ความมืดที่ปกคลุมรอบตัวเราค่อย ๆ ถูกเจาะทะลุด้วยแสงจากวัตถุประหลาดที่ลอยเคลื่อนช้า ๆ มันเหมือนกำลังชี้นำทาง พาเรามุ่งหน้าไปยังบางสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไป
และไม่นาน เราก็เห็นมัน—
“นั่น…อะไรน่ะ?” น้ำหยุดเดินทันที เสียงเธอสั่นแผ่วแต่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ฉันหันตามสายตา “อะไรกัน!? …นี่มันของแปลกที่สุดที่ฉันเคยเห็นในวันนี้เลยนะ!”
เบื้องหน้าคือซุ้มประตูหินขนาดมหึมา สถาปัตยกรรมโบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า มันไม่ควรจะปรากฏอยู่ในที่แบบนี้ได้เลย ทว่าตอนนี้มันกำลังอยู่ตรงหน้าเราอย่างสมบูรณ์
น้ำก้าวช้า ๆ เข้าไปใกล้ ปลายนิ้วลูบผ่านอิฐหินที่เย็นเฉียบ “เป็นสถาปัตยกรรมแบบเอเชีย…ดูเหมือนซุ้มประตูของวังโบราณ”
ฉันพึมพำด้วยความงุนงง “ของแบบนี้มาอยู่ในอาคารได้ไง? หรือว่า…พายุพาเรามาโผล่ในพิพิธภัณฑ์?”
น้ำส่ายหน้าเบา ๆ แต่แววตาเธอทอประกายความจริงจัง “สิ่งก่อสร้างนี่ดูเก่ามาก อิฐแบบนี้คนใช้กันเมื่อหลายร้อยปีก่อน ดูสิ ลายแกะสลักบนประตู ประณีตมาก ของแบบนี้มีเฉพาะในคฤหาสน์หรือวังของคนชั้นสูงเท่านั้น”
ฉันได้แต่มองเธอพูดอย่างเพลินใจ นี่มันน้ำคนเย็นชาคนเดิมจริงเหรอ?
เธอเดินวนรอบประตูเหมือนนักโบราณคดีตรวจสอบหลักฐานสำคัญ “ของล้ำค่าแบบนี้ ถ้าอยู่ในเมืองแอสทรัลก็น่าจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ฉันจำได้ว่าไม่มีพิพิธภัณฑ์ไหนในเมืองที่มีของแบบนี้แน่ ๆ…”
“นี่เธอกำลังอินกับของพวกนี้อยู่งั้นเหรอ?” ฉันอดแซวไม่ได้
น้ำชะงัก หันมามองค้อน “ทำไมล่ะ? มีปัญหาอะไร? หรือเธอคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่เหมาะกับผู้หญิงอย่างฉัน?”
“ไม่ใช่เลย!” ฉันรีบโบกมือ “ฉันไม่ชอบการเหมารวมคนหรอก จริง ๆ ฉันชอบมากกว่า เวลามีคนอินกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ มันเจ๋งออก”
น้ำหลบตาไปทางอื่น เหมือนพยายามซ่อนแก้มที่ขึ้นสีชมพู “หึม…ฉันก็แค่พอรู้เรื่องบ้าง ไม่ได้อินอะไรขนาดนั้นหรอก”
ฉันยิ้ม ก็เธอดูน่ารักเวลาพูดเรื่องที่ชอบนี่นา…
สายตาของฉันเลื่อนไปหยุดที่บานประตูคู่ใหญ่สีทองอร่าม ลวดลายบนผิวประตูส่องประกายวาววับราวกับมีชีวิต
“ประตูทองคู่นี้…ข้างหลังมันจะมีอะไรกันนะ…” ฉันพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในวินาทีนั้น สร้อยคอที่แม่มอบให้ฉันกลับส่องแสงขึ้นมาเอง! แสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากจี้กลางเส้นส่องตรงไปยังประตู เสียงกลไกโบราณดังก้องสะท้อนก้องไปทั้งห้องหิน
“สร้อยคอของเธอ…มันสว่างขึ้นเหรอ?” น้ำถามตาค้าง
และประตูคู่นั้น…ค่อย ๆ เปิดออกด้วยแรงที่มองไม่เห็น แสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกมา
ฉันถึงกับอ้าปากกว้าง “โห! เวทมนตร์ชัด ๆ! เท่มาก!”
น้ำขมวดคิ้ว “เมล์…เธอจะรีบเข้าไปเลยจริง ๆ เหรอ? มันไม่ค่อยปลอดภัยเลยนะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! ก็มีทางนี้ทางเดียวที่เราเจอนี่นา เธอไม่อยากรู้เหรอว่าข้างในมีอะไร?” ฉันหัวเราะตื่นเต้น
“อยากรู้สิ…แต่ที่แบบนี้มันทำให้ฉันกังวลจริง ๆ”
“งั้นฉันจะเข้าไปก่อน ถ้ามันปลอดภัยเธอค่อยตามมา ตกลงนะ?”
น้ำถอนหายใจแรง “เฮ้อ…เธอนี่น่าปวดหัวจริง ๆ”
ก้าวแรกที่เราก้าวผ่านประตูนั้น โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปทันที
เบื้องหน้าคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว กาแล็กซีหมุนวนเคลื่อนไหวราวกับภาพวาดที่มีชีวิต แท่นหินยักษ์ลอยอยู่กลางอากาศ ขอบฟ้าไร้จุดสิ้นสุดเหมือนเราเดินเข้าสู่ห้วงจักรวาล
“อะไรกันเนี่ย…?” ฉันหันมองรอบตัว ดวงตาแทบจะหลุดออกมา “น้ำ! เธอก็เห็นใช่ไหม!?”
น้ำยืนนิ่ง มือกำชายเสื้อแน่น “นี่มันไม่ใช่โลกแน่ ๆ …หรือว่าเรามาอยู่ในอวกาศกัน?”
บรรยากาศที่รายล้อมนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่าธรรมดา แต่เต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่ไหลวนรอบ ๆ ตัว ราวกับทั้งสถานที่กำลัง “หายใจ”
“เธอรู้สึกไหม?” ฉันถามเสียงแผ่ว “เหมือนตัวสถานที่เองมีชีวิตอยู่”
“บอกเป็นคำพูดยาก…” น้ำหลับตาแล้วพึมพำ “แต่ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนอยู่ข้าง ๆ สัตว์ร่างยักษ์เลย”
ทันใดนั้น เสียงทรงพลังดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง
“ยินดีต้อนรับ เหล่านักเดินทาง…สู่ดินแดนแห่งเทพ — ห้องบ่อกำเนิดยิ่งใหญ่”
ฉันสะดุ้งเฮือก “หา!? นั่นเสียงใครกัน!?”
ท่ามกลางแท่นหินที่ลอยอยู่กลางอากาศ ร่างหญิงสาวปรากฏขึ้น เธอสวมเกราะสีเงินปนทอง ดวงตาส่องแสงเรืองรอง ร่างกายเต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์
“ไม่…มันจริงทุกอย่าง” เธอก้าวออกมาด้วยท่าทีสง่างาม “ข้าคือ เอด้า ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 7 แห่งจตุรเทพ”
หัวใจฉันเต้นแรงไม่เป็นส่ำ “เดี๋ยวสิ…ที่นี่คืออะไรกันแน่?”
เอด้าใช้ดาบชี้ไปรอบ ๆ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยกาแล็กซี “เจ้าทั้งสองได้ก้าวเข้าสู่สถานที่ซึ่งเหนือกว่าความเป็นจริงของพวกเจ้าเอง ที่ซึ่งพรมแดนระหว่างโลกทั้งหลายเลือนราง และความเป็นไปได้ไร้ขอบเขต”
น้ำกัดริมฝีปากแน่น “ก่อนหน้านี้เรายังอยู่ในพายุทอร์นาโด แล้วมาตื่นที่นี่ได้ยังไง?”
“พายุ…ที่มีสายฟ้าสีม่วงใช่หรือไม่?” เอด้ายิ้มบาง “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็คือมนุษย์อีกคู่ที่หลงเข้ามา”
“มนุษย์อีกคู่!?” ฉันแทบจะร้องลั่น “หมายความว่าคนอื่นก็เคยมาแล้วงั้นสิ!”
เอด้าพยักหน้า “ถูกต้อง ตลอดสิบปีที่ผ่านมา มนุษย์หลงเข้ามาเช่นนี้หลายครั้ง”
หัวใจฉันเย็นวาบ สิบปี…งั้นพายุประหลาดนี่ไม่ได้เกิดแค่ครั้งเดียว…
“แล้วพวกเขาตอนนี้อยู่ที่ไหน?” ฉันถามเสียงสั่น
“ข้าได้ส่งพวกเขากลับไปยัง ‘ภพมนุษย์’ เรียบร้อยแล้ว”
ฉันกับน้ำสบตากัน ภพมนุษย์? หรือก็คือโลกของเรางั้นเหรอ…?
เอด้าหัวเราะเบา ๆ “ภพมนุษย์คือภพที่ใหญ่ที่สุด เต็มไปด้วยพลังธรรมชาติและความวุ่นวาย… และยังเป็นที่อยู่ของผู้พิทักษ์บ่อน้ำที่น่ารำคาญที่สุดอีกด้วย”
เธอหยุดหัวเราะแล้วพูดจริงจัง “แต่ที่แน่ ๆ ที่นี่ไม่ใช่ความฝันของพวกเจ้า ที่นี่คือศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทั้ง 9 ภพ”
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แล้ว…คุณช่วยส่งเรากลับไปได้ไหม? เรายังมีเพื่อนอีกสองคนติดอยู่ในพายุเดียวกัน”
เอด้าจ้องฉันกับน้ำสลับกัน “ได้สิ มนุษย์ตัวจิ๋ว แต่ก่อนอื่น…ถามอะไรก็ได้ ข้าจะตอบตามที่เจ้าต้องการ”
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments