะวางไว้ในที่สะดุดตาคน มันต้องอยู่ที่ไหนสักที่ในตำหนักหลวงอย่างแน่นนอน
ตำหนักหลวงคือตำหนักที่ฮองเต้ทรงประทับอยู่เป็นตำหนักใหญ่ที่สุดในบรรดาตำหนักทั้งหมดในวัง เสี่ยวเฟิ่งเดินลัดเลาะตามขอบกำแพงและหลบซ่อนตัวตามพุ่มไม้ก่อนจะมาถึงตำหนักขององค์ชายองค์ใดองค์หนึ่ง
นางนั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้หน้าพระตำหนักพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตำหนักหลวงอยู่ที่ไหนทำไมถึงหายากหาเย็นเหลือเกินหากมีแผนที่ก็คงจะดีไม่น้อย นางนั่งครุ่นคิดอยู่สักพักก็สังเกตเห็นว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาที่ตำหนักอย่างร้อนใจ แต่ดูจากการแต่งตัวแล้วก็น่าจะเป็นขันที เมื่อขันทีคนนั้นมาถึงเหล่านางกำนัลพร้อมทั้งทหารก็รีบวิ่งกู่ออกมา
"เจอหรือไม่?!" น้ำเสียงของขันทีคนนั่นกล่าวอย่างร้อนใจ
"ไม่เจอเจ้าค่ะฉูกงกง ข้าน้อยหาจนทั่วตำหนักแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาขององค์ชายเก้าเลยเจ้าค่ะ!!" นางกำนัลตอบกลับมา เสี่ยวเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นจึงกระจ่างว่าตำหนักแห่งนี้เป็นของใคร ที่แท้ก็ตำหนักขององค์ชายเก้านี่เอง
ก่อนที่นางจะเข้าวังอาเจี่ยให้บอกเล่าประวัติภายในวังแห่งนี้ให้เสี่ยวเฟิ่งได้รู้อย่างคร่าวๆ นางรู้มาว่าแคว้นชิงหยวนมีองค์ชายทั้งหมดเก้าพระองค์ แต่ละคนก็มีนิสัยแตกต่างกันไป โดยเฉพาะองค์ชายเก้าที่ดูเงียบขรึมไม่สุงสิงกับใครทั้งยังป่วยออดๆแอดๆสุขภาพร่างกายไม่สู้ดีนัก เพราะเหตุนี้เขาจึงคิดจะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้งหลายครา เมื่อทบทวนแล้วว่าตนอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์สร้างคุณให้กับบ้านเมืองก็ไม่ได้..และวันนี้เขาก็ได้หายตัวไปนางกำนัล ขันทีและทหารออกตามหากันไปทั่วแต่ก็ไม่พบ ทุกคนหวั่นใจเกรงว่าองค์ชายน้อยจะฆ่าตัวตายอีกจึงรีบควานหากันให้วุ่น
หลังจากที่ขันทีและนางกำนัลแยกย้ายกันไป เสี่ยวเฟิ่งก็รีบหนีออกมาจากตรงนั้นทันที นางเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆจนมาเจอสะพานหินโค้งทอดยาวไปอีกฝั่งของลำธารจำลอง เสี่ยวเฟิ่งหันมองไปรอบๆ ณ ที่แห่งนี้ไม่มีทหารคอยเฝ้าทั้งยังเงียบสงบ นางกำลังจะเดินข้ามสะพานไปยังอีกฝั่ง แต่แล้วสายตาของนางก็สะดุดกับใครบางคนเข้า
ชายร่างสูงรูปกายค่อนข้างซูบผอมสวมอาภรณ์สีขาวยืนอยู่ที่ริมสระน้ำ สีหน้าของเขาดูหม่นอย่างเห็นได้ชัดสายตาเศร้าๆจ้องนิ่งไปที่น้ำในสระไม่ยอมว่างตา ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำตัดพ้ออย่างสิ้นหวัง
"ข้าเป็นองค์ชายแล้วยังไง ในเมื่อข้าไร้ประโยชน์ไร้ความสามารถเช่นนี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากเศษเถ้าธุลี....ท่านพ่อก็ไม่สนใจข้าไม่มีใครห่วงข้าอย่างจริงใจเลยสักคน อึก~ท่านแม่ข้าอยากไปอยู่กับท่าน"
-ตูมมมม!!!-
สิ้นประโยคนั้นร่างของเขาก็ตกลงไปในน้ำเขาตั้งใจจะฆ่าตัวตาย! ตอนนั้นเสี่ยวเฟิ่งรู้ได้ในทันทีว่าขายผู้นี้ต้องเป็นองค์เก้าที่เหล่าขันทีตามหา นางเห็นเหตุกาณ์ตั้งแต่ต้นและดูอยู่ด้วยความตกใจ!
นางรีบวิ่งลงจากสะพานไปที่ขอบสระ ยืนมองหาร่างขององค์ชายเก้าอยู่นานแต่กลับไม่เห็นร่างของเขาโผล่ขึ้นมา ด้วยความร้อนใจหากจะไปตามคนมาช่วยคงไม่ทัน! เสี่ยวเฟิ่งจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเขาด้วยตัวเอง และในที่สุดนางก็สามารถลากตัวขององค์ชายเก้าขึ้นมาจากน้ำได้ แต่ทว่าเขากลับหยุดหายใจไปแล้วแต่ชีพตรยังเต้นอยู่ เสี่ยวเฟิ่งจึงทำการปั้มหัวใจให้กับเขา เพียงชั่วอึดใจองค์ชายเก้าก็พื้นคืนสติ
"แคร่กๆๆ อึก แคร่กๆๆ" เขาสำลักน้ำออกมาก่อนจะลืมตาขึ้นมามองเสี่ยวเฟิ่ง "จะ เจ้า! แคร่กๆ เจ้าเป็นใคร แคร่กๆ"
"ข้าเป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก!! ท่านต่างหากทำไมถึงทำเช่นนี้ การตายไม่ใช่จุดจบของชีวิตหรอกนะ ทุกคนต่างก็มีเรื่องทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น! เป็นถึงองค์ชายเหตุใดจึงทำเรื่องสิ้นคิด! ท่านรู้มั๊ยกว่ามนุษย์เราจะเกิดมาได้มันยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน ไหนจะบุญคุณมารดาที่อุ้มท้องและคลอดท่านมาอย่างยากลำบาก แม่ของท่านยอมเจ็บยอมทรมานเพื่อแลกกับชีวิตน้อยๆของท่าน! แต่พอท่านเติบใหญ่ท่านกลับจะลำลายความรักที่แม่ของท่านหมอบให้!! เลือดของนางยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวท่าน!! ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ! หากไม่เรียกว่าอกตัญญูจะให้เรียกว่าอะไร!! หากท่านไม่รู้จักรักตัวเองก็อย่าหวังว่าจะให้คนอื่นมารักเลย!!"
เสี่ยวเฟิ่งพ่นคำด่าออกมาจนเกือบลืมหายใจ นางโมโหมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน องค์ชายเก้ามองนางด้วยความตกตลึง นางเป็นใคร?เหตุใดจึงกล้าด่าทอเขาเช่นนี้
"เจ้า......" องค์ชายกำลังจะเอ่ยถามแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อมีเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินมาทางนี้ เสี่ยวเฟิ่งเห็นเช่นนั้นจึงเตรียมท่าจะหนี องค์ชายเก้าจึงรั้งนางเอาไว้ "เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งไป!"
"ข้าต้องไปแล้ว!"
"เจ้าช่วยชีวิตข้า ข้ายังไม่รู้จักชื่อเจ้าเลย"
"ชื่อนั้นสำคัญไฉนรู้ไปก็เท่านั้น อีกอย่างหากท่านยังคิดที่จะฆ่าตัวตายอีกข้าจะช่วยท่านเอง ข้าจะช่วยให้ท่านตายอย่างทรมานที่สุดจนท่านลืมไปเลยว่าท่านเคยอยากตาย!!"
"........." องค์ชายน้อยชะงักนิ่งไป
"องค์ชาย!!! องค์ชายเพคะ!!!" เสียงของนางกำนัลดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสี่ยวเฟิ่งจึงรีบหนีไปโดยที่องค์ชายเก้ายังไม่ได้ถามอะไรต่อ..
- - -
เสี่ยวเฟิ่งวิ่งหายเข้าไปในความมืด คืนนี้โชคไม่ดีกลับไปตั้งหลักที่ตำหนักขององค์รัชทายาทก่อนดีกว่า นางมุ่งหน้าสู้ตำหนักรัชทายาทด้วยการหลบซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง
แต่ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะไปถึงกลับมีทหารกลุ่มหนึ่งพบตัวนางเข้า!!
"นั้นใคร!!!"
"แย่แล้ว!!!"
เสี่ยวเฟิ่งไม่รีรอให้ทหารเหล่านั้นได้ถามต่อ นางรีบวิ่งหนีในทันทีโดยมีกลุ่มทหารพวกนั้นวิ่งตามมาติดๆ!! นางวิ่งไปตามโถงทางเดินที่ทอดยาวไปข้างหน้า เท้าเล็กๆของนางพยายามก้าวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ หัวใจนางเต้นถี่ราวกับดนตรีมหรสพ
เร็วเข้า!!!
นางวิ่งมาถึงทางแยกซึ่งเป็นทางสามแพร่ นางหยุดมองพร้อมกับหายใจหอบเหนื่อย...แย่แล้ว!นางหลงทางหรือนี่!! ทางไปตำหนักของรัชทายาทไม่ใช่ทางนี้นี่นา นางหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนใจ ก่อนจะเหลือบไปเห็นบานประตูที่ถูกแง้มเอาไว้ นางไม่รู้ว่าห้องนั้นคือที่ไหนแต่ในเวลานี้นางไม่มีทางเลือกมากนักหรอก เมื่อตัดสินใจได้นางก็วิ่งตรงไปที่ห้องนั้นทันที นางค่อยๆเบียดตัวเข้าไปก่อนจะปิดประตูลงอย่างเบามือ
ชั่วครู่...เสี่ยวเฟิ่งยืนนิ่งฟังเสียงฝีเท้าของทหารกลุ่มนั้นที่วิ่งตามมาถึง
"หายไปไหนแล้วไวจริงๆ!!"
"นั้นสิ! รีบแยกย้ายกันออกตามหา!! จับตัวมาให้ได้!"
"ขอรับ!!" หัวหน้าทหารสั่งการลูกน้องก่อนจะแยกย้ายกันไป เมื่อแน่ใจว่าทหารพวกนั้นไปแล้วเสี่ยวเฟิ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก..
หายใจทั่วท้องสักที! เฮ้ออออ!
แต่ทว่า..ความโล่งใจนั้นพลันหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อมีเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง
"เจ้าเปลี่ยนใจ..อยากอาบน้ำกับข้าแล้วงั้นหรือ?"
!!!!
(O_o')
-
-
-
สวัสดีคุณรี๊ดที่น่ารักทุกคนนะคะ ขอบคุณคอมเมนท์ที่ส่งมาให้กำลังใจ ^^ไรท์ได้อ่านและรู้สึกชื่นใจมากๆ ขอบคุณหัวใจที่ทุกคนกดให้ ถึงจะไม่มากแต่ก็ชื่นใจจริงๆ^^
ขอบคุณพลังเงียบที่แอบอ่านอยู่ในมุมอับ 😅(รักนะแต่ไม่แสดงออก)
ถึงนิยายเรื่องนี้จะไม่หวือหวามากนัก สำนวนก็ไม่ดีเท่าไหร่แต่ไรท์ก็ตั่งใจแต่งมากเลยนะคะ
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
-ขอบคุณค่ะ-
☺
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments
ASS CH
รอนะคะคุณไรท์ เค้าอยากเห็นให้ถึงฉากนางเอกมีพลังไวๆคึคึ
2020-08-31
4