NovelToon NovelToon

สาวใช้ของคุณชายตาบอด

บทนำ

...ถึงแม้เวลาจะผ่านไปร่วม10ปีก็ยังไม่สามารถลบเลือนความทรงจำวัยเด็กที่เกี่ยวกับมารดาผู้ให้กำเนิดได้ถึงแม้ท่านจะจากไปตั้งแต่ฉันอายุ9ขวบได้ไม่นาน...

ภาพความทรงจำอันแสนโหดร้ายย้อนฉายเข้ามาในโซตประสาทอีกครั้งภายในนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มของแม่ที่กำลังอวยพรวันเกิดให้ฉันถึงจะไม่มีเค้กมาเป่าแสดงความยินดีเพราะครอบครัวของเรานั้นไม่มีเงินใช้ ได้แต่หวังพึ่งหัวหน้าครอบครัวอย่างพ่อที่ช่วงนี้แทบจะเมาหัวราน้ำกลับบ้านมาดึกๆดื่นๆทุกวัน ทำให้แม่ต้องเป็นคนไปหางานทำเพื่อที่จะได้หาเงินมาเลี้ยงดูฉันกับน้องชายอีกหนึ่งคนที่อายุยังเด็กกว่าฉัน4ปี หน้าที่เลี้ยงดูน้องคนเล็กจึงตกเป็นหน้าที่ฉันทั้งที่ตอนเด็กนั้นยังช่วยแม่ทำอะไรได้ไม่มากเท่าไหร่

 แม่แทบจะไม่เหลือเวลาได้อยู่กับพวกเราเพราะท่านรับงานช่วงเช้าจนถึงตอนเย็นมีเวลาพักเพียงแค่2ชั่วโมงพอถึงเวลาก็ออกจากบ้านไปทำงานช่วงกลางคืนต่อแต่กว่าจะได้กลับบ้านมาอีกทีก็ล่วงเลยมาถึงเช้ามืดของอีกวันแต่เมื่อนาฬิกาชี้เข็มบอกเวลา 7:00น. ปุ๊ปท่านก็เดินออกจากบ้านไปเฉกเช่นเดิมด้วยเหตุนี้พ่อก็เลยจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกเราเท่าไหร่เพราะท่านคิดว่าการที่พวกเราสองคนเกิดมามันคือภาระที่ทำให้พวกเขาไหนจะต้องคอยดูเเลไหนจะต้องส่งค่าเทอมให้เล่าเรียนอีกเดิมทีเงินที่ใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าห้องเช่าเล็กๆหลังนี้ก็แทบจะต้องไปหายืมเงินคนอื่นมาประคับประคองเพื่อที่จะรอดไปได้แต่ละวัน บางมื้อก็ได้กินข้าวแต่ถ้าวันไหนโชคร้ายหน่อยก็จำเป็นต้องอด แต่ถึงยังไงฉันก็เข้าใจเหตุผลของพ่อถึงพ่อจะไม่ค่อยชอบฉันกับน้องเท่าไหร่อยู่ดี

...วันหนึ่งในความทรงจำวัยเด็ก...

สาวน้อยที่ไม่มั่นใจในรูปลักษณ์น่าตาของเจ้าตัวที่จะคอยโดนเพื่อนๆชั้นเรียนเดียวกันกลั่นแกล้งสารพัดอยู่เป็นประจำด้วยเหตุผลที่ว่า "ตัวเองนั้นเกิดมาขี้เหร่อัปลักษณ์ไม่เหมือนคนอื่น" อย่างเช่นวันนี้ที่เธอก็ตกเป็นเหยื่อให้โดนแกล้งในครั้งที่นับไม่ถ้วนแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันพิเศษที่สำคัญสำหรับเธอหลังจากเลิกเรียนเสร็จสาวน้อยก็รีบเก็บกระเป๋าแล้วตั้งใจรีบสาวเท้ากลับบ้านพร้อมรอยยิ้มกับความคาดหวังอะไรบางอย่างเล็กๆทันที

เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอกก่อนที่จะมีมือเล็กๆหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูตั้งใจจะแง้มออกมาเพื่อหาต้นตอของเสียง

" ใครหรองับ "

เสียงพูดที่ยังไม่ชัดของเด็กชายตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเอ่ยดังขึ้นก่อนที่จะชะโงกหน้าออกมามอง

" เซอร์ไพรส์เททายด์พี่กลับมาแล้วว "

ไม่รอช้าเสียงทักทายหยอกล้อของพี่สาวดังขึ้นเฉกเช่นทุกครั้งจนเป็นเรื่องปกติของทุกวันที่เขาจะต้องอยู่ภายในห้องอันแสนคับแคบนี้คนเดียวแต่ยกเว้นสมาชิกคนอื่นๆที่จะสามารถออกไปนอกบ้านแล้วทิ้งให้เขาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวเพื่อที่แต่ละคนจะได้ไปทำหน้าที่ของใครของมันแต่กว่าจะกลับมาอีกทีช้าสุดก็คงไม่พ้นตอนเย็น วันนี้พี่สาวของเขาก็เป็นคนกลับบ้านมาหาเขาเป็นคนแรกอีกเช่นเคย

" ทั้งวันนี้พ่อกับแม่ได้กลับเข้าบ้านมาหาเราบ้างมั้ย "

คำถามเดิมถูกถามออกมาจากปากเหมือนทุกครั้งเมื่อกลับมาถึงบ้านสายตาพี่สาวของเขาตอนนี้บ่งบอกถึงความคาดหวังเอาไว้มากมาย

เด็กชายไม่ตอบแต่ส่ายหัวเป็นคำตอบกลับไปให้แทน

" เห้ออ อยากให้แม่ทำงานน้อยลงบ้างจัง "

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออดอุตส่าห์คาดหวังเอาไว้แท้ๆวันนี้เป็นวันเกิดของฉันที่จะจัดได้ปีละครั้งเท่านั้นนะถึงจะไม่มีเค้กให้ก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าพ่อกับแม่ไม่ว่างจริงๆก็ไม่เป็นไรอยู่ดีเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครจัดงานวันเกิดให้ฉันเลยสักครั้งยังไงละแม้แต่จะคิดซื้อของขวัญสักชิ้นให้ตัวเองก็ยังไม่มีเงินเลยด้วยซ้ำ

" แต่แม่บอกอยู่นะว่าวังนี้จะขอลามะไประงานช่วงกางคือหนึ่งวัน " (แต่แม่บอกอยู่นะว่าวันนี้จะขอลาไม่ไปรับงานช่วงกลางคืนหนึ่งวัน)

เททายด์พูดด้วยรอยยิ้มราวกับว่านานๆทีเขากับพี่สาวจะได้ใช้เวลาอยู่กับแม่ได้นานขึ้นกว่าที่ผ่านมาสักที

" กรี๊ดด จริงอะพูดจริงใช่มั้ย!! ทายด์อย่าแกล้งพี่นะ "

" มะจิงมั้ง ทีงี้พี่ยี้น้อยี้ใหญ่เลยนะ " (ไม่จริงมั้ง ทีงี้พี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ)

" ก็ต้องยิ้มสิใครบ้างจะไม่ดีใจละ "

ถ้าน้องชายฉันพูดจริงสิ่งที่ฉันเฝ้ารอก็จะเป็นจริงสักทีขอบคุณพระเจ้าถึงแม้จะแค่1คืนก็ยังดีฉันคิดพลางวิ่งเข้าไปสวมกอดน้องชายตัวน้อย

หมับบ " อื้อ อึอัด " (อื้อ อึดอัด)

เททายด์บอกกลับมาพลางพยายามแกะแขนฉันออกด้วยความรำคาญ

ไม่ทันไรเสียงประตูถูกเปิดก็ดังขึ้นอีกครั้งฉันกับเททายด์รีบหันไปมองทางประตูทันทีด้วยหัวใจที่เต้นรัวไม่นานเสียงฝีเท้าก็ก้าวเข้ามาหาพวกเราก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยเป็นเสียงที่เราสองพี่น้องต่างเฝ้าคิดถึงมันทั้งนุ่มนวลและทำให้สบายใจในเวลาเดียวกันต่อด้วยร่างบางของผู้เป็นแม่ที่เดินเข้ามาหาพวกเราสำหรับเราสองคนมันยิ่งกว่าเซอร์ไพรส์ซะอีก

" แม่กลับมาแล้วจ่ะเด็กๆหิวกันมั้ย "

ทันใดนั้นเด็กทั้งสองไม่รอช้ารีบวิ่งกรูกันเข้าไปโผกอดผู้ที่เข้ามาในห้องเมื่อกี้ทันทีมีทั้งความรู้สึกคิดถึงและความโหยหาความรักของผู้เป็นแม่สุดท้ายมันก็เอ่อล้นแสดงออกมาจนหมดสิ้นขอเพียงแค่มีแม่อยู่กับพวกเขาแค่นี้เด็กทั้งสองก็พอใจแล้ว

ความทรงจำ

" แม่ทำงานกลับมาเหนื่อยไหมคะ "

เด็กสาวพูดออกมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของผู้เป็นมารดา

" แค่กลับบ้านมาได้เห็นหน้าตาลูกๆแม่ก็หายเหนื่อยแล้วจ่ะ "

ที่หญิงสาวพูดออกมาแบบนั้นก็เพื่อให้ลูกๆทั้งสองทั้งสองคนสบายใจที่ตนไม่เป็นอะไรถึงแม้แท้จริงแล้วเธอต้องทำงานหนักเหนื่อยแทบเลือดตากระเด็นขนาดไหนก็ต้องหาเงินมาเลี้ยงดูลูกๆทั้งสองคนให้ได้

" วันนี้แม่จะทำของโปรดให้กินนะไหนๆวันนี้ก็เป็นวันเกิดของพี่สาวคนโต "

ทันทีที่ได้ยินแม่พูดออกมาแบบนั้นน้ำตามันก็เอ่อล้นขึ้นมาไม่คิดว่าแม่จะจำวันเกิดของเธอได้แสดงว่าแม่รักเธอมากจริงๆหลังจากที่แม่ทำกับข้าวเสร็จเราทั้งสามคนก็มานั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตา

" วันนี้แม่หาเงินมาได้ไม่เยอะเท่าไหร่เดี๋ยววันหลังจะซื้อเค้กกับของขวัญให้นะลูก "

หญิงสาววัยกลางคนพูดออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าสื่อถึงความสำนึกผิดที่เธอนั้นไม่สามารถหาเงินพอที่จะซื้อเค้กกับของขวัญให้ลูกสาวเธอได้ถึงแม้เธอจำได้เสมอว่าลูกสาวเธออยากจัดวันเกิดให้ตัวเองขนาดไหนแต่ลูกสาวเธอก็ไม่เคยได้รับสิ่งนั้นจากเธอเลยสักครั้ง

" ไม่เป็นไรค่ะแค่แม่กลับบ้านมาอวยพรวันเกิดให้หนูก็ดีใจมากแล้ว "

สาวน้อยพูดพลางส่งยิ้มให้

" ฮึก..มาแม่ขอหอมแก้มหน่อย " จู่ๆน้ำตามันก็เริ่มคลออยู่ที่เบ้าอย่างไม่ทราบสาเหตุก่อนที่เธอจะกางแขนออกเพื่อรอลูกสาวเข้าไปหา

ไม่รอช้าสาวน้อยรีบวิ่งเข้าไปหาทันไม่วายเธอพาน้องชายที่นั่งใกล้ๆกันเข้าไปด้วย

" ฮึกก..แม่ขอโทษนะลูกที่คลอดลูกออกมาให้ลำบากขนาดนี้ " แขนสีคล้ำแดดบ่งบอกถึงการทำงานที่ต้องทนแดดทนฝนมามากดึงฉันกับน้องเข้าไปหอมแก้มทันที

ระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้แต่ไม่อยากให้เวลาเดินต่อไปเรื่อยๆเลยยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆระยะเวลาที่ได้อยู่กับแม่ก็ยิ่งน้อยลงจนทำให้สาวน้อยเกิดความเสียดายขึ้นจนได้

ปังงง!!! ปังงง!!! ปังงง!!! จู่ๆจะเรียกว่าเป็นเสียงเคาะประตูก็แปลกๆยังไงๆเพราะเสียงมันดังแทบจะเหมือนเป็นการทุบซะมากกว่าไม่นานแม่กับฉันและน้องก็ฉุดคิดอะไรขึ้นมาได้

" เปิดด!! " เสียงทุบประตูซ้ำๆกับเสียงพูดของใครบางคนที่ไม่อยากให้มาแต่ก็มาจนได้ดังลอดเข้ามาภายในห้องที่ตอนนี้แม่ยืนช็อกไปแล้วเมื่อไม่มีการตอบกลับให้กับคนที่กำลังยืนรออยู่หน้าประตูเสียงทุบก็แรงขึ้นๆเรื่อยๆจนเหมือนประตูใกล้จะพังขึ้นทุกที

หญิงสาววัยกลางคนรีบละสายตาออกจากประตูก่อนจะหันกลับมาจับไหล่ฉันกับน้องก่อนจะพูดบางอย่างให้ฉันกับน้องฟังสามารถจับจำความได้ว่า

" ตอนนี้เข้าไปหลบอยู่ข้างในตู้เสื้อผ้ากันก่อนนะลูกพอดีแม่อยากจะคุยธุระกับพ่อเขาสักครู่น่ะ "

" ถ้าไม่ได้ยินเสียงแม่บอกให้ออกมาอย่าออกมาเด็ดขาดเชียวนะเข้าใจใช่มั้ย "

" เข้าใจค่ะ/เข้าใจงับ " เพราะความที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กก็เลยไม่ได้สงสัยอะไรมากแม่บอกฉันยังไงฉันก็เชื่ออย่างงั้นบอกว่าคุยธุระก็คิดว่าเป็นธุระทั่วไปนั่นแหละ

เมื่อเข้ามาหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้ากันได้สักพักแล้วถึงแม้จะต้องทนเบียดกันอยู่ในตู้เล็กๆที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงพ่อที่รู้ว่าเมื่อกี้แม่พึ่งจะไปเปิดประตูให้เข้ามาบางประโยคก็ได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แต่ถ้าฟังดีๆก็จะได้ยิน

" เห้ยย มึงนี่นะอยากโดนตบสักทีมั้ยห๊ะทำไมไม่รีบมาเปิดประตูให้!! " ด้วยฤทษ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำให้ตอนนี้สติสัมปชัญญะลดลงจนเกิดเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่หลังจากที่เขาได้เข้ามาเจอหน้าภรรยา

" พี่กลับดึกอีกแล้วนะนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว " ผู้ที่เป็นภรรยาถามกลับไปด้วยใจที่ตอนนี้มีแต่ความเหลืออดเต็มทน

" พี่ไม่คิดจะกลับบ้านมาดูลูกเลยรึไง! " เธอแทบจะทนอยู่กับคนแบบนี้ไม่ไหวแล้วถ้าไม่ใช่เพราะหนี้ที่สามีของเธอแอบไปสร้างเอาไว้เธอก็พร้อมที่จะหย่าแล้วพาลูกๆหนีออกไปจากนรกแห่งนี้แล้วไปใช้ชีวิตใหม่ด้วยกันทันที

" แกกล้าขึ้นเสียงใส่ชั้นหรอห๊ะ นางตัวดี ผัวไม่กลับบ้านมาไม่กี่วันใจกล้าขึ้นจนมาขึ้นเสียงใส่แบบนี้เลยเรอะ!! "

ชายหนุ่มวัยกลางคนหน้าตาดูซีดโทรมตามฉบับคนติดยาเดินปี่เข้ามาพลางเงื้อมมือที่จะตบ

" กรี๊ดดด อย่านะ " เสียงร้องห้ามแสดงถึงความกลัวตายดังขึ้นถึงแม้สิ่งที่กำลังโดนอยู่ ณ ตอนนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่สามีทำแบบนี้กับเธอ

ในอีกด้านหนึ่งสาวน้อยกำลังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ในตู้เสื้อผ้าความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่ขาก็เริ่มจะมีอิทธิพลมากขึ้นมาทีละน้อยๆกับเธอแม้แต่น้องชายที่นั่งอยู่ข้างๆก็เริ่มรู้สึกแบบนั้นไม่ต่างกัน

" ฮึก..ฮืออออ " จู่เสียงร้องไห้เบาๆจากคนที่นั่งข้างๆเธอก็แว่วเข้ามาให้ได้ยินพอดิบพอดี

" ระ..ร้องทำไมไม่เอาน่าอย่าร้องนะทายด์ " เมื่อเธอได้ยินอย่างงั้นก็รีบหันกลับมาปลอบน้องชายตัวเล็กทันที

" มะ..แม่จะเป็นยัยมั้ยพี่มายด์ "(แม่จะเป็นไรมั้ยพี่มายด์)

เด็กน้อยหันมาถามเธออีกทั้งยังพูดชื่อเธออกมาด้วยชื่อนั้นก็คือเรมายด์หรือจะเรียกสั้นๆว่ามายด์ก็ได้

" แม่จะต้องไม่เป็นอะไร " ฉันพูดปลอบใจพลางเอามือลูบหัวน้องชายตัวเล็กไปด้วย

ยังพูดไม่ทันได้จบประโยคเท่าไหร่เสียงทะเลาะกันก็ดังขึ้นมาให้ได้ยินอีกครั้งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบุคคลที่เป็นถึงแม่เป็นถึงพ่อของพวกเขานั่นเองแต่ครั้งนี้เสียงกรีดร้องของแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นกำลังร้องห้ามอะไรบางอย่างแต่ที่มันแปลกไปก็คือเสียงรอบนี้มันดังขึ้นกว่าที่ได้ยินเมื่อกี้หลายเท่า

 !!!!!!!!!! ไม่ทันไรเด็กทั้งสองคนที่ได้ยินอย่างงั้นต่างก็สะตั้นกับเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่

ความทรงจำ (ต่อ)

" กรี๊ดดดดด!! อย่านะพี่ " เสียงกรี๊ดดังจนสามารถทำให้คนฟังแสบแก้วหู

เพี๊ยะ!!..เพี๊ยะ!!..เพี๊ยะ!! เสียงตบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเสียงมันดังฟังชัดจนสามารถรับรู้ได้เลยว่าคนที่โดนนั้นโดนตบแรงขนาดไหน

" กล้าขึ้นเสียงใส่ใช่มั้ย!! แกกล้ามากเลยใช่มั้ย!! " เสียงตวาดของผู้เป็นพ่อดังแทรกเสียงตบเข้ามาเสริมอีกด้วย

" แงงง..ฮืออ " เมื่อเด็กชายได้ยินแบบนี้เข้าไปอีกก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งทันที

" ทายด์พี่ว่าสถานการณ์มันไม่ดีแล้ว เราออกไปช่วยแม่กันดีมั้ย " ไม่นานเสียงกระซิบก็ดังขึ้นที่ข้างหูเด็กน้อย

" ชะ..ช่วยยังไง " เด็กชายพูดออกมาพลางเช็ดน้ำตาไปด้วย

" เข้าไปห้ามพ่อไม่ให้ตีแม่ไปมากกว่านี้ไง แค่นี้แม่ก็บอบช้ำแล้ว "

ถึงตอนนี้ที่เธอพูดเธอเองก็เริ่มที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เช่นเดียวกันอาจจะน่าสงสารที่เด็กอายุเพิ่งจะ9ขวบอย่างเธอแต่กลับต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยแต่ถึงแม้จะน้องชายก็ตามก็ยังไม่เคยได้เห็นหยดน้ำตาซึมออกมาจากตาเธอเลยสักครั้งเวลาที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นยกเว้นก็ตอนที่เธอดีใจหรือซาบซึ้งก็เท่านั้นนอกเหนือจากนั้นเททายด์ยังไม่เคยได้เห็นพี่สาวร้องไห้ให้กับอะไรเลยถ้าดูจากภายนอกแล้วเธอดูเป็นคนที่เข้มเเข็งและเป็นเด็กที่มีความอดทนมากกว่าเด็กที่อายุ9ขวบเหมือนกันแต่จริงๆแล้วตัวเธอเองก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กคนอื่นๆเพียงแต่เธอแค่ไม่อยากจะแสดงด้านที่เธออ่อนแอให้ใครเห็นก็เท่านั้นเลยจำเป็นต้องแสดงด้านที่เข้มแข็งแล้วอย่างน้อยก็ต้องเป็นที่พึ่งให้ได้สำหรับใครสักคนเหมือนกับตอนนี้ที่เธอกำลังพยายามทำอยู่

" ป่ะ..ออกไปกันไม่ต้องกลัวนะถ้าพ่อหันกลับมาจะตีเราเดี๋ยวพี่จะเป็นคนบังไว้ให้เอง " สาวน้อยพูดออกมาพร้อมกับจับมือน้องชายแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อออกไปช่วยเหลือมารดาผู้บังเกิดเกล้าทันที

" พ่ออย่าตีแม่นะ " เสียงเล็กๆของเด็กสาวดังขึ้นเพื่อเป็นการบอกให้บิดาหยุดสิ่งที่กำลังทำ

" เรย์ลูกออกมาทำไม " ท่าทีตกใจกับสิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อเธอได้เห็นลูกๆทั้งสองกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้

" ป๋มมาชวยแม่แล้ว " (ผมมาช่วยแม่แล้ว) น้องคนเล็กก็มีความคิดที่จะไม่ยอมให้แม่ต้องมาโดนทำร้ายแบบนี้ซ้ำๆอีกแล้วเช่นกัน

" เสนอหน้ากันมาได้สักทีนะอี่เด็กพวกนี้ "

" พ่ออย่ามาทำร้ายแม่นะถือว่าหนูขอร้องละ ต่างฝ่ายต่างอยู่เถอะ "

" จะบอกให้กูอยู่แบบต่างฝ่ายต่างอยู่เหรออีนี่มันก็เมียกูพวกมึงก็ลูกกูหรือไม่พวกมึงก็อาจเป็นลูกชู้จากที่ไหนมาก็ไม่รู้ "

" พี่ภพ!!! พี่อย่ามาพูดแบบนี้กับลูกนะ นี่ลูกของพี่นะ ถ้าลูกได้ยินเข้าจะรู้สึกยังไง "

" กูเคยยอมรับพวกมันเป็นลูกด้วยหรอ "

" พี่ภพ!!! "

" ฮึก..ฮือออออ " เมื่อเด็กชายได้ยินคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจดวงน้อยของเขาแบบนี้ก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้เขารู้สึกเจ็บกับคำพูดที่พ่อพูดออกมาเมื่อกี้เหลือเกินแต่ตัวพี่สาวเขาก็ยังคงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งไร้หยดน้ำตาเหมือนเคย

" เอออ!!! ได้แต่ร้องไห้อยู่นั่นแหละน่ารำคาญฉิบหาย!! "

" ทายด์ ทายด์ " สาวน้อยไม่รู้จะทำยังไงพ่อก็เอาแต่พ่นคำที่มันทิ่มแทงหัวใจซะเหลือเกินตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่เข้ามาโอบกอดแล้วเอามือลูบหัวกับพูดชื่อน้องซ้ำๆเพื่อเป็นการปลอบก็เท่านั้น

" พี่ภพพี่พอเถอะ อย่าให้ลูกได้เจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย " เสียงกล่าวเตือนสามีของตนเอ่ยขึ้นทั้งที่ตอนนี้เธอเองก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วเหมือนกัน

" เรื่องของกู ถ้ามันไม่หยุดร้องเดี๋ยวกูจะเป็นคนหยุดมันเอง " ไม่เพียงแค่กล่าวเพียงแค่นั้นแต่เจ้าตัวยังเดินตรงเข้าไปหาจุดที่ลูกของตนกำลังยืนอยู่

" เดี๋ยวหยุดนะ พี่อย่าทำอะไรลูก " ไม่รอช้าเธอเลือกที่จะวิ่งเข้าไปขวางไม่ให้สามีของเธอเข้าใกล้ลูกไปมากกว่านี้ถึงแม้เธอจะกลัวแต่ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้มันเกิดขึ้นเฉพาะกับตัวเธอเท่านั้นเธอจะเป็นคนปกป้องลูกๆเองถึงมันอาจจะเสี่ยงต่อชีวิตของเธอมากก็ตามแต่เธอก็ยินดีที่จะปกป้องลูกน้อยไปตลอดจนสิ้นอายุขัย

" กูแค่จะทำให้มันร้องไห้ไม่ได้ไปอีกนาน "

" มีอะไรพี่ก็มาลงที่ชั้นคนเดียวสิ ลูกไม่เกี่ยว "

" มะ..แม่ " น้ำเสียงอึ้งๆของสาวน้อยเอ่ย

" ง่วงแล้วก็ไปนอนก่อนแม่ได้เลยนะลูก ดึกแล้ว " หญิงสาวหันมายิ้มให้ก่อนจะบอกเชิงว่าถ้าง่วงก็ให้เข้าไปนอนก่อนได้เลยเพราะเธออาจจะยังไปไหนไม่ได้คงจะรู้เหตุผลที่ทำให้เธอต้องยังคงยืนอยู่ตรงนี้

สาวน้อยอึ้งไปสักพักใหญ่ๆเมื่อได้เห็นหน้าที่มารดาหันมาหาเมื่อกี้ชัดๆตอนแรกเธอก็แค่เอะใจเหมือนได้เห็นอะไรบางอย่างเเว๊บๆที่ฉายอยู่บนใบหน้าของแม่เธอแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันแจ่มชัดขึ้นแล้ว ใช่แล้วเพราะมันคือรอยโดนตบจริงๆด้วยแต่ไม่ได้มีแค่รอยของการตบเพียงอย่างเดียวเพราะถ้าลองสังเกตุดูดีๆตรงบริเวณคิ้วด้านขวามันแตกจนมีเลือดสีแดงไหลออกมาเพียงแค่นี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าจะต้องมีของแข็งอะไรมากระแทกอย่างแน่นอน ถ้าหากเอ่ยถึงสภาพใบหน้าของเเม่เธอตอนนี้ที่หลังจากทะเลาะกับพ่อแล้วละก็มันแทบจะน่าเวทนาจนทนดูไม่ได้เลยทีเดียวขออนุญาตที่ไม่จะไม่เอ่ยถึงสภาพใบหน้าที่เหมือนเพิ่งจะโดนซ้อมมามากกว่าการทะเลาะกับสามีเธอก็ไม่คิดมาก่อนว่าพ่อจะใช้ความรุนแรงขนาดนี้กับแม่จนแม่มีสภาพเป็นอย่างงี้จริงๆ

" พวกมึงจะเข้าไปนอนตอนนี้เลยก็ได้แต่ถ้าตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมึงจะไม่มีวันเห็นแม่มึงไปอีกตลอดกาล "

เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!

novel PDF download
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!