ณ ความเวิ้งว้างอันไร้สิ้นสุดของจักรวาล…
ที่ซึ่งหมู่ดวงดาวเปล่งแสงระยิบระยับดุจอัญมณี ผู้คุมกฎทั้ง เจ็ดตน ได้มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจัดการประชุม "สภาแห่งนิรันดร์" — Eternity
สภานี้มิใช่เพียงเวทีปรึกษาหารือเกี่ยวกับกฎของจักรวาล หากแต่แท้จริงแล้ว มันคือสถานที่นัดพบของเหล่าผู้คุมกฎที่ต่างรู้สึก เหงาเกินกว่าจะเฝ้าจักรวาลอย่างเดียวดาย จึงตั้งขึ้นเพื่อให้ได้สนทนา แบ่งปัน และเล่นสนุกด้วยกัน
ในห้องประชุมอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ปรากฏโต๊ะทรงกลมลอยอยู่กลางอวกาศ เบื้องบนมีหมู่ดาวหมุนเวียนราวกับเพดานสวรรค์ เบื้องล่างเป็นมหาสมุทรแห่งกาแล็กซี อาหารและเครื่องดื่มมากมายถูกเสกขึ้นมาบนโต๊ะ—เหล้าแห่งดวงดาว ผลไม้จากเนบิวลา เนื้อสัตว์ที่ไม่มีในโลกมนุษย์ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วจนบรรยากาศการประชุมแทบไม่ต่างจากงานเลี้ยง
กลุ่มดาวสวรรค์ ลุกขึ้นเปิดการประชุม
> “เอาล่ะ ทุกท่าน… การประชุมรอบที่ 3 ของ Eternity ข้าเป็นผู้นำเปิดการสนทนาครั้งนี้เอง”
เขายกถ้วยสุราขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนทอดถอนหายใจ
> “ข้าเริ่มเบื่อแล้วกับโลกที่ข้าดูแลอยู่ มันสงบเกินไป… ไม่มีความสนุก ไม่มีความท้าทายเลยสักนิด”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้ทุกสายตาหันมามองด้วยความสงสัย
กลุ่มดาวแห่งแสง ขมวดคิ้วเล็กน้อย
> “แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรงั้นหรือ สวรรค์?”
กลุ่มดาวสวรรค์เผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเจือความพิศวง
> “ข้าจะสร้างหอคอยโดยใช้ชื่อว่า ‘ETERNITY TOWER’ ขึ้นมา สูงตระหง่านถึงร้อยชั้น แต่ละชั้นจะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ สิ่งท้าทาย และภัยพิบัตินานัปการ… แน่นอน ข้าจะไม่ลืมใส่ ทรัพยากรอันล้ำค่า ที่พวกมนุษย์ไม่เคยมีอยู่ลงไปด้วย”
เสียงหัวเราะกังวานของเขาดังก้อง
> “แบบนี้ย่อมทำให้พวกมนุษย์อยากเสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าไปในหอคอย…เพื่อแย่งชิงสิ่งที่อยู่ภายใน!”
กลุ่มดาวสันติ ตบโต๊ะดังปังด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
> “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! มนุษย์ธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้กับอสูรและภัยพิบัติพรรค์นั้น?”
กลุ่มดาวสวรรค์ แค่นหัวเราะเบา ๆ
> “หึ…ข้าก็ใช่ว่าจะใจร้าย ข้าจะ ‘มอบพลัง’ ให้แก่เหล่ามนุษย์—พลังที่สุ่มเลือกโดยไร้กฎเกณฑ์—เพื่อให้พวกเขามีโอกาสต่อสู้และเอาตัวรอดได้”
กลุ่มดาวสงคราม แทรกขึ้น
> “แล้วทำไมเจ้าไม่มอบพลังให้มนุษย์ทุกคนไปเลยเล่า? อย่างน้อยพวกมันก็จะมีสิทธิเสมอภาค!”
สวรรค์หรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาส่องประกายวาววับราวกับเข้าใจในแก่นแท้ของมนุษย์
> “หึ… พวกเจ้าก็รู้ดี มนุษย์เต็มไปด้วย ‘ความโลภ’ หากข้าให้พลังทุกคน โลกจะยิ่งปั่นป่วน เกิดสงครามแย่งชิงระหว่างกันแน่ ๆ และนั่นแหละ…คือสิ่งที่ทำให้ ‘ความสนุก’ เกิดขึ้น”
เสียงหัวเราะของเขาเย็นเยียบแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด
บรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อน กลุ่มดาวสงคราม ยกยิ้มกว้าง
> “ข้าชอบแนวคิดเจ้า วุ่นวายดีไม่ใช่หรือ?”
---
เมื่อถึงเวลาตัดสิน พวกเขาต่างยกมือเพื่อโหวต
4 ผู้คุมกฎที่เห็นด้วย: กลุ่มดาวสงคราม, กลุ่มดาวการหลอกลวง, กลุ่มดาวความมืด, กลุ่มดาวสวรรค์
3 ผู้คุมกฎที่คัดค้าน: กลุ่มดาวสันติ, กลุ่มดาวความฝัน, กลุ่มดาวแห่งแสง
ผลการโหวตชัดเจน — หอคอยเทพจักรวาลกำลังจะถือกำเนิด
กลุ่มดาวสวรรค์ ยกถ้วยสุราขึ้นพร้อมหัวเราะสะท้านจักรวาล
> “งั้น…พวกเรามาเริ่ม ‘สร้างความสนุก’ ให้แก่โลกมนุษย์กันเถอะ!”
---
กลางห้องโถงแห่งนิรันดร์ที่ล้อมรอบด้วยดวงดาวนับพัน “กลุ่มดาวสวรรค์” ยกแขนขึ้นช้า ๆ แสงสีทองเจิดจ้าหลั่งไหลออกจากร่าง ดั่งสายธารแห่งจักรวาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เหล่าผู้คุมกฎทั้งหกต่างยกมือขึ้นถ่ายโอนพลังของตน สีดำ, แดง, ฟ้า, ม่วง, ขาว, และเขียว รวมเข้ากับแสงทองจนกลายเป็น วงล้อเวทขนาดมหึมา หมุนอยู่ด้านหลัง เสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าร้องสะท้อนก้องไปทั้งห้วงอวกาศ
> “จงบังเกิดเถิด…กฎแห่งการดำรงอยู่!”
ภาพแผ่นดิน ทะเล ภูเขา และผู้คน ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากเศษเสี้ยวแสงจักรวาล เหมือนจิตรกรกำลังระบายภาพขนาดยักษ์ กลายเป็นโลกใหม่ที่เปล่งประกาย
“ในที่สุด…เสร็จสิ้นแล้ว…เพียงเท่านี้ก็พรากพลังไปมากโข…แต่ก็คุ้มค่า”
เสียงหอบแผ่วดังออกมา ก่อนภาพโลกใหม่จะฉายขึ้นกลางห้องโถง
---
🌍 ฉากบนโลก – ประเทศเทียร์ร่า
แสงแดดยามบ่ายส่องลงบนถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองหลวงของ ประเทศเทียร์ร่า รถราแล่นไปมา เสียงแตรดังประปราย ผสมกับเสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คน
ทาเคดะ ยูมะ เด็กหนุ่มมัธยมปลายกำลังปั่นจักรยานส่งอาหาร กล่องโฟมวางพะเนินหลังตะแกรงท้ายรถ เสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม
“ขับดี ๆ ล่ะ ยูมะ!”
เสียงลุงโซเจ้าของร้านบะหมี่ตะโกนตามหลัง
“ครับลุงโซ!” ยูมะหันมาตอบ พลางเร่งจักรยานต่อ เขาต้องรีบ—เพราะแม่ที่ล้มป่วยและน้องสาววัยสิบขวบที่รออยู่บ้าน
แต่แล้ว…
ครืนนนนน—!!!
เสียงดังกึกก้องจากใต้ดิน พื้นถนนสั่นสะเทือนจนรถหลายคันเบรกกะทันหัน เสียงยางเสียดกับถนนดังแหลม คนขี่มอเตอร์ไซค์เซไปชนเสาไฟฟ้า เด็กเล็กหลายคนร้องไห้ด้วยความตกใจ
ยูมะเบรกรถจักรยานทันที เขามองไปรอบ ๆ ถนนที่เริ่มแตกร้าวเป็นร่องลึก ฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุม บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปตะโกนว่า
“แผ่นดินไหว! แผ่นดินไหว!!”
กลางเมือง… บางสิ่งมหึมา กำลังผุดขึ้นจากใต้ดิน — มันคือ หอคอยสีดำ ขนาดยักษ์ สูงเสียดฟ้าราวกับตึกนับร้อยซ้อนทับกัน ลวดลายโบราณสีฟ้าเรืองแสงค่อย ๆ ปรากฏบนพื้นผิวเหมือนดวงตานับพันกำลังเฝ้ามองลงมา
“พระเจ้า…!”
“มันคืออะไรน่ะ!?”
เสียงผู้คนกรีดร้อง สับสน และแตกตื่นไปทั่ว
แล้วทันใดนั้น—
แสงสีทองสว่างจ้า ปรากฏเหนือยอดหอคอย จนฟ้ากลางวันสว่างวาบยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ ผู้คนทุกคนยกแขนขึ้นบังหน้า รถยนต์หลายคันดับเครื่องเพราะคลื่นพลังประหลาดที่สั่นสะเทือน
แสงนั้นเริ่มเปล่งเสียงออกมา—เสียงที่ก้องสะท้อนทั้งจากฟากฟ้าและก้นบึ้งแห่งนรก แฝงด้วยอำนาจที่บีบคั้นหัวใจทุกคนให้หยุดเต้นชั่วขณะ
---
เสียงลึกลับ
> “จงฟังให้ดี…
โลกนี้จะมิใช่ดังเช่นที่พวกเจ้าเคยรู้จักอีกต่อไป
ข้าได้วาง หอคอยแห่งความท้าทาย ไว้เบื้องหน้า
ผู้ที่อ่อนแอ—จงยอมถูกกลืนกิน
ผู้ที่แข็งแกร่ง—จงปีนป่ายเพื่อช่วงชิงชะตา
และในหอคอยนั้น…ความหวังและความสิ้นหวัง จักเดินเคียงคู่ไปจนกว่าทุกสิ่งจะถึงจุดจบ”
---
ทันทีที่เสียงเงียบลง แสงทองแตกกระจายออกเป็นเสี้ยวแสงนับพัน พุ่งกระจายไปทั่วเมืองเหมือนฝนดาวตก
ยูมะเงยหน้ามองตะลึง ก่อนที่เสี้ยวแสงหนึ่งจะพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเขา
“อ๊ะ—!”
ยูมะร้องด้วยความตกใจ ก่อนความเจ็บปวดมหาศาลแผ่ซ่านไปทั้งตัว เหมือนกล้ามเนื้อและเส้นเลือดกำลังถูกฉีกออกจากกัน
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือผู้คนกำลังวิ่งหนี ฝุ่นควันปกคลุมเมือง และหอคอยมืดมิดที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
ตึบ!
ร่างของยูมะล้มลงสลบอยู่กลางถนน ท่ามกลางเสียงโกลาหลที่ยังคงก้องไปทั่วทั้งเมือง…
---
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!