...กลางป่าใหญ่ชายหนุ่มร่างเล็กกำลังก้าวขาเดินไปด้านหน้าช้าๆพร้อมกับชายแปลกหน้าผู้หนึ่งที่เขาพบเจอระหว่างทางทั้งสองคนพากันเดินไปเงียบๆไม่มีบทสนทนา ใดๆทั้งสิ้นจนกระทั้งทั้งสองคนได้เจอกับหมู่บ้านหนึ่งชายแปลกหน้าไม่พูดอะไรออกมา รีบเร่งฝีเท้าเข้าหมู่บ้านไปโดยทิ้งให้คนตัวเล็กที่มาด้วยยืนงงอยู่ด้านหลัง...
คนร่างเล็กไม่ได้เดินตามไปเพียงแค่ยืนมองแผ่นหลังชายแปลกหน้าที่เดินไปในหมู่บ้านที่ตนไม่รู้จักอย่างช้าๆเมื่อตัดสินใจจะก้าวขาตามไปกลับได้ยินเสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคย
..."จันทราตื่นสิ" ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชื่อนั้นหันมองรอบตัว...
ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเลือนหายไปในไม่ช้า
"เสียงของใครกันนะ...."ทั้งๆที่เมื่อกี้เขาก็จำได้ดีว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใครแต่มาตอนนี้สมองกลับคิดอะไรไม่ออก
"จันทราตื่นมาเก็บของเร็ว"ชายหนุ่มยืนเรียกเพื่อนของตนมาพักใหญ่เมื่อเรียกแล้วไม่ตื่นจึงได้เข้ามาใกล้ เมื่อเข้ามาก็ได้เห็นว่าเพื่อนของตนที่นอนอยู่ตัวเย็นเฉียบ
"ทำไม..."เมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองตัวเย็นราวกับว่าร่างไร้วิญญาณเช่นนี้ก็ทำเอาใจคอไม่ดี
แต่ไม่นานเขาก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา เนื้อตัวของชายตัวเล็กตรงหน้าค่อยๆอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกที่ตัวเย็นเฉียบตอนนี้กับ ตัวร้อนมาก
"ตื่นซักทีนะมึงปกติก็ไม่ได้เป็นคนปลุกยากนิ"เพื่อนคนหนึ่งของชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
"ป่าวไม่ได้เป็นอะไรแต่ว่าเมื่อกี้กูหลับไปหรอ..."ชายหนุ่มเอ่ยปากถามเพื่อนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
"ใช่..มีอะไรรึป่าว"
"ก็แค่ความฝันมันเหมือนจริงมาก"
"คงจะเหนื่อยอ่ะวันนี้เราทำความสะอาดวัดกันทั้งวัน"
"ก็จริงแล้วนี่กี่โมงแล้ว"
"5โมงเย็นแล้วแล้วใครเขาให้นอนตอนเย็น"
"ก็นอนปกติไม่เห็นจะเป็นอะไร"ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ
20:13น.
"นอนไม่หลับหรอ"เพื่อนอีกคนของเขาพูดขึ้นพร้อมกับพลางตามองมาทางตัวเขาที่นั่งอยู่ปลายเตียง
"พึ่งนอนตอนเย็นไปเลยนอนไม่ค่อยหลับ"
"อย่านอนดึกล่ะ ดูธารใสหลับไปแล้ว"
"ก็ทำงานหนักกว่าเราสองคนอีกนิ จะหลับก่อนก็ไม่แปลก"พูดจบชายหนุ่มก็ขยับขึ้นไปนอนริมเตียงด้านซ้ายข้างๆเพื่อนของตนที่หลับอยู่ตรงกลาง
จันทราลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าตนเองนั้นนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแถมยังมีหญิงสาวนั่งอยู่ข้างกาย เขาไม่ได้คิดกลัวอะไร แถมยังเอ่ยปากคุยด้วยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ
"ที่มาอยู่นี่เพราะเธอหรอ"
"...."
"...."
หลังจากจบประโยคคำถามของจันทราแล้วก็ไม่มีเสียงตอบกลับอะไรบรรยากาศเย็นเรื่อยๆหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยก็แสดงท่าทีกลัวออกมา ก่อนที่จะหายไปในทันที
"เข้าใจแล้ว..เรากำลังฝันอยู่"สิ้นสุดคำพูดลมแรงก็พัดผ่านไปจันทราลุกขึ้นยืนก่อนที่จะมองไปรอบๆ
"เอ็งชั่งเก่งนัก"เสียงหญิงสาวพูดขึ้นมาแม้เป็นเสียงที่เบาบางแต่ก็มีความเยือกเย็นจนขนลุกซู่
"...."
"ชีวิตที่พ่อแม่มึงต่อให้เหลือไม่นานแล้วเตรียมใจไว้เถอะมึง"
'พ่อแม่หรอ'เขาครุ่นคิดอยู่ในใจสายตาของเขากวาดมองไปรอบๆก็ไม่พบใครอยู่
"...."เปลือกตาหนาค่อยๆลืมขึ้น จันทรายันตัวเองขึ้นจากที่นอนหันมองเพื่อนทั้งสองก็ไม่มีใครอยู่แล้ว
"ตื่นแล้วหรอไปกลับบ้านกัน"พันแสงเพื่อนของเขาเดินเข้ามาก่อนที่จะเรียกเพื่อนของตนกลับบ้าน
"กูฝันแปลกอีกแล้วว่ะมึง"จันทราพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นอน
"แค่ฝันจะไปคิดมากอะไรวะ
"ถ้าฝันไม่แปลกไม่คิดอะไรหรอกเว้ย"
"มาๆพวกกูเก็บของให้แล้วส่วนมึงน้ำก็ยังไม่ต้องอาบหรอกไปกันเร็วไอ้น้ำรอนานล่ะ"
"ให้ใส่ชุดนอนอออกไปแบบนี้อ่ะหรอ"
"ชั่งมันเถอะมาเร็ว"
"...."จันทราไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องตามเพื่อนของตนเองไปแต่โดยดี
.
.
"จะไม่อยู่กินข้าวกันก่อนหรอ"
"ไม่ดีกว่าครับแค่ให้พวกผมนอนที่บ้านก็รบกวนมากแล้วขอบคุณนะครับ"
"ไม่รบกวนอะไรหรอกถือเป็นการตอบแทนที่มาช่วยพวกป้าทำความสะอาดและซ่อมแซมอะไรต่างๆที่วัด"
"ครับ..งั้นพวกผมไปก่อนนะครับสวัสดีครับ"
ทั้งสามคนเมื่อบอกลาเจ้าของบ้านแล้วก็ขึ้นรถของคนรู้จักที่แวะมารับ กลับไปหมู่บ้านที่ต่างจังหวัด
______________________________
ขออนุญาตแนะนำตัวละครนิดหน่อยนะคะ
"จันทรา"ชายหนุ่มอายุ23ปีส่วนสูง: 165 นน. 54ตั้งแต่เด็กไม่เคยกลัวผีเลยเนื่องจากเห็นผีวิญญาณมาตลอด เสียแม่ไปเมื่อ5ขวบต่อมาก็มาเสียพ่อไปเมื่ออายุ6ขวบ บ้านที่ตนอยู่ในหมู่บ้านเป็นบ้านเก่าของแม่ จันทราเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านเมื่อตอน7ขวบกับญาติแต่ก็ถูกทิ้งไปโชคดีที่มีคนในหมู่บ้านคอยดูแล ส่วนค่าน้ำค่าไฟ ใช้เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้และมีเงินที่ชาวบ้านช่วยออกด้วย
คนที่สอง "ธารใส"อายุ23ปีส่วนสูง:166 นน.54 เกิดและโตที่หมู่บ้านมักจะถูกพันแสงเรียกว่า'น้ำ'อยู่บ่อยๆ มีวันหนึ่งโจรขึ้นบ้านในตอนกลางคืนพ่อกับแม่ถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาตั้งแต่ยังอายุแค่5ขวบ เป็นปมฝังใจมากทำให้กลายเป็นคนเงียบและเย็นชา แต่ก็พอยิ้มแย้มได้บ้างเมื่อได้อยู่กับเพื่อน อยู่บ้านหลังเดียวกันกับจันทราตอน8ขวบเพราะว่า ทนอยู่ในบ้านที่มีภาพความทรงจำแย่ๆไม่ไหวแล้ว
คนที่สาม "พันแสง"อายุ23ปี ส่วนสูง:169 นน. 58 พ่อของพันแสงเป็นตำรวจได้ตายไปขณะปฏิบัติหน้าที่
(ตอนนั้นพันแสงอายุได้4ขวบ) และแม่ก็ได้มาตายจากไปในตอนที่เขาอายุ 8ขวบเพราะป่วยหนักเดิมทีแม่ของเขาก็อ่อนแออยู่แล้วยิ่งทำงานหนักก็ป่วยง่าย ในวันคืนที่แม่ตายไปเขาไม่รู้ตัวเลยนั่งจับมืออยู่ข้างเตียงแม่ตลอดไฟก็ไม่ได้เปิดแม้แต่ดวงเดียว เขาอยู่ในความมืดกับร่างไร้วิญญาณของแม่กลัวจนร้องให้เสียงดังแต่แม่ก็ไม่ตื่นโชคดีที่คืนนั้นชาวบ้านเอะใจแวะเข้าไปดู พันแสงเข้าไปอยู่บ้านหลังเดียวกันกับจันทราในตอนที่อายุ9ขวบเขาไม่อยากนึกถึงภาพของพ่อแม่ที่อยู่ในบ้านเพราะมันเจ็บปวดใจมาก
ทั้งสามคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจะพูดคำหยาบบ้างคุยกันดีๆบ้างแล้วแต่อารมณ์และสถานการณ์
เรื่องเมื่อตอนแรกทั้งสามคนได้ขออาสามาช่วยทำความสะอาดในวัดและซ่อมแซมในส่วนที่พังไป และได้อาศัยอยู่ที่บ้านของป้าใจดีคนหนึ่งตามคำร้องขอ ก่อนที่จะกลับบ้านกันโดยการนั่งรถยนต์ของคนในหมู่บ้านเดียวกันที่เขามาทำธุระในเมืองและอาสาแวะมารับ
ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ ถึงมันจะไม่ได้สนุกมากแต่แอดก็ตั้งใจสร้างมันขึ้นมา เป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่แอดคิดว่าน่าจะนานๆทีลงเพราะว่าแอดไม่ค่อยรู้อะไรมากสักเท่าไหรเพราะเรื่องนี้นอ.จะย้อนเวลาด้วย ยังไงกาลเวลาและสถานการณ์ในเรื่องนี้อาจจะขัดแย้งกับความเป็นจริง เพราะไม่แต่งตามกาลเวลาและยุคสมัยตามจริงมากสักเท่าไหร่
แล้วก็ๆๆๆ
เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงมาจากเรื่องจริงใดๆทั้งสิ้นโปรดใช้ วิจารณญาณในการอ่าน
เรื่องนี้ไม่ได้ยาวมาก(มั้งนะ)
ในนิยายอาจมีเรื่องไสยศาสตร์มาเกี่ยวข้องด้วยนิดหน่อยและขอบอกเลยว่า '่บดสวทบทคาถาอาคมหรืออะไรต่างๆแอดนำมาจาก Google '
...(แนะนำให้ดูตอนที่2ด้วยนะ)...
"ไอ้จันทราอย่าเอาแต่เล่นโทรศัพท์ดิมาช่วยกันเก็บของ"พันแสงเอ่ยบอกเพื่อนที่กับลังนั่งกินขนมอย่างสบายใจที่โซฟา
ไม่นานธารใสก็เดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยถามทั้งสองคนว่าจัดของกันเสร็จกรือยังตนจะได้ช่วย
"กูเก็บของเสร็จแล้วให้กูช่วยจัดของพวกมึงมั้ย"
"ไปถามคนนู้นไปยังไม่ได้เก็บซักอย่าง"
"...."
"นั่งกินขนมสบายใจอยู่นั้นไง"พันแสงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเพื่อนของตนที่นั่งอู้งานอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
แป๊ะ!
"โอ้ย!มาตบหัวกูทำไมเนี้ย!!ไอ้บ้า!"จันทราร้องโวยวายออกมาทันทีที่เพื่อนเข้ามาตบหัวของตน
"รีบมาเก็บของเข้าห้องเลยนะอย่าเอาแต่นั่งเล่น"ธารใสบ่นขึ้นมาก่อนที่จะ ดึงแขนของคนตรงหน้าให้ลุกขึ้นมาเก็บของเข้าห้องนอน
.
.
ทั้งสามคนใช้เวลาเก็บของอยู่ไม่นาน หลังจากที่เก็บของกันเสร็จแล้วทั้งสามคนก็มานั่งกินขนมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
"พวกมึงไปเดินเล่นกันที่ป่าข้างหมู่บ้านกันดีป่ะ"พันแสงเอ่ยขึ้นมาถามเพื่อนทั้งสองคน
"เออไม่ได้ไปเดินนานแล้วไปดิๆแล้วมึงอ่ะไปป่ะ"ธารใสตอบรับทันทีและถามจันทราต่อ
"ไปดิ"
"แต่จะไปเดินเฉยๆมันไม่ใช่กูอยู่ล่ะไปนอนกันเลยดีกว่า ว่ามััย"
"จะไปนอนในป่าอีกล่ะนะมึง พึ่งกลับมาไปเดินเล่นแล้ว กลับมานอนที่บ้านไม่ดีกว่าหรอวะ" จันทราพูดขึ้นมาพร้อมกับทำท่าทางไม่เห็นด้วย
"เอาน่าจันทราปกติไปทีไรเราก็นอนกันทุกทีนี่เนอะ"
"ใช่ๆไปเตรียมของกันออกเดินทางพรุ่งนี้เลย"
"โอเคๆก็ได้"
...ในคืนวันนั้นทั้งสามคนแยกกันนอนห้องของตัวเองหลังจากที่จันทราได้เก็บของเตรียมไปในวันพรุ่งนี้เสร็จแล้ว ก็ไปนั้งเขียนสมุดบันทึกของตนเอง...
ในวันที่15 กรกฎาคม วันนี้ใช้เวลานานกว่าจะเดินทางมาถึงบ้านถึงจะออกเดินทางตั้งแต่เช้าแต่ก็ถึงบ้านเย็นเหมือนเคย
...ในวันพรุ่งนี้วันที่16 ทุกคนจะไปเดินป่ากันคงจะสนุกน่าดูถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงสถานที่เก่าๆแต่เวลาที่จะได้ไปก็ อดตื่นเต้นไม่ได้เลยสักครั้ง...
...ร่างเล็กวางปากกาลงและปิดสมุดบันทึกก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเตียง...
.
.
"..."ชายที่เขาฝันถึงเมื่อครั้งก่อนจ้องมองไปที่ใบหน้าเล็กของจันทราและนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาเขายืนนิ่งและจ้องมองไม่หยุด
"...."จันทรานิ่งเงียบไม่พูดอะไรก่อนที่จะมองผ่านไปด้านหลังของเขา
"นั้นมัน..."จันทราถึงกับต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
สิ่งที่อยู่ด้านหลังเขาคนนั้น คือญาติฝั่งพ่อที่พาเขามาที่หมู่บ้านและได้ทิ้งเขาไป ภาพที่เขาเห็นคือเขาคนนั้นผูกคอห้อยไปมาอยู่ด้านหลัง
"ข้าไม่ใช่..."ชายหนุ่มพูดออกมาเล็กน้อยพยายามให้คนตรงหน้าเข้าใจว่าตนไม่ใช่คนที่ทำเช่นนั้น
"...." 'รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ทำ' เขาคิดในใจนี่แค่ความฝันเพราะหากเป็นชีวิตจริงญาติคนนี้ก็ต้องยังมีชีวิตอยู่
ชายตรงหน้านิ่งเงียบไปสักพักอยู่ๆสีหน้าของเขาก็ดูไม่พอใจมากแต่เมื่อมองจากสายตาเขาแล้วคงไม่ใช่ตนเองที่ทำให้เขาไม่พอใจแต่เป็นอย่างอื่นเสียมากกว่า ร่างเล็กหันมองรอบๆแต่ภาพตรงหน้าตัดไปเสียก่อนทุกอย่างรอบตัวเขานั้นมันมืดมิดไปหมดก่อนที่จะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งจันทรายืนอยู่หน้าบ้านและจ้องมองไปทางหน้าต่างได้เห็นว่านี่คือบ้านที่ตนเคยอยู่เป็นบ้านของญาติฝั่งแม่บ้านหลังนี้จันทราเคยอยู่แม้จะอยู่เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น จันทราแทบทรุดลงไปที่เห็นว่าภายในบ้านมีหญิงสาวผู้เป็นเต้าของบ้าน'ผูกคอ'อยู่คนร่างเล็กคิดจะก้าวเข้าไปเพื่อที่จะเข้าไปหาแต่ก่อนที่จะก้าวขาออกไปก็ได้ยินเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา "ขอโทษนะลูกที่ทิ้งลูกไว้ให้อยู่คนเดียวแบบนี้" เขาจำได้ในทันทีว่านั้นคือเสียงของแม่ตนเองจึงหันไปมองแต่ก็ไม่ได้เจอใครหันกลับมาที่บ้านแต่ในบ้านกลับว่างเปล่าไม่มีใครอยู่แล้ว
"แม่ครับ!!"จันทราร้องตะโกนออกมาเสียงดังก่อนที่จะมองไปรอบๆก็ได้รู้ว่าเมื่อกี้ฝันไป แต่ถึงอย่างนั้นจันทรากลับร้องให้ออกมาเมื่อตนนั้นได้ฝันถึงแม่ของตนแถมยังได้เห็นภาพที่น่าตกใจ
จันทราไม่รู้มาก่อนว่าทำไมถึงได้ย้ายออกจากที่บ้านหลังไม่รู้เลยว่าเจ้าของบ้านหายไปใหน แต่ก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อความฝันของตน จันทราได้ฝันถึงแม่ของตัวเองทำให้รู้สึกมีความสุขมากนับตั้งแต่แม่ของตนเสียไปก็ไม่ได้ฝันถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนที่จันทรายังอายุแค่5ขวบก็เสียแม่ไปต่อมาแค่ปีเดียวพ่อของตนก็ได้จากไปทำให้จันทราย้ายไปอยู่กับญาติย้ายแต่อาศัยอยู่ได้ไม่นานนักก็ต้องย้ายออกมาสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ต้อง มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้กับญาติฝั่งพ่อของตนจันทรามักจะเฝ้ารอวันที่จะได้ฝันถึงหรือพบเห็นทั้งสองคนอยู่เสมอ คนร่างเล็กไม่เคยกลัวผีวิญญาณที่ตนพบเลยเขาเฝ้ารอ มองไปรอบตัวเสมอหวังว่าจะได้เห็นแม่ของตน แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้นเลยคนร่างเล็กถึงขั้นเอ่ยปากถามกับวิญญาณที่ตนเห็นเพื่อตามหาแม่ของตน ถึงแม้ว่าจะดูไม่สมควร
"ทำไมไม่มาให้เห็นบ้างนะผมไม่ได้กลัวผีสักหน่อย"จันทราบ่นออกมาก่อนที่จะกลับลงไปนอนที่เดิม
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!