ตอนที่ 1
การตื่นขึ้นของเทพธิดาแห่งบุปผา
เสียงลมหนาวพัดผ่านหุบเขาที่ไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่าง หมอกสีขาวลอยปกคลุมทั่วผืนป่าโบราณ ต้นไม้สูงใหญ่ทอดเงาลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สีแดงเข้ม ราวกับเลือดที่ถูกทิ้งไว้จากเรื่องราวในอดีต
สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า…
“ตำหนักบุปผาใต้ม่านหมอก”
ตำหนักที่หายไปจากแผนที่ของสามภพ
ไม่มีมนุษย์คนใดรู้ว่ามันตั้งอยู่ที่ใด ไม่มีเทพองค์ใดสามารถเปิดประตูเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ได้ และไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของตำหนักยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เพราะตำนานกล่าวไว้ว่า…
เมื่อดอกบุปผาศักดิ์สิทธิ์บานขึ้นอีกครั้ง
ผู้ที่หลับใหลอยู่ใต้ม่านหมอกจะกลับมา
และเมื่อวันนั้นมาถึง…
ชะตาของทั้งสามภพจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
กลางตำหนักอันงดงามที่ถูกสร้างจากหยกขาวและไม้โบราณ แสงจันทร์สาดลงผ่านหลังคาแก้วใส เผยให้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนแท่นดอกไม้
นางมีใบหน้าสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหยก ผิวขาวราวกับหิมะ เส้นผมสีดำยาวไหลลงบนพื้น เต็มไปด้วยเครื่องประดับทองคำที่มีลวดลายของดอกไม้และนกศักดิ์สิทธิ์
นางคือ…
ฮวาเซวียนหลี (花玄璃)
ผู้ครอบครองตำหนักบุปผา
ผู้สืบสายเลือดเทพบุปผาองค์สุดท้าย
แต่ในความเงียบสงบนั้น มีบางสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลง
ดอกไม้ที่เคยเหี่ยวเฉามานับร้อยปี เริ่มค่อย ๆ ผลิบาน
หนึ่งดอก
สองดอก
จนทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยแสงสีชมพูอ่อน
เสียงกระซิบของเหล่าวิญญาณดอกไม้ดังขึ้น
“นางกำลังจะตื่น…”
“ในที่สุด…นายหญิงของพวกเราก็กลับมา”
เปลือกตาของหญิงสาวค่อย ๆ เปิดขึ้น
ดวงตาคู่งามมองไปรอบตัวอย่างว่างเปล่า
ความทรงจำมากมายไหลเข้ามา
เสียงร้องไห้
เสียงการต่อสู้
เปลวเพลิงบนสวรรค์
และเสียงของใครบางคนที่กำลังพูดกับนาง
“เซวียนหลี…หากวันหนึ่งเจ้าตื่นขึ้นมา อย่าเชื่อสิ่งที่ทุกคนบอก”
“อย่าเชื่อว่าตัวเองเป็นปีศาจ”
“เพราะคนที่ทำลายทุกอย่าง…อาจไม่ใช่เจ้า”
หญิงสาวจับหน้าอกตัวเองเบา ๆ
หัวใจของนางเจ็บปวดอย่างไร้เหตุผล
นางจำไม่ได้ว่าเสียงนั้นเป็นของใคร
แต่ในใจกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
“ข้า…คือใคร?”
คำถามนั้นดังขึ้นในตำหนักที่เงียบงัน
ทันใดนั้น ดอกไม้สีดำดอกหนึ่งกลางห้องก็ผลิบาน
ดอกไม้ที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้
บุปผามารนิรันดร์
ดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อพันปีก่อน
เหตุการณ์ที่ทำให้เทพทั้งสวรรค์หวาดกลัว
เหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อของฮวาเซวียนหลีถูกจารึกว่าเป็น “ผู้ทำลายสามภพ”
แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยว่า ความจริงทั้งหมดถูกบิดเบือน
นางลุกขึ้นจากแท่นดอกไม้ เสื้อคลุมสีดำและแดงเคลื่อนไหวตามสายลม
ทันทีที่เท้าของนางแตะพื้น
ประตูตำหนักที่ปิดตายมานับพันปีก็เปิดออก
เหล่าวิญญาณบุปผาคุกเข่าลง
“ยินดีต้อนรับกลับมา…นายเหนือหัว”
ฮวาเซวียนหลีมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน
นางไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอดีต
ไม่มีความรู้เกี่ยวกับพลังของตัวเอง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางรู้
มีใครบางคนพรากทุกอย่างจากนางไป
และนางจะค้นหาความจริงนั้นด้วยตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน บนสวรรค์ชั้นเก้า
เหล่าเทพที่เฝ้ามองกระจกชะตาต่างตกตะลึง
เพราะชื่อที่ไม่ควรปรากฏอีกครั้ง ได้กลับมาแล้ว
ฮวาเซวียนหลี
เทพบุปผาผู้ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์
หนึ่งในเทพที่แข็งแกร่งที่สุด
และเป็นบุคคลเดียวที่สามารถทำให้ทั้งสวรรค์หวาดกลัว
เทพองค์หนึ่งกำมือแน่น
“เป็นไปไม่ได้…”
“นางควรจะหายไปแล้ว”
อีกองค์ตอบด้วยน้ำเสียงสั่น
“ไม่…นางไม่ได้กลับมาเพื่อล้างแค้น”
“นางกลับมาเพื่อเปิดเผยความจริง”
“และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย…”
“ทุกคนที่เคยทรยศนาง จะไม่มีวันหนีพ้น”
ในคืนเดียวกันนั้น ข่าวการตื่นขึ้นของตำหนักบุปผาแพร่กระจายไปทั่วสามภพ
เหล่ามนุษย์เริ่มฝันถึงดอกไม้สีแดง
เหล่ามารเริ่มเคลื่อนไหว
เหล่าเทพเริ่มเตรียมรับสงคราม
แต่ในตำหนักที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ม่านหมอก
หญิงสาวผู้ถูกลืมกำลังยืนมองดอกไม้ในมือ
และกล่าวเพียงคำเดียว
“ข้าจะค้นหาความจริง…”
“ไม่ว่าใครจะต้องเสียอะไร”
สายลมพัดผ่าน
กลีบดอกไม้ปลิวไปทั่วตำหนัก
พร้อมกับการเริ่มต้นของตำนานบทใหม่
ตำนานของ…
ฮวาเซวียนหลี เทพธิดาบุปผาแห่งม่านหมอก 🌸
(จบตอนที่ 1)
ตอนที่ 2
ความทรงจำใต้ดอกบุปผาโลหิต
หลังจากคืนที่ตำหนักบุปผาใต้ม่านหมอกเปิดออกอีกครั้ง ข่าวการกลับมาของผู้ที่ควรจะหายไปจากโลกได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสามภพ ไม่มีผู้ใดกล้าพูดชื่อของนางออกมาตรง ๆ เพราะแม้เวลาจะผ่านไปนับพันปี แต่ตำนานของฮวาเซวียนหลียังคงเป็นสิ่งที่ทำให้เหล่าเทพหวาดกลัว
บางคนกล่าวว่านางคือเทพธิดาผู้ช่วยโลกจากภัยพิบัติ
บางคนกล่าวว่านางคือผู้หญิงที่ทำให้สวรรค์ล่มสลาย
แต่ไม่มีใครรู้ว่าความจริงนั้นอยู่ตรงไหน
ในตำหนักบุปผา ฮวาเซวียนหลียังคงยืนอยู่กลางสวนดอกไม้ที่กำลังฟื้นคืนชีวิต กลิ่นหอมของดอกไม้นับพันชนิดลอยผ่านสายลม แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความสุขจากความงดงามเหล่านั้น
เพราะในหัวของนางยังคงมีเพียงภาพที่ไม่สมบูรณ์
ภาพของเปลวเพลิง
ภาพของผู้คนที่กำลังร้องไห้
ภาพของมือคู่หนึ่งที่ยื่นมาหานาง
และคำพูดสุดท้ายที่ไม่เคยหายไปจากใจ
“เซวียนหลี…อย่าเกลียดโลกใบนี้”
หญิงสาวหลับตาลงช้า ๆ
นางไม่เข้าใจ
เหตุใดคนผู้นั้นถึงพูดเช่นนั้น
เหตุใดก่อนที่นางจะสูญเสียความทรงจำ ทุกคนถึงมองนางด้วยสายตาเจ็บปวด
เหมือนกับว่านางไม่ใช่ผู้ถูกทำร้าย
แต่เป็นผู้ที่กำลังถูกปกป้อง
“ข้าลืมอะไรไปกันแน่…”
เสียงของนางเบาราวกับกระซิบ
ทันใดนั้น ดอกไม้สีแดงเข้มตรงหน้านางก็สั่นไหว ก่อนจะปล่อยแสงออกมา
จากกลีบดอกไม้ ปรากฏภาพเงาของหญิงสาวในชุดสีขาว
หญิงสาวคนนั้นมีใบหน้าคล้ายกับฮวาเซวียนหลีอย่างมาก แต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“นายหญิง…”
เสียงนั้นทำให้ฮวาเซวียนหลีหันกลับไป
“เจ้าเป็นใคร?”
วิญญาณดอกไม้คุกเข่าลง
“ข้าคือหลานฮวา ผู้ดูแลตำหนักบุปผา”
“ข้ารอคอยวันที่ท่านจะกลับมานับพันปี”
ฮวาเซวียนหลีมองนางด้วยสายตาสงสัย
“ข้าเคยอยู่ที่นี่?”
หลานฮวาพยักหน้า
“ที่นี่คือบ้านของท่าน”
“แต่ก่อนที่ท่านจะหายไป ท่านได้สั่งให้พวกเราปิดตำหนัก และลบชื่อของท่านออกจากทุกบันทึก”
“ทำไม?”
คำถามสั้น ๆ ของฮวาเซวียนหลีทำให้หลานฮวาเงียบไป
เพราะคำตอบนั้นคือสิ่งที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
“เพราะท่านรู้ว่า หากท่านยังอยู่…ทุกคนจะต้องตาย”
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที
ลมที่เคยพัดผ่านหยุดนิ่ง
ฮวาเซวียนหลีมองดอกไม้ในมือ
“ข้าเป็นอันตรายอย่างนั้นหรือ?”
หลานฮวาส่ายหน้า
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”
“แต่มีบางคนต้องการให้ทุกคนเชื่อเช่นนั้น”
คำตอบนั้นทำให้ฮวาเซวียนหลีชะงัก
“ใคร?”
หลานฮวาไม่ตอบทันที
เพราะชื่อของคนผู้นั้น คือชื่อที่แม้แต่เหล่าวิญญาณยังไม่กล้าเอ่ย
“คนที่เคยเป็นสหายของท่าน”
“คนที่ท่านเคยไว้ใจที่สุด”
“และเป็นคนที่ทำให้ท่านต้องหลับใหลมานานนับพันปี”
ในเวลาเดียวกัน บนสวรรค์ชั้นเก้า
ตำหนักหยกกำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เหล่าเทพชั้นสูงรวมตัวกันอย่างเร่งด่วน
กลางห้องมีภาพของตำหนักบุปผาปรากฏอยู่
เทพชราผู้หนึ่งกำไม้เท้าแน่น
“นางตื่นแล้วจริง ๆ”
เทพอีกองค์กล่าว
“หากฮวาเซวียนหลีฟื้นคืนพลังเต็มที่ โลกทั้งสามจะเปลี่ยนแปลง”
“เราต้องหยุดนางก่อน”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“พวกเจ้ากลัวนาง เพราะรู้ว่านางบริสุทธิ์”
ทุกคนหันไป
ชายหนุ่มในชุดขาวเดินเข้ามา
ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
เขาคือหนึ่งในเทพที่เคยอยู่ข้างฮวาเซวียนหลีในอดีต
องค์ชายสวรรค์ หยุนจื่อเหวิน
เทพผู้เป็นความลับที่ถูกซ่อนจากอดีต
เทพชรามองเขา
“เจ้าคิดจะปกป้องนางอีกหรือ?”
หยุนจื่อเหวินเงียบไป
ก่อนตอบ
“ข้าไม่ได้ปกป้องนาง”
“ข้าแค่ไม่ต้องการให้พวกเจ้าทำผิดซ้ำอีกครั้ง”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
เพราะทุกคนรู้
เมื่อพันปีก่อน…
พวกเขาเคยทำลายคนที่ไม่ควรถูกทำลาย
กลับมาที่ตำหนักบุปผา
ฮวาเซวียนหลีเดินเข้าไปในห้องโบราณที่ไม่มีใครเปิดมานาน
ภายในเต็มไปด้วยภาพวาดของนาง
ภาพของนางในชุดเทพ
ภาพของนางกำลังยืนท่ามกลางดอกไม้
และภาพสุดท้าย…
คือภาพของนางกับชายผู้หนึ่ง
ใบหน้าของชายคนนั้นถูกลบออก
เหมือนมีใครตั้งใจไม่ให้เหลือหลักฐาน
ฮวาเซวียนหลีแตะภาพนั้น
ทันใดนั้น ความทรงจำบางอย่างก็ปรากฏขึ้น
เสียงของชายคนนั้น
“หากวันหนึ่งเจ้าลืมข้า…”
“อย่าพยายามจำ”
“เพราะความทรงจำของเรา อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดอีกครั้ง”
น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงจากดวงตาของฮวาเซวียนหลีโดยไม่รู้ตัว
นางไม่รู้ว่าเขาคือใคร
แต่หัวใจของนางกลับรู้สึกเจ็บปวด
เหมือนเคยสูญเสียเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง
ในคืนนั้น ดอกไม้ทั้งหมดในตำหนักบุปผาเปลี่ยนเป็นสีแดง
สัญญาณที่ไม่มีใครเห็นมานับพันปี
“บุปผาโลหิตตื่นแล้ว…”
หลานฮวากล่าวด้วยความตกใจ
เพราะนั่นหมายความว่า
พลังที่ถูกผนึกไว้ในตัวฮวาเซวียนหลีกำลังกลับมา
และเมื่อพลังนั้นตื่นเต็มที่
ความจริงของสงครามเมื่อพันปีก่อนจะถูกเปิดเผย
แต่ก่อนที่ฮวาเซวียนหลีจะได้ค้นหาคำตอบ
เงาดำจากนอกตำหนักก็ปรากฏขึ้น
ใครบางคนกำลังเข้ามา
คนที่รู้ทางเข้าสู่ตำหนักที่ไม่มีใครหาเจอ
และเสียงของเขาดังขึ้น
“ในที่สุด…เจ้าก็กลับมา”
ฮวาเซวียนหลีหันไปมอง
ชายลึกลับยืนอยู่ท่ามกลางหมอก
และกล่าวประโยคที่ทำให้นางหยุดนิ่ง
“เจ้ายังจำข้าไม่ได้สินะ…”
“เซวียนหลี”
“แต่ข้าจำเจ้าได้มาตลอดพันปี”
ตอนต่อไป: ตอนที่ 3 — ผู้มาเยือนจากอดีต และความจริงของคนทรยศ
ตอนที่ 3
ผู้มาเยือนจากอดีต และความจริงของคนทรยศ
หมอกสีขาวที่ปกคลุมตำหนักบุปผาเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เสียงลมพัดผ่านสวนดอกไม้โบราณ กลีบบุปผาสีแดงนับพันปลิววนอยู่กลางอากาศ ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือนที่ไม่ควรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ฮวาเซวียนหลียืนอยู่กลางตำหนัก สายตาของนางจับจ้องชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
เขาสวมชุดคลุมสีดำตัดเงิน เส้นผมยาวปล่อยลงตามสายลม ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งความคิดถึง ความเสียใจ และความเจ็บปวดที่ซ่อนมานานนับพันปี
นางไม่รู้จักเขา
แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงเมื่อเห็นหน้าเขา
เหมือนกับว่าส่วนหนึ่งในความทรงจำกำลังพยายามตะโกนบอกว่า
“อย่าลืมเขา”
ฮวาเซวียนหลีกำมือแน่น
“เจ้าเป็นใคร?”
ชายหนุ่มมองนางอยู่นาน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของคนที่ได้พบคนแปลกหน้า
แต่มันเป็นรอยยิ้มของคนที่รอคอยใครบางคนกลับมา
“ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเจ้าจะถามคำนี้”
เขาเดินเข้ามาช้า ๆ
แต่ทันทีที่เขาก้าวเข้าใกล้ ดอกไม้รอบตัวกลับหยุดไหว
ราวกับพวกมันรู้จักเขา
หลานฮวาที่อยู่ด้านหลังฮวาเซวียนหลีถึงกับตกใจ
“เป็นเจ้า…”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ชายหนุ่มหันไปมอง
“ไม่ได้พบกันนานเลย หลานฮวา”
“ข้าคิดว่าเจ้าจะลืมข้าไปแล้ว”
หลานฮวากัดฟัน
“คนที่ควรลืม…คือท่าน”
“หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพันปีก่อน ท่านยังกล้ากลับมาที่นี่อีกหรือ?”
คำพูดนั้นทำให้ฮวาเซวียนหลีหันไปมอง
“พวกเจ้ารู้จักกัน?”
หลานฮวาเงียบ
ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายตอบ
“ข้ารู้จักนาง”
เขามองไปยังฮวาเซวียนหลี
“และข้าก็รู้จักเจ้ามากกว่าที่เจ้าคิด”
ฮวาเซวียนหลีขมวดคิ้ว
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ชายหนุ่มหลับตาลงเล็กน้อย
ก่อนกล่าวชื่อของตน
“ข้าคือ หยุนจื่อเหวิน”
ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ย
ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของฮวาเซวียนหลี
หญิงสาวในชุดเทพยืนอยู่บนหน้าผา
ข้างกายนางมีชายคนหนึ่ง
ทั้งสองกำลังมองดวงจันทร์ด้วยกัน
เสียงหัวเราะ
คำสัญญา
และคำพูดที่นางเคยพูด
“หยุนจื่อเหวิน หากวันหนึ่งโลกทั้งใบต่อต้านข้า เจ้าจะยังอยู่ข้างข้าหรือไม่?”
ชายหนุ่มในความทรงจำตอบ
“ต่อให้ทั้งสามภพลืมเจ้า ข้าก็จะไม่มีวันลืม”
ภาพนั้นหายไปทันที
ฮวาเซวียนหลีกุมศีรษะ
ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่าง
หยุนจื่อเหวินก้าวเข้ามา
“เซวียนหลี”
“อย่า…”
นางยกมือห้าม
“อย่าเรียกข้าแบบนั้น”
“ข้าไม่รู้จักเจ้า”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีด
แต่หยุนจื่อเหวินกลับเพียงยิ้มเศร้า
“ใช่”
“ตอนนี้เจ้าไม่รู้จักข้า”
“แต่เมื่อก่อน…เจ้าคือคนเดียวที่เรียกข้าว่าเช่นนั้น”
ฮวาเซวียนหลีเงียบ
นางไม่ชอบความรู้สึกนี้
ความรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียบางอย่างที่จำไม่ได้
“บอกข้ามา”
“เมื่อพันปีก่อนเกิดอะไรขึ้น?”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
หยุนจื่อเหวินมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เรื่องนั้น…”
“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรรู้เร็วเกินไป”
ฮวาเซวียนหลีมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าเสียความทรงจำไป”
“ข้าถูกทำให้หายไปจากโลก”
“ทุกคนบอกว่าข้าเป็นต้นเหตุของหายนะ”
“แต่ไม่มีใครบอกความจริงกับข้า”
นางเดินเข้าไปใกล้เขา
“ถ้าเจ้ารู้…”
“เจ้าต้องบอกข้า”
หยุนจื่อเหวินมองนาง
เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
เขาเห็นภาพของหญิงสาวคนเดิม
หญิงสาวที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
“เจ้ากลับมาเหมือนเดิมจริง ๆ”
เขากล่าวเบา ๆ
“ดื้อรั้นเหมือนเดิม”
ฮวาเซวียนหลีไม่ตอบ
หยุนจื่อเหวินถอนหายใจ
“เมื่อพันปีก่อน”
“มีสงครามระหว่างสวรรค์กับแดนมาร”
“แต่แท้จริงแล้ว สงครามนั้นไม่ได้เกิดจากมาร”
“มีคนบางคนต้องการให้ทุกฝ่ายต่อสู้กัน”
“และเจ้าคือคนเดียวที่รู้ความจริง”
ฮวาเซวียนหลีชะงัก
“ข้ารู้?”
“ใช่”
“เพราะเจ้าพบความลับของสวรรค์”
ลมในตำหนักแรงขึ้น
เปลวไฟในโคมไฟสั่นไหว
“ความลับอะไร?”
หยุนจื่อเหวินมองนาง
แต่ยังไม่ทันตอบ เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากด้านนอก
ตูม!
ตำหนักทั้งหลังสั่นสะเทือน
หลานฮวาหน้าซีด
“มีคนบุกรุก”
ฮวาเซวียนหลีหันไป
หมอกด้านนอกถูกฉีกออก
กลุ่มคนในชุดเกราะสีดำกำลังยืนอยู่กลางสวน
ผู้นำของพวกเขากล่าวเสียงดัง
“ฮวาเซวียนหลี!”
“ในนามของสวรรค์ เจ้าถูกสั่งให้กลับไปชำระความผิด!”
ฮวาเซวียนหลียืนนิ่ง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ความผิด?”
“หลังจากข้าหลับไปพันปี…”
“พวกเจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าคนผิดอีกหรือ?”
พลังรอบตัวเริ่มเปลี่ยน
ดอกไม้สีแดงทั่วตำหนักเริ่มลอยขึ้น
หยุนจื่อเหวินมองนาง
เขารู้ดี
พลังของเทพบุปผากำลังตื่น
ทหารสวรรค์ทั้งหมดเริ่มหวาดกลัว
เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นพลังนี้มานานมากแล้ว
พลังของผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่เหนือเทพทั้งปวง
ฮวาเซวียนหลีเดินออกไป
สายตาของนางเย็นเยียบ
“ข้ามีเพียงคำถามเดียว”
“ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาที่นี่?”
ไม่มีใครตอบ
เพราะชื่อของคนผู้นั้นไม่ใช่ชื่อที่พวกเขากล้าเอ่ย
แต่ในที่สุด ผู้นำทหารก็พูดออกมา
“องค์เทพสูงสุด”
ฮวาเซวียนหลีหยุดนิ่ง
เพราะในความทรงจำที่หายไป
ชื่อนี้คือชื่อของคนที่นางเคยเชื่อใจที่สุด
และเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้นางถูกลบออกจากประวัติศาสตร์
หยุนจื่อเหวินกำหมัดแน่น
“เขายังมีชีวิตอยู่…”
ฮวาเซวียนหลีหันไปมอง
“เจ้าเคยบอกข้าว่าอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน”
“แล้วตอนนี้…”
“ข้าควรเชื่อใคร?”
หยุนจื่อเหวินมองนาง
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เชื่อหัวใจของเจ้า”
“เพราะเมื่อพันปีก่อน…”
“คนที่ทรยศเจ้า ไม่ใช่ข้า”
“แต่เป็นคนที่เจ้าคิดว่าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า”
เสียงฟ้าร้องดังขึ้น
ดอกไม้ทั้งหมดในตำหนักบานพร้อมกัน
และในคืนนั้น…
ฮวาเซวียนหลีรู้ว่า
การกลับมาของนางไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นคืน
แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความจริงที่ถูกซ่อนมานับพันปี
ตอนต่อไป: ตอนที่ 4 — ความทรงจำที่ถูกผนึก และคำสัญญาของเทพบุปผา
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!