ยามเช้าในบ้านตระกูลซู แสงแดดลอดผ่านม่านหน้าต่างบางเบา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของซุปยาจีนที่แม่เหรินเจี๋ยกำลังเคี่ยวอยู่ในครัวลอยมาแตะจมูกเจี้ยนหาว เขายังไม่คุ้นชินนักกับการตื่นมาแล้วเห็นเหรินเจี๋ยนั่งอยู่ตรงข้ามในชุดนอนเรียบร้อย กำลังอ่านหนังสือแพทย์เล่มหนา ๆ อย่างเงียบสงบ
เจี้ยนหาวขยี้ผมยุ่ง ๆ ของตัวเองก่อนบ่นเสียงต่ำ
“ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้ทุกวัน นายเป็นหุ่นยนต์หรือไง”
เหรินเจี๋ยเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องหนังสือ
“อ่านให้ได้สักบทก่อนกินข้าว จะได้รู้สึกว่าทำอะไรมีประโยชน์บ้าง ไม่เหมือนบางคน…”
“เฮอะ!” เจี้ยนหาวแค่นเสียงทันที “กวนประสาทแต่เช้า”
แม้ปากจะบ่น แต่ความจริงแล้วเขาแอบรู้สึกอุ่นในใจที่ตื่นมาแล้วมีใครสักคนนั่งอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนบ้านอีกต่อไป แต่เป็นคู่หมั้นที่ผูกดวงกันไว้… แม้เขาจะไม่อยากเชื่อก็ตามที
---
หลังอาหารเช้า พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายปล่อยให้หนุ่มสาวออกไปด้วยกัน เพราะเห็นว่าควรใช้เวลาใกล้ชิดมากขึ้น เจี้ยนหาวไม่พูดอะไร เอาแต่มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างถือกระเป๋าเป้ ท่าทางเหมือนรำคาญ แต่กลับก้าวช้าลงเพื่อรอให้เหรินเจี๋ยเดินข้างกัน
บรรยากาศมหาวิทยาลัยคึกคัก เพื่อน ๆ ในคณะศึกษาศาสตร์หลายคนแอบมองมาทางพวกเขา เพราะข่าวลือเรื่อง "หมั้นหมาย" เริ่มแพร่ไปแล้ว
“จริงเหรอ เจี้ยนหาวกับซูเหรินเจี๋ยเป็นคู่หมั้นกัน?”
“ไม่น่าเชื่อเลย… เจี้ยนหาวดูไม่ใช่คนประเภทนั้นเลยนะ”
“แต่สองคนนี้สนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนี่นา”
เสียงกระซิบกระซาบแว่วมาถึงหู เจี้ยนหาวทำหน้าไม่พอใจทันที เขาเกลียดการถูกนินทา แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เหรินเจี๋ยก้าวเข้ามาใกล้ เอียงตัวเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบา
“ไม่ต้องสนใจนะพี่หาว”
น้ำเสียงนั้นเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้ความหงุดหงิดในใจเจี้ยนหาวเบาบางลงอย่างประหลาด
---
เย็นวันเดียวกัน ฝนตกโปรยปราย ทั้งคู่ต้องกลับด้วยร่มคันเดียว เหรินเจี๋ยถือร่มเอียงไปทางเจี้ยนหาวมากกว่า ทำให้เสื้อด้านไหล่ตัวเองเปียกชื้น
“บ้าเอ๊ย นาย濕หมดแล้ว เหรินเจี๋ย!” เจี้ยนหาวโพล่งออกมา ก่อนจะดึงร่มมาถือเอง เอียงเข้าหาตัวเขาแทน
“ถ้าจะเปียก ก็เปียกด้วยกันสิ”
เหรินเจี๋ยเงียบไปนิด ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“พี่ก็เป็นห่วงผมเหมือนกันนี่”
เจี้ยนหาวสะอึก ใบหน้าแดงเล็กน้อยเพราะถูกจับได้ รีบเบือนหน้าหนีมองทางเดินเปียกชื้นแทน
---
คืนนั้น เหรินเจี๋ยเตรียมเอกสารเรียนแพทย์อยู่บนโต๊ะ เจี้ยนหาวเดินเข้ามาเงียบ ๆ เขามองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่ตั้งใจอ่านตำรา พลันนึกถึงคำพูดของหมอดูที่ว่า “หากไม่มีเขา เจ้าอาจไม่มีลมหายใจอยู่ถึงวัยยี่สิบ”
หัวใจเจี้ยนหาวเต้นแรงอย่างไม่เข้าใจ เขาเอื้อมมือไปแตะแขนเหรินเจี๋ยเบา ๆ
เหรินเจี๋ยหันกลับมา ดวงตาสะท้อนแสงโคมไฟนุ่มนวล ทำให้เขาดูอบอุ่นจนเจี้ยนหาวรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไป
“อะไรเหรอพี่หาว?” เสียงถามแผ่ว ๆ
เจี้ยนหาวไม่รู้จะพูดยังไง ปล่อยมือออกอย่างรีบร้อน ก่อนจะหันหลังกลับไปนอนบนเตียง แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่หยุด
คืนนี้ เขาหลับไปทั้งที่ยังรู้สึกได้ว่า ระยะห่างระหว่างเขากับคู่หมั้นคนนั้น… กำลังค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 15
Comments