จุนซู เป็นชายวัยทำงาน แม้ว่าเขาจะดูเหมือนอายุ 25 ปี แต่แท้จริงแล้วเขาอยู่ในช่วงวัยกลางคน
ในสมัยเรียน จุนซูเป็นคนฉลาดและมีผลการเรียนยอดเยี่ยม แต่เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน เขากลับได้รับเพียงตำแหน่งเล็ก ๆ ในบริษัท เงินเดือนของเขาจึงต่ำมาก แม้จะมีความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม
ในบริษัทแห่งนี้ เงิน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด มันสามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ตำแหน่งสูง ๆ ทำให้พวกคนที่ไม่มีความสามารถแท้จริงสามารถก้าวขึ้นไปได้เพียงเพราะพวกเขามีเงินสนับสนุนตนเอง ส่วนคนที่มีความสามารถแต่ไม่มีเส้นสายอย่างจุนซู กลับต้องเป็นเพียงลูกน้องที่ไม่สามารถขัดคำสั่งใด ๆ ได้ เพราะผู้บริหารสนใจเพียงเงินและผลประโยชน์ หากเขากล้าต่อว่าใคร เขาก็อาจถูกไล่ออกได้ทันที
แม้ชีวิตของจุนซูจะน่าอึดอัดเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาชอบทำในเวลาว่างคือ การอ่านนิยายบนเว็บ
นิยายที่เขาอ่านเป็นประจำคือ "ม่านหมอกสีแดง" ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับลัทธิเทพและความชั่วร้ายของปีศาจ เนื้อเรื่องค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก ทำให้มีผู้อ่านน้อยมาก แต่จุนซูกลับอ่านจนจบ และถึงแม้จะมองว่าเนื้อเรื่องแปลกประหลาด แต่เขาก็ชอบมัน
15กุมภาพันธ์ปี2000
ขณะที่จุนซูกำลังจะไปทำงาน เขาลองเปิดนิยายเรื่องนี้อ่านเล่น และสะดุดตาเข้ากับ "บทสวดข้ามมิติของราชันแห่งมายา"
ราชันแห่งมายา คือจักรพรรดิผู้ปกครองมิติแห่งมายาและภาพลวงตา
จุนซูรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ เขาตัดสินใจลองทำตามบทสวดเล่น ๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในนิยาย
สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงสามอย่าง
อาหารสดที่จัดเรียงเป็นวงกลม
น้ำที่ผสมกับสิ่งแปลกปลอม
มีด
เขาหยิบมีดขึ้นมา ปักลงไปที่อาหาร จากนั้นจุ่มมีดลงในน้ำ และกล่าวคำสวด
"ดวงจันทร์ล่วงโรย ภาพอดีตผุดขึ้นความฝันดวงปรากฏขึ้น ความปรารถนาและการสูญสลายแด่ราชันผู้เป็นนิรันดร์"
ทันทีที่เขากล่าวจบ โลกทั้งใบก็มืดลง ดวงตาของเขาพร่ามัว และเขาสลบไป
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับพบว่าตัวเองอยู่ในห้องแปลก ๆ
บนโต๊ะตรงหน้ามีมีดและน้ำวางอยู่…
หลังจากที่จุนซูฟื้นขึ้นมา เขาก็ตกใจว่า ทำไมเขาถึงมาอยู่ในห้อง ห้องหนึ่งที่มีมีด อาหาร และน้ำเตรียมไว้ครบครัน
เขาเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจถูกลักพาตัวมา จึงกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง แต่กลับไม่พบใครเลย นอกจากชั้นหนังสือและกระจกบานใหญ่
เมื่อเขาส่องกระจก ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม—ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก และอายุของเขาก็ดูเหมือนจะลดลง จนเหลือเพียงประมาณ 20 ปี
ด้วยความสงสัย เขาเดินไปเปิดหน้าต่าง แล้วก็ต้องตะลึงอีกครั้ง เพราะภาพที่เห็นภายนอก บ่งบอกว่าเขากำลังอยู่ในยุคที่ล้าหลังกว่าที่เขาคุ้นเคยมาก
ในขณะนั้นเอง ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง
เป็นเด็กสาวผมดำคนหนึ่ง เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ท่านพี่ ท่านฟื้นแล้วหรือ?"
จุนซูตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบคนในที่แห่งนี้ และที่สำคัญกว่านั้น—เขาฟังเข้าใจ!
"แปลกจริง... ปกติถ้าถูกดูดข้ามเวลามา ฉันไม่น่าจะเข้าใจภาษาของยุคนี้เลย" เขาคิดในใจ ก่อนจะตั้งสมมติฐานว่า ภาษาในยุคนี้อาจคล้ายกับยุคของเขามากกว่าที่คิด
เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย จุนซูจึงแสร้งเล่นตามบท และตอบหญิงสาวกลับไป
"อะ...อ่า ฟื้นแล้วล่ะ"
หญิงสาวยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดต่อ
"ดูเหมือนอาการของท่านจะดีขึ้นแล้วนะ ร่างกายของท่านหลับไปนานมาก ฉันเป็นห่วงแทบแย่"
จากนั้น เธอเสริมว่า เธอกำลังจะลงไปกินอาหาร และบอกให้จุนซูลงไปกินด้วย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อหญิงสาวออกไปแล้ว จุนซูก็เริ่มสำรวจห้องอีกครั้ง
เพื่อให้แสดงบทละครต่อไปได้แนบเนียน เขาจึงค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนของเจ้าของร่างนี้
ในที่สุด เขาก็พบชื่อของตนเองจากเอกสารบนโต๊ะ—อิซเรน เรวอน
และจากการตรวจสอบเพิ่มเติม เขาได้รู้ว่า หญิงสาวเมื่อครู่คือ โนเวส เรวอน น้องสาวคนเล็กของเขา ส่วนพี่ชายอีกคนมีชื่อว่า เคลวิส เรวอน
นอกจากนี้ จุนซูยังพบว่าร่างนี้ "เจ้าของเดิม" ได้ตายไปแล้ว!
หลักฐานที่ยืนยันเรื่องนี้ก็คือ ร่องรอยเลือดที่เปรอะอยู่บบตัวของเขา
"นี่มันอะไรกัน...? ฉันมาอยู่ในร่างของคนที่ตายไปแล้วงั้นเหรอ?"
ความสงสัยเริ่มพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเขาถึงถูกส่งมายังโลกนี้?
เขาพยายามเชื่อมโยงข้อมูล แล้วก็นึกถึง "บทสวดของราชันมายา" แต่ตามที่เขารู้มา—ราชันมายานั้น ลึกลับมาก
ราชันมายา เป็นตัวตนลึกลับที่ไม่เคยปรากฏออกมาเลยในนิยายที่เขาเคยอ่าน
แต่สิ่งที่ทำให้จุนซูตกใจที่สุดคือ—"โลกที่เขาอยู่ตอนนี้ อาจเป็นโลกในนิยาย!?"
"แต่มันแปลก... ในนิยายที่ฉันอ่าน ไม่เคยมีตัวละครชื่ออิซเรน หรือแม้แต่ตระกูลเรวอนเลย"
ถึงกระนั้น เมืองที่เขาอยู่ในตอนนี้—"เมืองออสวาล"—กลับเป็นชื่อเมืองที่เขารู้จักจากในนิยาย แม้ว่าจะมีบางส่วนที่แตกต่างกันก็ตาม
เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย เขาจึงตัดสินใจ วางแผนออกไปเดินเล่น หลังจากหมดวัน
เมื่อวางแผนเสร็จแล้ว เขาก็เดินลงไปข้างล่าง และเริ่มแสดงบทละครของตนเอง ในบ้านหลังนี้...
หลังจากที่อิซเรนออกมาจากบ้าน เขาตัดสินใจไปตลาดเพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลสำหรับการเล่นละคร
เมื่อมาถึงตลาด เขาเห็นผู้คนมากมายกว่าปกติ สิ่งที่ต่างออกไปคือจำนวนคนที่หนาแน่นผิดปกติ อิซเรนจึงเดินเข้าไปถามชาวบ้านแถวนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น
"เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้?"
"วันนี้เป็นวันดี องค์ราชาจะเสด็จมาที่นี่ ผู้คนเลยมารอต้อนรับ อีกไม่นานพระองค์จะปรากฏตัว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อิซเรนตัดสินใจออกจากที่นั่นทันที เพราะเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์
"ดูเหมือนฉันต้องรีบออกไปก่อน... สถานการณ์ตอนนี้เหมือนจะเป็นงานใหญ่ของผู้คนในย่านนี้"
ขณะที่อิซเรนกำลังเดินออกจากตลาด ดวงตาของเขาก็บังเอิญไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ท้ายตลาด
"ตรงนั้นดูน่าสนใจ... ลองไปดูหน่อยดีกว่า"
เมื่อเดินไปถึง เขาพบกับซุ้มลึกลับแห่งหนึ่ง อิซเรนก้าวเข้าไปและพบชายผู้หนึ่งสวมชุดดำ ชายคนนั้นจ้องมองเขาด้วยสายตาลึกลับ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เจ้าดูน่าสนใจนะ... มาเป็น 'แฮซวอน' สิ ถ้าเจ้าได้รับพลังนี้ เจ้าจะสามารถทำทุกสิ่งที่ต้องการได้ แต่ต้องแลกกับโชคชะตาของเจ้าที่จะผูกติดกับพลังนี้ตลอดไป"
อิซเรนได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"แฉซวอน อย่างงั้นเหรอ? นี่มันเป็นไปได้ยังไง... ร่างกายที่ใกล้ตายของเราจะถูกดึงดูดด้วยพลังลึกลับงั้นเหรอ?"
แฮซวอน เป็นชื่อเรียกของผู้ใช้พลังแห่งโชคชะตา เมื่อได้รับมันมาแล้ว โชคชะตาจะถูกผูกติดกับพลังนั้นตลอดไป จากความทรงจำในชีวิตก่อนที่เขาอ่านมาในนิยาย อิซเรนจำได้ว่าพลังของแฮซวอนโดยทั่วไปมีทั้งหมด 12 พลัง ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นการ์ด 12 ใบ นอกจากนี้ยังมีการ์ดพิเศษอีก 8 ใบ ซึ่งเป็นพลังที่ลึกลับยิ่งกว่า ผู้ที่ได้รับการ์ดพิเศษเหล่านั้นถูกเรียกว่า "มาเซอร์แวน" และพวกเขาเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับเหล่าราชันย์มากที่สุด
เมื่อคิดได้เช่นนั้น อิซเรนก็ตัดสินใจรับข้อเสนอ เพราะตอนนี้เขาเองก็ใกล้หมดลมหายใจเเล้ว
"ข้าตัดสินใจแล้ว... ข้าจะเป็นเหมือนพวกท่าน"
ทันทีที่อิซเรนพูดจบ การ์ดทั้ง 12 ใบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า และรายชื่อของการ์ดแต่ละใบก็เผยออกมา
ผู้ใช้ธนู
อัศวิน
นักบวช
นักปราชญ์
นักดาบ
ตัวตลก
ปีศาจ
นักเวท
นักเดินเรือ
นักสู้
พ่อค้า
โจร
การ์ดทั้ง 12 ใบลอยขึ้นและเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว จนในที่สุด การ์ดที่หยุดตรงหน้าเขากลับเป็น "ตัวตลก"
ความสามารถของการ์ดนี้คือ "การหลอกลวงและเล่ห์กล" ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในการต่อสู้และกลยุทธ์ต่าง ๆ แต่ทันใดนั้นเอง ซุ้มลึกลับที่อิซเรนยืนอยู่ก็พลันถูกปกคลุมด้วยหมอก ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
อิซเรนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเพ่งมองการ์ดในมือพลางคิดในใจ
"การ์ดตัวตลกงั้นเหรอ? ทำไมถึงเป็นใบนี้... ในบรรดาการ์ดทั่วไป 12 ใบ นี่คือการ์ดที่ชั่วร้ายที่สุด"
แม้ความสามารถของมันจะคล้ายกับการ์ดปีศาจ แต่ที่มันถูกเรียกว่าชั่วร้ายยิ่งกว่าก็เพราะมันสามารถ ควบคุมและครอบงำผู้ที่มีพลังต่ำกว่า ขโมยร่าง ปลอมแปลงความทรงจำ และแฝงตัวได้อย่างแนบเนียน ความสามารถของมันนั้นอันตรายเกินไป... จนแม้แต่การ์ดอื่น ๆ ยังต้องหวาดกลัว
ขณะที่อิซเรนกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ ที่ท่าเรือใหญ่ของเมืองก็มีเรือลำหนึ่งเข้ามาเทียบท่า จากนั้นชายคนหนึ่งก็เดินลงจากเรือ
ประชาชนที่มารวมตัวกันพากันขยับเข้าแถวรอต้อนรับเขาด้วยความเคารพ และในชั่วพริบตา เสียงของพวกเขาก็ดังก้องไปทั่ว
"ขอคารวะองค์ราชา!"
ผู้คนพากันก้มศีรษะลง ขณะที่เหล่าทหารในชุดสีน้ำเงินเดินลงมาจากเรือ พรมสีแดงถูกวางลงบนพื้น และเหล่าองครักษ์ก็ทยอยเดินออกมา ก่อนที่องค์ราชาจะเสด็จลงมาพร้อมราชินี
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งจากกององครักษ์ก้าวออกมาและประกาศต่อฝูงชน
"พวกเรามาตรวจสอบพื้นที่แห่งนี้ว่ามีปีศาจอยู่จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้น จงพูดแต่ความจริง เราจะเริ่มการตรวจสอบในคืนนี้ ขอให้ทุกท่านที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ อย่าเพิ่งออกไปไหน"
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินกลับไปยังกลุ่มองครักษ์ ขณะที่ผู้คนเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบสวน
อิซเรนไม่ได้สนใจเหตุการณ์นี้นัก เขาเดินออกจากบริเวณนั้นและไปซื้อของที่ต้องการ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะเสียเวลาไปมากแล้ว
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!