เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นสนั่นห้อง แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามากระทบใบหน้า ผนังห้องสีอ่อนและเฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายที่เคยดูอบอุ่นกลับให้ความรู้สึกแปลกตา กลิ่นแอลกอฮอล์เจืออยู่ในอากาศปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ
ขวัญชีวาเงยหน้าจากหมอนอย่างอ่อนแรง ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าเยินเหมือนศพซอมบี้ไม่ได้นอนมาสามวัน เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแหบ ขวัญชีวาเงยหน้าจากหมอนอย่างอ่อนแรง ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าเยินเหมือนศพซอมบี้ไม่ได้นอนมาสามวัน เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแหบ
"เมื่อคืนกูดื่มไปเท่าไหร่วะ..."
ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงแรงขยับข้างเตียง ใครบางคนนอนอยู่ข้างเธอ ร่างสูง ผิวขาวจัด กล้ามแน่นจนผ้าห่มกระเพื่อม
"อ้าวเฮ้ย!!" ขวัญชีวากระเด้งตัวลุกพรึ่บ ผ้าห่มหลุดไปกองกับพื้น เผยให้เห็นว่า... เธอไม่ได้ใส่อะไรเลย!
"เชี่ย! เชี่ยๆๆๆ!!!"
ชายคนนั้นพลิกตัวตื่นช้าๆ งัวเงียเหมือนคนยังเมาค้าง แล้วลืมตาขึ้นสบตากับเธออย่างเนิบๆ
"อรุณสวัสดิ์ ภรรยา"
"ภะ... ภรรยาไรก่อน!" ขวัญชีวาสะอึก "ใครเป็นภรรยาของคุณกัน"
เขาลุกขึ้นนั่ง หยิบแฟ้มเอกสารจากโต๊ะข้างเตียงแล้วยื่นให้เธอหน้าตาเฉย
ใบทะเบียนสมรส! ลงชื่อเรียบร้อย มีตราประทับเป็นเรื่องเป็นราว
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!"
"เมื่อคืนเธอเมาหนักมาก ผมแค่ถามว่า 'อยากแต่งงานมั้ย' เธอก็พยักหน้าแล้วลากฉันไปที่อำเภอเองเลยนะ"
"โกหก!"
"ผมจะโกหกไปทำไม ในเมื่อเธอจูบผมก่อนด้วยซ้ำ"
ขวัญชีวาหยิบหมอนฟาดหน้าเขาเต็มแรง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วเอื้อมหยิบโทรศัพท์มาโชว์รูปภาพเมื่อคืน
ภาพเธอ... กำลังยิ้มแฉ่ง ชูทะเบียนสมรสด้วยมือหนึ่ง อีกมือโอบเอวเขาแน่น แถมมีวิดีโอประกอบเสียงหัวเราะกร๊ากๆ ของเธอเอง
"เชี่ยเอ๊ย... กูทำอะไรลงไปวะ..."
"ก็แต่งงานน่ะสิครับ ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตคู่ ครับคุณภรรยา"
ชายคนนั้นชื่อว่า "กวินทร์ สุทธากาญจน์" CEO แห่งบริษัทแอลแอนด์เอสกรุ๊ป บริษัทที่ขวัญชีวาทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่
ใช่... เขาคือเจ้านายของเธอเอง
ความจริงนั้นฟาดหน้าเธอแรงยิ่งกว่าการตบด้วยสลิปเงินเดือน เธออ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้าง ลมหายใจติดขัดไปชั่ววินาที ราวกับโดนบังคับให้กลืนน้ำแข็งลงคอ
"เหี้ย...กูแต่งกับเจ้านายเหรอวะ!"
เธอกำลังจะถูกไล่ออกเพราะดันทำบัญชีพลาดไปสามล้าน แต่ตอนนี้... เธอกลายเป็นเมียเจ้าของบริษัทซะแล้ว
ขวัญชีวาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ฉันไม่ได้อยากได้ผัวนะ... ฉันแค่อยากทำงานเงียบๆ กลับบ้านกินบะหมี่ ดูเน็ตฟลิกซ์ แล้วนอน"
กวินทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"น่าเสียดายนะครับ... เพราะตอนนี้เธอต้องไปงานแถลงข่าวกับผม ในฐานะ 'ภรรยา CEO' คนใหม่ของแอลแอนด์เอสกรุ๊ป"
เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ จ้องเขาอย่างอาฆาต
"ฉันจะตกงานไหมถ้าฟ้องหย่าอ่ะ"
"เธอจะตกใจกว่านั้นอีกนะ ถ้ารู้ว่าเมื่อคืนเซ็นอะไรไปบ้าง... โดยเฉพาะ ‘สัญญาห้ามหย่า’ นานหนึ่งปีเต็ม"
"เหี้ยยยยยยย!!!"
และนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตแต่งงานที่ไม่ได้มาจากความรัก... แต่เริ่มต้นด้วยเบียร์ 4 ขวด ช็อตเหล้าอีก 6 และเบอร์เกอร์หมูชีสเยิ้มกลางดึก
ขวัญชีวา กำลังจะเรียนรู้ว่า... วิธีที่เร็วที่สุดในการตกงานในยุคนี้ ไม่ใช่โดนไล่ออก... แต่คือเมาแล้วแต่งกับ CEO นั่นแหละ!
...(โปรดติดตามตอนต่อไป...)...
ขวัญชีวานั่งนิ่งบนเบาะข้างคนขับในรถ SUV สุดหรูของกวินทร์ ร่างกายเธอเหมือนถูกจับใส่ชุดพรีเซนต์โปรเจกต์กลางดึก ทั้งหน้าโทรม ผมยุ่ง และดวงตาแดงจากการร้องไห้ในห้องน้ำเมื่อครู่
รถเคลื่อนไปบนทางด่วนที่บางช่วงรถติดเหมือนจัดนิทรรศการ Bumper-to-Bumper แอร์ในรถส่งเสียงฟ่อๆ เติมความเงียบให้บรรยากาศอึมครึม ต่างกับหัวใจของขวัญชีวาที่กำลังเล่นกลองรบอยู่ในอก และเสียงในหัวเธอก็กำลังกระหน่ำกริ่งซ้ำๆ ราวกับนาฬิกาปลุกชวนไมเกรน
“เวลาเครียดๆ เธอชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” กวินทร์ถามพลางจิ้มเมนูข้าวกล่องในมือถือ น้ำเสียงเบาสบายเหมือนว่าเรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ฉันอยากกินระเบิด... มีในเมนูไหมล่ะ” ขวัญชีวาตอบเสียงแหบ ตาเหม่อมองออกไปด้วยวิญญาณที่หลุดลอย
“ไม่มีในเมนู แต่เดี๋ยวผมหา ‘ระเบิดพริกเผา’ ให้แทนก็ได้” เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเหลือบมองเธออย่างเอ็นดู... หรืออาจเอ็นดูแบบกวนตีนก็ไม่แน่ใจ
“นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม…” เธอพึมพำ เหมือนจะร้องไห้อีกรอบ
“ถ้าใช่ ก็คงเป็นฝันเปียกของผมเลยล่ะ ได้ภรรยาสวยๆ มานั่งอยู่ข้างๆ แบบนี้”
“หยุดพูดก่อนที่ฉันจะเปิดประตูกลิ้งลงกลางทางด่วน”
กวินทร์หัวเราะเบาๆ แล้วลดแอร์ลง “ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอก เรื่องเมื่อคืนมันจบไปแล้ว…ที่สำคัญ เธอแต่งงานกับผมแล้วไง ถือว่าโชคดีนะ”
เธอหันขวับมา “โชคดีบ้านนายอ่ะสิ!”
เสียงแจ้งเตือนมือถือของเขาดังขึ้นทันที พร้อมกับข้อความในกลุ่ม LINE ผู้บริหาร เพื่อนสมัยมหาลัย และแม้แต่กลุ่มข่าวบันเทิง
[พาดหัวข่าวเช้านี้: “CEO หนุ่มหล่อแต่งสายฟ้าแลบกับสาวปริศนา!”]
ภาพหน้าข่าวคือเธอ...กำลังเมายิ้มเยิ้มถือทะเบียนสมรส กวินทร์ยืนข้างๆ ในมาดหล่อจนภาพเหมือนโฆษณาหลอกให้สาวทั้งประเทศอกหัก
“ฉันจะตายแน่ๆ” ขวัญชีวาคราง เอาหัวโขกกระจกเบาๆ ซ้ำๆ เหมือนอยากน็อกตัวเองให้จบๆ ไป
“อย่าเพิ่งตาย งานแถลงข่าวจะเริ่มในอีก 45 นาที” เขายื่นแก้วกาแฟเย็นจาก สตาร์บัค ให้ “หวานน้อยนะ หวังว่าจะช่วยเรียกสติได้บ้าง”
เธอรับแก้วมาโดยไม่รู้ตัว ดื่มไปอึกหนึ่ง แล้วถอนใจยาว
“ฉันต้องทำอะไรบ้างนิ”
“ยิ้มหวานๆ กุมมือผม แล้วแกล้งทำเป็นรักกันมากๆ ให้สื่อเชื่อ”
“แล้วถ้ายิ้มไม่ออกล่ะ”
“ผมจะหยิกเธอใต้โต๊ะ”
“งั้นฉันจะเตะคุณกลับใต้โต๊ะเลย”
กวินทร์หัวเราะอย่างถูกใจ “งั้นเราจะเป็นคู่รักที่มีแท็คติกซับซ้อนที่สุดในงานแถลงข่าว”
ขวัญชีวาถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงเบาะ พึมพำเหมือนยอมรับโชคชะตา “ขอแค่ให้ข้าวกล่องมันอร่อยก็พอแล้ว…”
เสียงแจ้งเตือนมือถือเขายังดังต่อเนื่องแต่เขาปิดเสียง แล้วหันมายิ้มให้เธอด้วยสีหน้าจริงจังผิดปกติ
“ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างเอง ขอแค่เธอเล่นบทให้ดี... ถ้าอยู่รอดวันนี้ได้ ผมสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอล้มแน่นอน”
ขวัญชีวาหรี่ตาจับผิด “แล้วจะปล่อยให้ฉันตกงานไหมอ่ะ”
“ถ้าทำตัวดี ผมอาจเลื่อนตำแหน่งให้ด้วยซ้ำ”
“เลื่อนให้เป็นแม่บ้าน CEO เหรอ”
“ไม่แน่ อาจเป็นภรรยาของ CEO แบบมีเงินเดือนก็ได้นะ”
“…”
เธอหลับตาลง พยายามกลบความจริง แล้วตั้งสติใหม่ ขณะที่รถใกล้ถึงสถานที่จัดงานแถลงข่าวสุดอลังการที่เธอไม่อยากเหยียบเข้าไปเลยแม้แต่นิด
...(โปรดติดตามตอนต่อไป...)...
เสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพดังรัวเมื่อขวัญชีวาก้าวลงจากรถ SUV สุดหรู แขนของกวินทร์คล้องมือเธอไว้อย่างแนบเนียน ราวกับเป็นคู่รักที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
ในขณะที่เธอเหงื่อตกจนรองพื้นแทบละลาย หัวใจก็เต้นรัวแทบหลุดออกมาทางปาก
“ยิ้มหน่อยครับคุณเมีย” เขากระซิบข้างหู พร้อมส่งยิ้มละลายใจให้กล้องนับสิบตัวที่จ่ออยู่ตรงหน้า
เธอแสยะยิ้มแบบฝืนสุดชีวิต แอบปนแสบกระเพาะ เพราะงานแถลงข่าวเปิดตัวคู่แต่งงานสายฟ้าแลบแห่งปีเริ่มขึ้น โดยที่เธอยังไม่ทันล้างหน้า!
ดูเหมือนทีมประชาสัมพันธ์จะเตรียมงานไว้ล่วงหน้า เวทีตกแต่งหรูหรา สื่อมวลชนแน่นจนแทบไม่มีที่ให้หายใจ
“คุณกวินทร์คะ! แต่งงานกันจริงหรือแค่กลยุทธ์ประชาสัมพันธ์”
“ฝ่ายหญิงเป็นใครคะ ทำงานที่บริษัทเดียวกันใช่ไหม”
“รู้จักกันนานแค่ไหนคะถึงตัดสินใจแต่งงาน”
คำถามซัดใส่เหมือนกระสุนคำพูด แต่ละคำเจ็บจี๊ดจนขวัญชีวาอยากมุดพรมหายตัว
กวินทร์ยิ้มอย่างคนมีประสบการณ์ “ผมกับขวัญชีวารู้จักกันมาสักพักครับ และบางครั้ง...คนที่ใช่ก็ไม่จำเป็นต้องรอนาน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เธอหันไปจิกตาใส่เขา ก่อนจำใจยิ้มให้กล้องอย่างนางงามรองอันดับสองในวันที่เมคอัพแทบละลาย
“ส่วนงานแต่ง—เราไม่ได้ต้องการโปรโมตอะไรหรอกครับ แค่อยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่า...เรารักกันจริง”
‘จริงพ่องสิ...’ ขวัญชีวาคิดในใจ แต่ปากยังคงยิ้มแห้งๆ แบบคนหมดแรง
ช่วงพักเบรกกลางงาน เธอถูกลากเข้าหลังเวทีทันที โดยไม่มีเวลาแม้แต่จะถอนหายใจ
“ฉันดูเหมือนจะเป็นลมไหม” เธอถามพลางพัดตัวเองด้วยใบปลิวแถลงข่าว
“เหมือนมาก” เลขาฯ ของกวินทร์ตอบหน้าตาย “แต่ถ้าลมจับตอนนี้ อาจต้องขึ้นรถพยาบาลออกสื่ออีกรอบ”
“แค่คิดก็อยากเป็นลมจริง ๆ แล้ว…”
เธอทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ปล่อยให้เครื่องสำอางค่อย ๆ ละลายไปตามแรงโน้มถ่วงของความเครียด
กวินทร์เดินเข้ามา ใช้กระดาษทิชชู่ซับหน้าเธออย่างใจเย็น
“เก่งมากแล้วนะ รอดมาได้ถึงครึ่งงาน”
“ยังไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว…”
“อีกครึ่งนึงก็แค่จับมือผม เดินขึ้นเวที รับคำถาม แล้วกลับบ้าน”
ฟังดูง่ายกว่าซื้อบะหมี่หน้าปากซอย ขวัญชีวาเงยหน้ามองเขา สีหน้าเหนื่อยล้าแต่มีกลิ่นคำถามแรงมาก
“แล้วพรุ่งนี้ล่ะ...ฉันยังจะมีงานต้องทำไหม”
เขายิ้ม “แน่นอน...ในฐานะเมีย CEO”
เธอหยิบหมอนอิงฟาดเขาทันที แต่เขาหัวเราะแล้วเดินหนี พร้อมทิ้งท้ายว่า
“อีกสิบนาที ขึ้นเวทีนะครับ...คุณภรรยา”
ขวัญชีวาถอนหายใจยาว เหยียดตัวเหมือนนักมวยก่อนขึ้นเวที แล้วพึมพำเบาๆ เหมือนยอมจำนนต่อชะตาชีวิต
“ตกงานเฉยๆ ยังจะดีกว่าแบบนี้อีก…”
...(โปรดติดตามตอนต่อไป...)...
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!