NovelToon NovelToon

ธัชธรรม์

ธัชธรรม์ ๑

...ฐานทัพ...

...-หน่วยพระรามแผลงศร-...

บรรดาชายฉกรรจ์อายุราวสามสิบต้นๆ กำลังนั่งล้อมวงรอบกลองไฟ แก้วโอวัลตินร้อนๆถูกส่งให้ทีละคนจากสารวัตร ผู้เป็นหัวหน้าหน่วย

"คงพอช่วยให้หายหนาวได้บ้างล่ะนะ"

ธัชธรรม์เอ่ยพูดกับลูกน้องอีกสองคน ที่นั่งตัวสั่นหงันงก มือข้างนึงถือแก้วโอวัลตินที่เขายื่นให้ ส่วนอีกข้างจับกระชับผ้าห่มแน่น

สองสามวันมานี้อากาศเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว

"ยัยตัวเล็กจะมาพรุ่งนี้ใช่ไหม"

คุณหมอเพียงคนเดียวในหน่วยเอ่ยถามกับเพื่อนสนิทหลังจากจิบน้ำร้อนลงคอ

"อืม"

คนถูกถามครางรับเสียงเบาในลำคอ ราวกับไม่ได้สนใจคนที่เพื่อนสนิทพูดถึงนัก

"เอ่อ..ใครนะครับหมอ?"

ข้าวพองหันมองหน้าคุณหมอสลับกับสารวัตร จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครตอบคำถามของเขาสักคน

"ลองถามมันดูสิครับ"

คุณหมอเหลือบสายตามองไปทางสารวัตรหนุ่ม

แม้จะไม่มีใครเอ่ยถามอะไร แต่ธัชธรรม์ก็รับรู้ได้ถึงสายตากดดันที่รอฟังคำตอบจากเขาอยู่ เขาถอนหายใจเสียงเบา อยากรู้อยากเห็นกันจริงๆ

"เป็นคู่หมั้นน่ะ"

ข้าวพองและอินทร์ถาตาโตอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คนอย่างสารวัตรนี่ มีคู่หมั้นคู่หมายกับใครเขาด้วยรึไง วันๆเอาแต่ขลุกอยู่ในป่าในดง นึกว่าชีวิตนี้จะไม่เอาเมียซะแล้ว

"แล้ว..น้องเขาจะมาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ"

ถึงจะเข้าใจว่าคงมาหาสารวัตรแน่ๆ แต่ก็ไม่เห็นจะต้องลงทุนขึ้นมาถึงบนดอยนี่เลยด้วยซ้ำ เป็นถึงคู่หมั้น แค่เอ่ยปากว่าอยากเจอ สารวัตรคงลงไปหาถึงในเมืองแล้ว ข้าวพองคิด

"เคยคิดว่าจะมีตำรวจทิ้งเมียมาอยู่บนเขาบนดอยบ้างไหมครับ"

คุณหมอพูด ก่อนจะหันไปสบสายตากับอินทร์ถาและข้าวพอง อย่างต้องการความคิดเห็น

"อืม..มันจะมีตำรวจดีๆที่ไหนหนีเมียมาอยู่ชายแดนกันล่ะครับหมอ"

คนตอบก็ตอบตามความคิดเห็นของตัวเอง

คนที่จะมาทำหน้าที่แบบนี้ได้นั้น นอกจากมีใจรักในหน้าที่แล้ว ก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีห่วงอย่างตัวเขาและข้าวพอง ที่พ่อแม่ก็มีคนคอยดูแล ส่วนตัวเองก็ไม่มีลูกเมียให้คอยห่วงหน้าพะวงหลัง

"ก็พ่อของพวกคุณไงครับ" คุณหมอ

"ยังไม่ใช่เมีย"

ธัชธรรม์ตอบ ก่อนจะยกแก้วโอวัลตินขึ้นมาจิบให้คลายความหนาว

"ระวังยัยตัวเล็กมาได้ยินแล้วจะงอนเอา"

"อีกเดี๋ยวก็แต่งกันแล้วหนิ"

สิ่งที่คุณหมอพูดมานั้นไม่ผิด เป็นจริงดังที่เขาว่า ถึงตอนนี้จะเป็นเพียงคู่หมั้น แต่อนาคตก็คือภรรยาของธัชธรรม์อยู่ดี

"ข้าวพองเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปรับลูกขวัญแทนทีนะ"

ธัชธรรม์หันไปบอกกับลูกน้อง ข้าวพองมองสารวัตรอย่างงุนงง

พรุ่งนี้สารวัตรก็เข้าเมืองไม่ใช่หรอ ทำไมไม่แวะรับคู่หมั้นของตัวเองมาด้วยเลยล่ะ แต่สงสัยไปก็เท่านั้นทำได้เพียงพยักหน้ารับคำตามหน้าที่

"ชื่ออะไรนะครับสารวัตร" ข้าวพองทวนอีกครั้ง

"ลูกขวัญ"

"ชื่อแปลก แต่เพราะดีครับ" อินทร์ถา

"ลูกขวัญ แปลว่า ลูกที่รักมากที่สุด"

ธัชธรรม์อธิบายเสริม สายตาแปลกๆจากลูกน้องจับจ้องมาที่เขา ธัชธรรม์ขมวดคิ้วมุ่น

"สารวัตรรู้ได้ยังไงครับ"

อินทร์ถาหรี่ตามองมาที่เขาอย่างจับผิด แต่คนอย่างธัชธรรม์น่ะหรือจะตอบ เขาทำเป็นไม่ได้ยิน ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน

"แล้วทำไมมึงไม่ไปรับยัยตัวเล็กเอง"

และก็เป็นคุณหมอที่เอ่ยถามในสิ่งที่ทุกคนล้วนก็สงสัย

"กูมีธุระ"

"ธุระอะไรของมึง"

"..."

"ธุระที่มึงว่านี่คือพาฟองจันทร์ลงไปในเมืองใช่ไหม"

ธัชธรรม์ทำแค่เพียงมองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนของตนไป

"ผมว่าจะถามแต่ก็ไม่กล้าถาม กลัวสารวัตรนิ่งใส่แบบนี้แหละครับ" ข้าวพอง

"พูดเหมือนว่าผมไม่กลัวมันงั้นแหละ"

คุณหมอหนุ่มก็ใช้นิ้วดันแว่นสายตาขึ้น ให้อยู่ในระดับที่พอดีกับการมองเห็น

"อ้าว หมอก็ต้องไม่กลัวสิครับถึงได้ถามสารวัตรแบบนั้นน่ะ"

ข้าวพองพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอินทร์ถา

"ครับ ไม่กลัวก็ไม่กลัวแต่ยังไงพรุ่งนี้ก็อย่าลืมที่ไอ้ธัชมันสั่งนะครับ"

"อ้าว หมอจะไปไหนครับ" ข้าวพองร้องเรียกตามหลังคุณหมอที่ตอนนี้ลุกขึ้นเดินออกจากวงสนทนาไปแล้ว

"หมอแกคงจะไปนอนล่ะมั้ง" อินทร์ถา

"งั้นเราก็ไปนอนกันเถอะ หนาวจนปวดกระดูกหมดแล้วเนี่ย" ข้าวพอง

สองหนุ่มช่วยกันดับไฟและเก็บข้าวของต่างๆให้เข้าที่ ก่อนจะต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเอง

ธัชธรรม์๒

...-หมู่บ้านเพียงดาว-...

ธัชธรรม์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะเดินลงจากรถและตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล

"อ้าว..สารวัตรมาแล้วหรอคะ"

ฟองจันทร์ถามเสียงใส พรางยื่นขันน้ำเย็นๆให้กับสารวัตร

"ครับ รอนานรึป่าวครับ"

ธัชธรรม์เอ่ยตอบคำถามก่อนจะยกขันน้ำขึ้นมาจิบเล็กหน่อย เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจ

"ไม่นานเลยค่ะฟองก็พึ่งจะเตรียมตัวเสร็จ"

ธัชธรรม์แค่เพียงยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะวางขันน้ำลงบนแคร่ไม้ไผ่

"ฟองต้องขอบคุณสารวัตรมากๆเลยนะคะ ที่เป็นธุระพาเข้าเมืองในครั้งนี้"

"ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจเพื่อให้เด็กๆได้มีหนังสือดีๆเรียน"

การเข้าเมืองในครั้งนี้ คือเข้าไปเพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียนมาให้แก่เด็กๆในหมู่บ้าน

โดยค่าใช้จ่ายส่วนนึงมาจากผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมบริจาคมาให้แก่เด็กๆ และอีกส่วนคือเงินส่วนตัวของฟองจันทร์กับสารวัตร

"เราไปกันเลยไหมครับ ออกช้าเดี๋ยวจะได้กลับค่ำเอา"

สารวัตรหนุ่มบอก ก่อนเดินนำไปขึ้นรถฝั่งคนขับ ไม่นานฟองจันทร์ก็เดินตามมาขึ้นรถ

"วันนี้ข้าวพองไปไหนหรอคะ ปกติจะตามเข้าเมืองด้วยตลอดเลย"

ฟองจันทร์หันซ้ายหันขวา มองหาผู้ช่วยคนสนิทของสารวัตร ที่มักจะติดตามเข้าเมืองด้วยทุกครั้ง แต่คราวนี้เจ้าตัวกลับไม่มาด้วยซะนี่

"ข้าวพองไปรับคนในเมืองน่ะครับ"

"อ๋อ ค่ะ"

ฟองจันทร์เหลือบมองสารวัตรหนุ่ม ก่อนจะนั่งเงียบ

ตลอดการเดินทางไม่มีการพูดคุยอะไรเป็นพิเศษระหว่างทั้งคู่ มีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ไม่ให้รู้สึกเบื่อกับการที่ต้องนั่งรถนานๆเท่านั้น

...----------------...

...เวลา16:11นาที...

ร่างแบบบาง ผิวขาวอมชมพูตามแบบฉบับเด็กลูกเสี้ยวไทย-จีน กำลังชะเง้อคอหาคนที่จะมารับตัวเอง

มือเรียวคว้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาใครบางคน

"เอ่อ..ใช่น้องลูกขวัญรึป่าวครับ"

ยังไม่ทันที่คนปลายสายจะได้กดรับ เจ้าของโทรศัพท์ก็กดตัดสายซะก่อน ลูกขวัญเคียงคอเล็กน้อย จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย

"อ๋อ พี่ลืมแนะนำตัว"

"พี่ชื่อข้าวพองนะครับ มารับน้องลูกขวัญแทนสารวัตรครับ"

ข้าวพองแนะนำตัวเสียงดังฟังชัด ลูกขวัญยิ้มก่อนจะยกมือไหว้สวัสดี

"สวัสดีค่ะพี่ข้าวพอง ลูกขวัญค่ะ"

"ครับ แล้วนี่น้องจะแวะซื้ออะไรก่อนไหมครับ ถ้าขึ้นไปแล้วอาจจะไม่ได้ลงมาบ่อยๆ"

"ไม่มีค่ะ ขวัญเตรียมของจำเป็นใส่กระเป๋ามาแล้ว" ลูกขวัญว่า มือตบลงบนกระเป๋าเป้เบาๆ

"โอเคครับ เอากระเป๋ามาให้พี่ดีกว่าครับเราขึ้นไปนั่งรอบนรถได้เลย"

ข้าวพองรับกระเป๋าเป้จากลูกขวัญมาเก็บไว้ด้านหลังของรถ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถด้านฝั่งคนขับ

เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จแล้ว ข้าวพองก็ไม่ลืมที่จะหันไปสำรวจคนข้างๆ ลูกขวัญคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

"เดี๋ยวนะคะ..นั่นใช่เฮียรึป่าวคะ" ลูกขวัญชี้

ข้าวพองมองตามที่น้องชี้ สารวัตรของเขาเดินคู่มากับครูฟองจันทร์ ในมือหิ้วหนังสือเรียนมากมาย ส่วนครูฟองจันทร์ก็หิ้วถุงขนมของกินเต็มไม้เต็มมือ

"เฮียได้บอกพี่ข้าวพองไหมคะ ว่าทำไมให้มารับขวัญแทน"

ลูกขวัญหันหน้ามาถามคนข้างๆ

"สารวัตรบอกว่าติดธุระครับ"

ข้าวพองได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร

"ผู้หญิงคนนั้นคือใครหรอคะ"

คำถามที่ข้าวพองภาวะนามาตลอด ว่าอย่าให้น้องถามคำถามนี้กับเขาเลย สุดท้ายน้องก็ถามออกมาจนได้

"เป็นครูที่สอนนักเรียนอยู่ในหมู่บ้านครับ"

ข้าวพองตอบตามความจริงในส่วนที่ตัวเองรู้

"เฮียคงเป็นที่พึ่งของคนทั้งหมู่บ้านเลยสินะคะ"

"ครับ ใครๆก็รักสารวัตรมาก"

"ก็มีแค่สารวัตรกับพวกพี่นี่แหละครับ ที่คอยช่วยกันดูแลหมู่บ้าน"

"เวลาใครมีปัญหาอะไรก็ไม่เคยขัด ชาวบ้านเขาเลยรักและเอ็นดูมากน่ะครับ"

ลูกขวัญพยักหน้า พอจะได้ยินจากคุณแม่มาบ้างว่า เฮียธัชนั้นเป็นที่รักของคนที่นี่มาก โดยเฉพาะชาวเพียงดาว หรือก็คือชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเพียงดาวนั่นแหละ

เพราะว่าเฮียธัชทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปกป้องคุ้มครองที่นี่ ไม่ทิ้งเมื่อยามใครมีปัญหา ไม่ถือตน กินง่ายอยู่ง่าย ชาวบ้านถึงได้รักเฮียนัก

ก็เหมือนดั่งที่เขาว่า "หากเราต้องการความรักจากใคร ก็จงให้ความรักแก่เขาก่อน"

เฮียให้ความรักความเชื่อใจแก่ชาวบ้าน ถูกแล้วที่เฮียจะได้รับความรักและความเชื่อใจตอบ

ธัชธรรม์๓

...-หน่วยพระรามแผลงศร-...

ลูกขวัญสำรวจมองพื้นที่โดยรอบ ที่นี่คือหน่วยบัญชาการของตำรวจตระเวนชายแดนจริงๆหรอเนี่ย ไม่เหมือนที่คิดไว้สักนิดเลย

ที่นี่ดูสะอาดสะอ้าน แม้รอบข้างจะมีแต่ป่าไม้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูน่ากลัวเลยสักนิดถ้าไม่ใช่ตอนกลางคืนน่ะนะ

"มาถึงนานหรือยังครับ"

เสียงทักที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ลูกขวัญรีบหันกลับไปมองทันที

"พี่หมอเขต!!"

ลูกขวัญตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ สองเท้ารีบก้าวเดินเข้าไปสวมกอดพี่ชาย

"หืมม ไม่เจอกันแป๊บเดียวเด็กน้อยของพี่โตขึ้นรึป่าวเนี่ย"

เขตแดนจ้องมองไปทั่วทั้งใบหน้าของน้องสาว ไม่วายจับยัยตัวเล็กพลิกไปพลิกมา

"โอ้ยย พี่เขตหนูเวียนหัวแล้วนะ"

ลูกขวัญว่า สองมือยกขึ้นกุมขมับและหลับตาลง

คุณหมอเขตแดนเมื่อเห็นแบบนั้น ก็หัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดูน้องสาวอย่างยิ่ง

"เอ่อ..หมอรู้จักกับน้องหรอครับ"

อินทร์ถาถาม หลังจากยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้ามาสักครู่นึง

"รู้จักสิ ลูกขวัญคือน้องสาวของผมเอง"

คุณหมอชี้นิ้วไปที่ลูกขวัญ ก่อนจะชี้มาที่ตนเอง

"น้องสาวแท้ๆเลยหรอครับ" ข้าวพอง

"ลูกพี่ลูกน้องแต่ก็เหมือนน้องในไส้ครับ"

"ผู้ใหญ่เลี้ยงมาด้วยกัน เรียนมาด้วยกันเนาะ"

ลูกขวัญพยักหน้า ก็มันจริงอย่างที่พี่หมอเขตว่า เราทั้งคู่ต่างเป็นลูกคนเดียว พี่หมอเป็นลูกของคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของคุณพ่อ

ตอนเด็กๆเราอยู่ด้วยกันที่บ้านใหญ่ หรือก็คือบ้านของคุณย่า ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ ในครอบครัวมีเด็กอยู่แค่สองคนคือเขตแดนกับลูกขวัญ

เราสองคนจึงสนิทกันมากเป็นพิเศษ ด้วยเพราะโตมาด้วยกัน รักกันประดุจพี่น้องท้องเดียวกัน

"แล้วนั่นหัวเข่าไปโดนอะไรมาครับ"

หมอเขตก้มมองที่หัวเข่าของน้อง เลือดยังซิบๆอยู่เลย รอบแผลก็มีแต่เศษดิน

"หนูล้มตอนเดินขึ้นมาที่นี่ค่ะ" ลูกขวัญทำหน้ามุ่ย

หลังจากที่แวะไปหาผู้นำหมู่บ้าน ก็เดินตรงมาที่นี่เลย แต่ระหว่างทางพื้นมันไม่เสมอกัน ทำให้คนไม่ชินทางอย่างลูกขวัญสะดุดล้มเข้าอย่างจัง

"ล้างแผลก่อนไหมครับ"

"ไม่เอาๆพี่เขตก็รู้หนูไม่ชอบล้างแผล มันแสบ"

"หนูเหนื่อยมาก ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ" ลูกขวัญรีบเดินหนีไปทางห้องน้ำทันที ก่อนที่จะถูกพี่หมอจับล้างแผลจริงๆ

"ทำยังไงล่ะครับทีนี้ เดินหนีเข้าห้องน้ำไปแล้ว" ข้าวพอง

"พี่เป็นหมอจะทำแผลให้ แต่น้องดันไม่ชอบล้างแผลซะงั้น" อินทร์ถา

ทั้งคู่ต่างชะโงกหน้าไปดูลูกขวัญ ที่ตอนนี้เดินหายเข้าห้องน้ำไปแล้ว

"ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวให้ไอ้ธัชมาจัดการ"

พี่ชายที่แสนดีอย่างพี่หมอเขตแดน ก็ไม่สามารถบังคับน้องสุดที่รักให้มาล้างแผลได้

ด้วยเพราะเคยบังคับน้องให้ล้างแผล แต่น้องดันร้องไห้เพราะเจ็บ ทั้งยังงอนเขาไปเป็นอาทิตย์

ด้วยเหตุนี้พี่หมอจึงไม่กล้าบังคับน้องให้ล้างแผลอีก แค่เห็นน้ำตาน้อง พี่หมอก็ใจอ่อนแล้ว

"งั้นเราจะทำกับข้าวกันเลยไหมครับ"

อินทร์ถาถาม ก่อนจะเหลือบมองท้องฟ้า นี่ก็ใกล้ค่ำมากแล้วถ้าไม่รีบทำตอนนี้กลัวถ้ามืดกว่านี้แล้วจะทำอะไรไม่สะดวก

"ไอ้ธัชมันจะกลับมากินข้าวที่นี่รึป่าวครับ"

"ผมว่ายังไงก็กลับมาครับ สารวัตรไม่เคยไปกินข้าวเย็นบ้านอื่นเลย" ข้าวพอง

"แล้วครูฟองจันทร์เขาจะมาด้วยเหมือนเดิมไหม"

อินทร์ถาสงสัย เพราะถ้าปกติเข้าเมืองแบบวันนี้ ช่วงเย็นครูสาวก็จะแวะมาทำกับข้าวและกินข้าวที่หน่วย เจ้าตัวบอกว่าเพื่อเป็นการตอบแทนสารวัตร ที่คอยเป็นธุระให้

"ก็น่าจะมาเหมือนเดิมนั่นแหละครับ" เป็นข้าวพองที่ตอบ แต่ก็เพียงตอบตามการคาดคะเนเท่านั้น

เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!

novel PDF download
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!