โรงเรียนจีนเก่าแก่ตั้งอยู่ท้ายซอย แผ่นป้ายไม้สีแดงซีดมีอักษรจีนลอกหลุดเหมือนผ่านร้อยฤดูฝน
กลางวันที่นี่คึกคัก เสียงท่องพินอินดังแข่งกับพัดลมเพดาน
แต่พอฟ้าเปลี่ยนสี—ทุกอย่างก็เปลี่ยนตาม
คืนหนึ่ง ผมกับเพื่อนถูกใช้ให้มารื้อห้องเก็บของหลังอาคารเรียน
ห้องนั้นอยู่ชั้นสาม ปลายทางเดินที่ไฟเสียครึ่งหนึ่ง
ครูบอกสั้นๆ ว่า “รีบทำ รีบกลับ”
ขณะกำลังกวาดฝุ่น ผมได้ยินเสียงเคาะ กึก กึก
ไม่ใช่ประตู—แต่เป็นเสียงจากกระดานดำ
บนกระดาน มีอักษรจีนเขียนใหม่ทั้งที่ไม่มีใครจับชอล์ก
“กลับบ้านให้ตรงเวลา”
ลายมือสวย เรียบร้อย เกินกว่าจะเป็นเด็กซน
ลมเย็นวาบผ่านต้นคอ
พัดลมเพดานเริ่มหมุนเอง เอี๊ยด—เอี๊ยด
เงาสะท้อนในกระจกหน้าห้องเผยเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนจีนแบบโบราณ
ผมเปียสองข้าง สายตานิ่ง…แต่ไม่กะพริบ
เพื่อนผมตัวสั่น พูดไม่ออก
เด็กคนนั้นเดินผ่านพวกเราไป—เท้าไม่แตะพื้น
เธอหยุดหน้ากระดาน เขียนเพิ่มอีกบรรทัด
“อย่าลืมคำสัญญา”
ทันใดนั้น เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ทั้งที่เป็นเวลาเที่ยงคืน
ไฟทุกดวงติดพร้อมกัน
เงาในกระจกหายไป
เช้าวันถัดมา ครูใหญ่เล่าเรื่องหนึ่งเบาๆ
สมัยก่อน มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งตั้งใจเรียนมาก
แต่ถูกลงโทษให้อยู่ทำความสะอาดจนดึกทุกวัน
คืนหนึ่ง เธอไม่เคยกลับบ้านอีกเลย
ตั้งแต่นั้นมา
ใครที่อยู่โรงเรียนเกินเวลา
มักได้ยินเสียงชอล์กเขียนเตือน—
ไม่ใช่ด้วยความอาฆาต
แต่ด้วยความห่วงใย
และนั่นคือเหตุผลที่
โรงเรียนจีนแห่งนี้
ไม่มีใครกล้าอยู่หลังเลิกเรียนอีกเลย