นิยายเรื่องนี้จะมีความซับซ้อนเกี่ยวกับเด็กหญิงคนหนึ่งแต่ตอนนี้เป็นนางสาวแล้วความฝันก็เหมือนเดิม อยากเขียนการ์ตูนนิยายอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบแต่ฐานะไม่ค่อยดีนักพ่อแม่ไม่สนับสนุนในการเรียนพ่อแม่คงจะคิดว่าลูกเรียนไม่เก่งแต่ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เราไม่มีเงิน ก็เลยต้องไปเรียนก.ศ.น.โรงเรียนที่ให้โอกาสกับทุกคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนได้กลับมาเรียนใหม่
ในระหว่างเรียนก.ศ.น.เราก็ทำงานไปเรื่อยๆพอถึงเวลาสอบก็เข้าสอบปกติเหมือนโรงเรียนทั่วไปแต่แค่ไม่ได้มีการเข้าเรียนเท่านั้นเอง แต่อาจจะมีการพบปะกันเล็กน้อย หรือทำกิจกรรมร่วมกันในแต่ละเดือนที่โรงเรียนปกติได้ทำ พอเราเรียนจบ ม.6ก็เริ่มไปหางานทำแต่งานแรกที่พ่อแม่พาทำก็คือขายลูกชิ้นขายดีมากลูกค้าชมว่าแม่เราทำน้ำจิ้มอร่อยมากลูกชิ้นทอดสดอร่อย ร้านลูกชิ้นเราจะเป็นที่รู้จักเด็กๆและคุณโตทั่วไปในแต่ละหมู่บ้านเวลาเราเข้าหมู่บ้านเด็กๆจะมาคอยรออยู่หน้าบ้าน แล้วก็กวักมือเรียกพ่อเราว่า แม่ตาต๋องมาแล้ว
ช่วงที่เราขายของช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีความสุขมากรู้จักคนเยอะแล้วคนก็รู้จักเราเยอะเหมือนกันพ่อของเราถึงจะเป็นคนที่ไม่มีฐานะอะไรเลยแต่พ่อก็รู้จักคนเยอะมากไปทางไหนพ่อก็รู้จักหมด จนทุกคนก็รู้จักเราเหมือนกัน
ไม่ได้รู้จักอะไรมากแค่รู้ว่าเป็นลูกสาวของพ่อก็แค่นั้นเอง
แต่ช่วงที่เราขายลูกชิ้นนั้นวิกฤตก็มาถึงราคาลูกชิ้นปรับขึ้นจนเราไม่มีเงินลงทุนวันนึงเราขายลูกชิ้นได้ 3,000 2,000 หมดบ้างไม่หมดบ้างเลยบางวันต้องเอาเงินเก็บมาซื้อลูกชิ้นแทน
เราก็เลยหางานเพิ่มไปทำงานที่โต๊ะจีนแห่งหนึ่งที่พ่อกับแม่รู้จักอยู่แล้ว ทำงาน 3 วันถึงได้รับเงิน ค่าข้าวค่าน้ำฟรี งานจะเหนื่อยมากเดินไม่หยุดแต่ก็สนุกมากเหมือนกันทุกคนเป็นมิตรหมดเลย พี่ๆก็คอยช่วยเหลือเราอย่างดีทำได้เกือบปีก็ออกจากงานร่างกายไม่ไหวนอนไม่ครบ 12 ชั่วโมงเกิดอาการเป็นลม แต่เราไม่ได้ซีเรียสนะเพราะว่าตัวเองคิดว่าทำไหวเลยไม่ค่อยบอกใครจนกระทั่งวันหนึ่งทำงานเสร็จกลับบ้านนอนได้สักพักนึงจู่ๆก็มีอาการเป็นลมกะทันหันยืนขึ้นตัวก็ทรุดลงเลยเหมือนกับว่าเป็นอะไรสักพักก็อาเจียนออกมาเล็กน้อยและพูดว่าแม่จ๋าช่วยด้วย และก็เคาะประตูแม่ก็ได้ยินแล้วก็ออกมาเปิดประตูเรา ตอนนั้นแม่ตกใจมากเรียกพ่อว่าพ่อมึงพ่อมึงมาดูลูกเร็วลูกเป็นลม พ่อกับแม่ก็อุ้มเพื่อจะพาไปหาหมอแต่เราบอกว่าเดี๋ยวมันก็หายขอนั่งสักแป๊บนึงดมยาดมเดี๋ยวมันก็หายแล้ว พดมยาดมไปซักพักอาการมันก็หายไปเลย เราเลยคิดว่าอาจจะทำงานหนักไม่ได้อีกแล้ว แม่เลยตัดสินใจพาไปหาหมอหมอบอกว่าต้องนอนให้เยอะๆเพราะว่าเรามีอาการเป็นเลือดจางเลยทำให้ร่างกายออ่นเพลีย และก็กินแค่พออิ่มอย่ากินเยอะมากเกินไปเพราะจะทำให้เราวูบได้ จริงๆแล้วอาการแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเราในวัยเด็ก มันก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ จนหงุดหงิด ทำให้เรา รู้สึกไม่อยากทำไรต่อแล้ว แต่รออายุ ตอนนั้นเราอายุ 19 แล้วเรียนจบแล้วก็เลยอยากหางานทำอีกเพราะแม่กับพ่อไม่มีเงินเหมือนกันมีแค่พอกินพอใช้นิดๆหน่อยๆ
แต่กว่าจะได้เงินมาพ่อกับแม่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน
มันทำให้รู้สึกว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยเขาก็จะเลี้ยงเราตลอดไป เราก็เลยอยากหาเงินให้เขาใช้บ้าง
อยากให้เขาพักผ่อนบ้างเขาจะได้อยู่กับเราไปนานๆเหมือนกับทุกวันนี้
เราเลยไปสมัครงาน ที่รีสอร์ทแห่งนึงได้ 1 ปีกว่าซึ่งได้ความรู้มากๆเลยได้รู้จักการเอาตัวรอดในการอยู่คนเดียวมีความรู้มากมายเกี่ยวกับการทำงาน เช่น การพับผ้ายังไงให้ถูกวิธี การวางของยังไงให้ถูกวิธี
ควรพูดยังไงกับลูกค้าให้ถูกวิธี ช่วงนั้นก็มีความสุขมากเหมือนกันแต่ก็มีวิกฤตอีก เรื่องโควิด ซึ่งเราเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอทำงานหนักไม่ได้แม่ก็เลยให้เราออกจากงานสักระยะหนึ่งเดี๋ยวค่อยหางานทำใหม่แต่ใครจะไปรู้ว่าโควิด ร้ายแรงมากถึงขั้นทำให้คนที่เป็นเสียชีวิตได้ตอนนั้นเราดูแลตัวเองมากไม่ออกไปไหนเลยอยู่แต่บ้าน แต่ โควิด ทำให้เราไม่มีเงินใช้ สุดท้ายต้องไปหางานทำแต่รอบนี้ไปไกลมากก็คือ ชลบุรี เราได้งานทำมากจากพี่ชายของเพื่อนคนหนึ่ง พี่เขาถามว่าสนใจไปทำงานที่ชลบุรีไหมเซเว่นใกล้ๆที่พักรับสมัครพนักงานเราก็เลยไม่คิดอะไรเลยบอกพี่เขาไปว่า ไปค่ะ แต่กว่าจะได้ไปก็คุยกับพ่อแม่นานมากพ่อแม่ก็ว่าเราจะไม่ไหวเพราะต้องเปลี่ยนผลัดกลัวว่าเราจะอยู่ผลัดดึกไม่ได้บ้างบอกว่าเราจะอยู่กับคนในเซเว่นไม่ได้บ้างกลัวเราจะไม่มีความอดทนในการทำงานเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่เราบอกแม่ว่าถ้าไม่ทำพ่อกับแม่จะเอาเงินไหนมาใช้ เราเลยตัดสินใจไปทำงานที่ชลบุรีได้ 2 เดือน ทำไมถึงทำได้ 2 เดือนน่ะหรอเพราะว่ามีคนที่เรารู้จักมากๆโทรมาบอกว่างานที่เราอยากทำมากๆตอนนี้เขารับคนแล้วนะเราดีใจมากไล่ออกจากงานเซเว่นเพื่อมาทำงานที่ตัวเองรักนั่นก็คือร้านเสริมสวยนั่นเองรู้ไหมสิ่งนี้เป็นสิ่งที่รักมากชอบมาก เราเลยตัดสินใจไปทำงานที่เหลือเองรักเจ้าของร้านมารับเราเองเลยซึ่งก็ไม่ไกลมากก็ที่ทำงานอยู่ที่ระยอง
เราย้ายไปอยู่ระยองเพื่อไปทำงานใหม่
มีที่นอนให้กินฟรีอยู่ฟรีได้รับเงินเดือนได้ความรู้มากๆรู้วิธีการทำผมหลายๆอย่างเจ้าของร้านนิสัยดีมากและก็รวยมากเช่นกันแต่เขาเป็นคนเจ๊กอายุก็ 60 แล้วเก่งมากเลยเขาให้โอกาสกับเราสอนงานเราให้เป็นแถมให้เงินเดือนเราด้วยตอนนั้นคิดว่าจะเป็นไปได้ด้วยหรอนอกจากจะสอนงานแล้วให้เงินเดือนเราอีกต่างหาก ยากมากเลยนะที่ร้านเสริมสวยจะมีแบบนี้เพราะบางที่ก็ต้องเสียตังค์เพื่อเข้าการเรียนการสอน
แต่เราก็ทำได้แค่ 3 เดือนก็ออกจากงานเพราะว่าพนักงานอีกคนนึงต้องลาออกและเราก็ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เพราะเจ้าของร้านต้องไปสวนทุเรียนที่จันทบุรีเราเลยต้องออกจากงานและกลับบ้านเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ที่บ้าน โอ๊ยชีวิตเนาะต้องเปลี่ยนงานทุกปีเลย
พอกลับมาถึงบ้านได้เกือบปีเลยแหละเราเลยเราเลยทำงานอยู่ร้านอาหารของญาติแถวๆบ้านได้ประมาณ 6 เดือนกว่าแต่เงินได้เป็นรายวัน ทุกคนยังไม่รู้ล่ะสิว่าการทำงานของเราก็มีความรักเหมือนกันนะมีคนมาชอบแต่ต้องขอโทษด้วยเราไม่ชอบกลับเพราะว่าเรายังไม่พร้อมที่จะมีความรักแต่ผู้ชายคนนั้นก็มาบ่อยๆโทรหาเราบ่อยๆมีให้เงินเราใช้ด้วยนะบางทีก็ให้จนหน้าตกใจมีปัญหาอะไรปรึกษาได้ผู้ชายคนนี้อายุก็เยอะอยู่ประมาณ 34 ปีมีลูกแล้ว 2 คนกับแฟนเก่า แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากเราแค่ปรับตัวอยู่กับเขาให้ได้ก็พอ ตอนนั้นรู้สึกโชคดีมากที่เขาเข้ามาในชีวิตทำไมรู้สึกอบอุ่นมีความสุขนิดหน่อยไม่เคยทะเลาะกันจนเราได้มาอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกนั้นก็หายไปเพราะเราทำงานคนเดียวแฟนเราทำงานบ้างไม่ทำงานบ้างจนกระทั่งสิ่งที่เราไม่อยากเป็นก็มาเยือนคือโควิดเราทำงานเซเว่นได้ 1 เดือนมาติดโควิดซึ่งติดมาจากแฟนของเราเอง
แฟนของเราชอบออกไปข้างนอกไม่ชอบใส่แมสเลยติดมาจากเพื่อนเราเลยต้องติดไปด้วยเพราะนอนด้วยกัน
ความซวยก็มาเยือนแฟนเรามีอะไรไม่เคยบอกมีหนี้ก็ไม่บอกซึ่งเราไม่สามารถช่วยอะไรแฟนเราได้เพราะว่าเราอยู่ในระหว่างกักตัวเงินเดือนออกแค่หน่อยเดียวไม่พอกินด้วยซ้ำ มันทำให้เรามีความรู้สึกน้อยใจอย่างมากเมื่อเราต้องมาทำงานเลี้ยงเขาหรือยังไง แต่เราก็สู้นะหายเป็น covid แล้วก็ทำงานไปเรื่อยๆโดยที่ไม่คิดอะไรเลยจนกระทั่งมีอะไรอยู่ในหัวเยอะแยะที่ทำให้คิดอยากจะระบายกับใครสักคนคนสุดท้ายเราก็ต้องโทรไปหาแม่กับพ่อและร้องไห้ให้เขาเห็นว่าเราไม่มีความอดทนในเรื่องความรักเลยเพราะที่ผ่านมาเรามีความสุขมากเราอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่มีใครแต่ทำไมเราถึงคิดอยากอยู่กับใครสักคนขึ้นมาแต่ก็ไม่คิดว่าใครสักคนนั้นจะทำให้เราเสียใจและหงุดหงิดได้ขนาดนี้เราเลยตัดสินใจเลิกกับผู้ชายคนนั้นได้กลับบ้านและทำงานปกติ
จริงแล้วความรู้สึกนี้ไม่เคยบอกกับใครเลยนอกจากพ่อกับแม่น้อยมากที่จะพูดกับใครจริงๆแล้วเราเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอไม่อดทนกับงานที่ทำอยู่แต่บอกเลยไม่เป็นเราเธอไม่รู้ว่าการอ่อนแอเป็นยังไงทำงานมากก็เหนื่อยปวดเนื้อปวดตัวอ่อนเพลียอยากพักผ่อนตลอดเวลาผมไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเธอจะให้ทำไงได้มันเป็นมาแล้วกินยาก็ไม่หายแล้วยังมาเจอกับอะไรแย่ๆอีก
จริงๆทุกคนมีปัญหากันทุกคนอยู่ที่ว่าปัญหานั้นทุกคนจะผ่านมันไปยังไงก็เท่านั้นเอง
#ก้อย
นางสาว สุกัลยาณี แก้วม่วงพะเนา
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!