[บันทึกดีแลน]
─── บทที่หนึ่ง การต่อสู้เพิ่งเริ่มขึ้น ───
เช้าในวันหนึ่งมีเสียงหอบ ทหารคนวิ่งตะเกียกตะกายไปในสนามเพาะ ทหารที่สวมใส่เครื่องแบบสีเทาในหมอกหนา ใบหน้าสีซีด ปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน ก่อนที่ทหารอีกนายที่นั่งอยู่ข้างในสนามรบจะเอ่ยเรียกเขาด้วยเสียงที่คุ้นเคย
“จอร์ด! พระเจ้าช่วย นายยังไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
ท่ามกลางสนามรบ ก่อนที่เหล่าทหารจะมาที่นี่ เคยเป็นทุ่งหญ้าอันแสนกว้างใหญ่ มีเหล่าฝูงแกะที่ช่างน่ารัก...
แต่หน้าเสียดายที่สงครามได้เปลี่ยนมันเป็นสนามรบอันโหดร้าย
“ติ๊ดๆ” มีเสียงวิทยุดังขึ้น พวกเขารีบหยิบมันขึ้นมา ก่อนที่จะได้รับคำสั่ง.——
กองทหารราบที่ 93 พวกเขาถูกส่งมาที่นี่เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว เขามาประจำการอยู่ที่ทางตอนเหนือของเมืองอังค์เลน ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือสุดของดีแลน แต่ทหารต้องพัดพลาดมาจากบ้านเกิดของพวกเขา ...พวกเขาเพิ่งได้รับข่าวกรองมาใหม่
ทหารปืนใหญ่ ของจักวรรดิธิบาตอยู่ที่อีกฝั่งของเมือง มีกองกำลังปืนใหญ่ หัวหน้าหน่วยกล่าวขึ้น “พวกเราได้รับคำสั่งให้โจมตี! เป้าหมายเราคือปืนใหญ่รุ่นใหม่ของพวกจักรวรรดิธิบาต”
ก่อนเสียงพูดหยุดลง พวกเขาก็พบว่ามีศัตรูได้บุกเข้ามา พวกเขาไม่มีทางเลือก การต่อสู้ที่จะเริ่มต้นขึ้น
───
...----------------...
• สมรภูมิ อังค์เลน 1913
• สงครามความขัดแย้งของ จักรวรรดิธิบาต - จักรวรรดิสัตว์ยา สหราชอาณาจักรดีแลน
เสียงตะโกน "ตั้งรับ!" ดังสนั่นท่ามกลางความโกลาหลในสนามเพลาะ. สถานการณ์ของหน่วยทหารราบที่ 93 ตกอยู่ในภาวะวิกฤต พวกเราเป็นรองข้าศึกอย่างเห็นได้ชัด. และถ้าปล่อยให้พวกมันตั้งฐานปืนใหญ่ได้สำเร็จ... ทุกอย่างที่พวกเราปกป้องมาคงสูญสิ้น.——
"จอร์ด! นายต้องไปทำลายปืนใหญ่พวกมัน!"
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังระงมไม่ขาดสาย จอร์ดได้รับคำสั่งให้นำทัพทหารที่เหลืออยู่ฝ่าแนวรบออกไปมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ. ผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขาก็พบความจริงอันน่าสลด...
ข้าศึกรุกคืบเข้ามาได้ถึง 1.2 กิโลเมตร จนหน่วยต้องสั่งย้ายค่ายพยาบาลและคลังเสบียงถอยร่นออกไปโดยด่วน.
หน่วยสอดแนมของจอร์ดเดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ แถบชายแดน เมืองที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกจักรวรรดิบุกทำลายอย่างทารุณ. กองทหารม้าที่ 5 ของสหราชอาณาจักรได้ทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้ชาวบ้านที่นี่... และเหตุการณ์เลวร้ายนี้เอง ที่ได้กลายเป็นชนวนสำคัญในข้อตกลงระหว่างประเทศของ ¹สปชส.ในเวลาต่อมา.
——
...----------------...
* ¹สปชส. คือองกรณ์ ระหว่างประเทศที่รักษาสันติภาพ สิทธิของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจาก สงคราม
หลังจากได้พักสั้นๆ ในเมืองเป้าหมาย หน่วยของจอร์ดก็ต้องออกเดินทางต่อทันที...
พวกเขาเดินเท้าลึกเข้าไปผ่านลำธารและผืนป่าที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนพื้นดินและเสียงของธรรมชาติทำให้จอร์ดรู้สึกสงบลงชั่วคราว ราวกับว่าเขาได้หลุดพ้นจากความโหดร้ายของสงครามไปในชั่วขณะนั้น
แต่ทว่า... บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปในทันทีที่เมฆฝนเริ่มก่อตัว เสียงน้ำหยดจากกิ่งไม้ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ดึงสติของจอร์ดให้กลับมาเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้ายอีกครั้ง
เมื่อถึงจุดหมาย ทีมของจอร์ดซ่อนตัวอยู่หลังเนินเขา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างเย็นเยียบ ร่างกายของทหารแต่ละคนเปียกปอนไปด้วยโคลนและคราบน้ำฝน แต่พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจความทรมานเหล่านั้น
ทันใดนั้น...
ข้าศึกเริ่มเตรียมการยิงปืนใหญ่!
"ติดดาบปลายปืน! บุก!!!"
จอร์ดตะโกนสั่งเสียงก้อง ทหารของเราพุ่งทะยานเข้าปะทะกับข้าศึกกลางสนามเพลาะอย่างดุเดือด จอร์ดเข้าประชิดตัวทหารศัตรู แรงปะทะทำให้พวกเขาล้มลงไปในโคลนที่เน่าเหม็น จอร์ดใช้จังหวะที่ข้าศึกกำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด จัดการจัดการศัตรูลงได้ก่อนจะรีบมุ่งหน้าสู่เป้าหมายหลักคือการทำลายปืนใหญ่
เสียงระเบิดคลังอาวุธดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ... ในที่สุด จักรวรรดิธิบาตก็จำต้องล่าถอยออกจากฐานที่มั่นใหญ่ไป ไม่กี่วันต่อมา สมรภูมิอังเลนก็สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสหพันธมิตร
จากความกล้าหาญในสนามรบ จอร์ดได้รับเลื่อนยศให้เป็นรองหัวหน้าหน่วยทหารราบที่ 93 เขาถูกส่งไปประจำการที่เมืองดิเดน ที่นั่นเขาได้พบกับ แมต ซึ่งกลายเป็นสหายร่วมรบคนสำคัญ หลังจากนั้นจอร์ดได้สลับไปรับราชการเป็นทหารรักษาพระองค์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่โชคชะตาจะนำพาเขากลับสู่แนวหน้าอีกครั้งในเวลาไม่กี่เดือนต่อมา
...----------------...
วันที่ 3 พฤศจิกายน 1913📅
–– เข้าสู่ฤดูหนาว
จอร์ดถูกส่งไปประจำการที่เมืองเล็กๆ ใน *สหพันธรัฐลิวฟิว*รัฐที่แยกตัวออกมาจาก *สหภาพเกรเเลน* เนื่องด้วยความขัดแย้งทางเชื้อชาติที่ฝังรากลึก เมื่อสหภาพเกรแลนประกาศสงครามกับสหพันธรัฐลิวฟิว ฝั่งสหราชอาณาจักรดีแลนจึงยื่นมือเข้ามาสนับสนุนลิวฟิวทันที
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อสหภาพเกรแลนตอบโต้ด้วยการประกาศสงครามต่อสหราชอาณาจักรดีแลน และจับมือเป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิธิบาต สงครามขยายตัวเป็นวงกว้าง ความรุนแรงทวีคูณจนเกิดรายงานว่ามีสงครามกลางเมืองปะทุขึ้นในหลายประเทศ อันเป็นผลจากการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลในเวลานั้น ——
• วันที่ 1 มิถุนายน 1913 –สหพันธรัฐลิวฟิว ประกาศเอกราช และ แยกตัวออกจาก สหภาพเกรแลน อย่างเป็นทางการ
• วันที่ 29 ตุลาคม 1913 –สหภาพเกรแลนประกาศ สงครามต่อ สหพันธลิวฟิว ถึงแม้จะ มีการปะทะมาต่อหลายครั่งก่อนหน้า...และประกาศสงครามต่อ สหราชอณาจักรดีแลน
• วันที่ 1 พฤศจิกายน 1913 สหราชอณาจักรดีแลน ประกาศครามต่อสหภาพเกรแลน
...
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ความหนาวเหน็บกัดกินหัวใจของเหล่าทหารแนวหน้า. สงครามที่ยืดเยื้อได้สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล ทหารที่ถูกเกณฑ์มาเพราะสถานการณ์บีบคั้นจาก สหภาพเกรแเลน
ต่างก็เป็นเพียงทหารของสหราชอาณาจักรดีแลนทั้งสิ้น.
แมต และจอร์ดคือหนึ่งในทหารเหล่านั้น แต่เรื่องราวของแมตนั้นต่างออกไป เขาเป็นลูกครึ่งสัตว์ป่า(สุนัข)...
มีใบหูและจมูกเหมือน สุนัข ผมสีน้ำตาล แดง และมีสัมผัส ในการดมกลิ่น และเสียงที่ยอดเยื่อม...
ที่เกิดใน จักรวรรดิธิบาต ก่อนที่จะลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักรดีแลนตอนอายุ 12 ปี และได้รับสัญชาติดีแลนตอนอายุ 15 ปี ปัจจุบันแมตมีอายุ 32 ปี และมีภรรยาชื่อ เจน.–––
หลังจากรวมตัวกัน กองทหารต่างสวมเครื่องแบบอย่างเรียบร้อยและรีบสำรวจสัมภาระของตนเอง.
สิ่งสำคัญที่สุดที่ทหารทุกคนรอคอยในกระเป๋าสะพายข้างนั้นคือ "จดหมาย" จากทางบ้าน. นอกจากนั้น พวกเขายังได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 60 ดีลาร์ ซึ่งสามารถนำไปซื้ออาหารจากหมู่บ้านใกล้เคียงได้ แต่ทหารทุกคนต้องแบ่งเงินประมาณ 20 ดีลาร์ ส่งกลับไปให้ครอบครัวที่บ้าน. ในยามที่เสบียงเหลือน้อยและอาหารหลักอย่างขนมปังกับข้าวเริ่มหายากเช่นนี้ เงินจำนวนนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงความหวังของพวกเขาไว้.—
.
.
(ดีลาร์เป็นสกุลเงินประจำสหราชอณาจักรดีแลน DL,)
ในยามค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาทั่วสมรภูมิ แสงสีนวลนั้นเผยให้เห็นภาพศพทหารที่เกลื่อนกราดไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเงียบที่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ แมต ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เขารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศ แต่มาจากความเปลี่ยวเหงาในจิตใจ
ทันใดนั้น หูของแมตก็แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าประหลาดดังขึ้นจากในความมืด เขาเริ่มระแวดระวังและกวาดสายตาไปรอบตัวเพื่อหาที่มาของเสียงนั้น ในใจนึกหวั่นเกรงว่าอาจเป็นศัตรูที่ซุ่มโจมตี เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วย่องเข้าไปเพื่อตรวจสอบ ในจังหวะที่ร่างนั้นเดินผ่านแสงสลัว แมตยกปืนขึ้นเล็ง เตรียมจะลั่นไกสังหาร...
แต่ทว่า!
"แมต? นายใช่ไหม?"
ร่างนั้นไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเพื่อนร่วมทีมในเครื่องแบบที่คุ้นเคย แมตถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างแรง
"จอร์ด! ไม่เจอกันนานเลยนะเพื่อน!"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงดีใจสุดขีด ที่ได้กลับมาพบกับเพื่อนเก่ากลางสนามรบอีกครั้ง
ทว่าความดีใจนั้นมีอยู่เพียงเสี้ยววินาที เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นพร้อมกับสะเก็ดระเบิดที่ปลิวว่อนไปทั่ว สหภาพเกรแเลนเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่! แมตรีบคว้าตัวจอร์ดแล้วพุ่งหลบลงไปในหลุมหลบภัยทันที ลูกปืนใหญ่ตกลงมากลางสมรภูมิ แสงระเบิดฉีกกระชากความมืดมิด เสียงปืนใหญ่ที่ถล่มลงมานั้นใช้เวลายาวนานนับหลายชั่วโมง ราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด...
เสียงปืนดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ ทหารแต่ละนายต่างกำอาวุธในมือไว้แน่นด้วยความหวาดหวั่น ร่างของศัตรูจาก สหภาพเกรแลน หลั่งไหลเข้ามาในสนามเพลาะราวกับกระแสน้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุด——
แมต มองเห็นข้าศึกกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา เขาไม่รอช้าที่จะคว้า พลั่ว ที่ติดตัวมาฟาดใส่ศัตรูอย่างสุดแรงเกิดจนร่างนั้นล้มลงไปในโคลนตม ก่อนจะรีบคว้าปืนขึ้นมาระดมยิงต้านเอาไว้ แม้ความเหนื่อยล้าจะกัดกินจนร่างกายแทบไม่เหลือแรง แต่การบุกของข้าศึกกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที
*ตูม!! กระสุนปืนใหญ่ลูกหนึ่งตกลงมาห่างจากจุดที่เขาอยู่เพียงไม่กี่เมตร แรงอัดมหาศาลส่งร่างของแมตกระเด็นไปฟาดกับผนังสนามเพลาะอย่างแรง ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดเข้าสู่ความมืดมิด...
เขาหมดสติไปในทันที!
จอร์ด ที่เห็นเหตุการณ์พุ่งตัวออกไปหมายจะช่วยสหายร่วมรบ แต่ทันใดนั้น! เสียงปืน "ปัง! ปัง!" ก็ดังระรัว กระสุนพุ่งเจาะทะลุผ่านอากาศเข้ามาไม่ขาดสาย จนจอร์ดจำต้องชะงักและเปลี่ยนแผนการบุก เพราะหน่วยสนับสนุนยังมาไม่ถึงและกระสุนในรังเพลิงเริ่มร่อยหรอลงทุกขณะ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ในที่สุดหน่วยกองหนุนทหารราบก็คืบคลานเข้ามาถึงที่หมาย ท่ามกลางเสบียงที่หมดคลังและกำลังพลที่เหลืออยู่น้อยนิด เหล่าทหารต่างเฝ้ามองดูสถานการณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า...——
—สงครามฤดูหนาวครั้งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น—
.
.
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!