Evil 4 ความบังเอิญ
“ตุลย์…เราแยกย้ายกันเถอะ! พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะ หวังว่าเราสองคนจะได้อยู่ห้องเดียวกันนะ” อลิซเธอได้บอกกับตุลย์ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไป ตุลย์ที่กำลังเดินไปตามทางและกำลังคิดอะไรไปเรื่ยเปื่อยนั้น เขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางทางเดิน และเธอคนนั้นก็คือแอลลี่ที่แอบตามตุลย์มาตลอดนั่นเอง ดูเหมือนว่าแอลลี่นั้นจะติดใจอะไรบางอย่างกับตุลย์เป็นอย่างมาก เมื่อตุลย์นั้นเดินมาจนถึงตัวของแอลลี่แล้ว “เธอต้องการอะไรจากเราเหรอ” ตุลย์นั้นได้ถามกับแอลลี่ไปตามตรง “เราอยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้นอ่ะ” ตุลย์ที่ได้ฟังแอลลี่พูดจบแล้วก็ได้รู้สึกแปลกใจเอามาก ๆ กับสิ่งที่ได้ยินจากปากของแอลลี่ และแล้วสิ่งที่ตุลย์นั้นได้สงสัยอยู่คำตอบที่ตุลย์นั้นอยากจะได้มันมาตลอดก็ได้หลุดออกมาเป็นคำพูดถามกับเจ้าตัวอย่างแอลลี่ “เธอเป็นแวมไพร์ใช่มั้ย…เธอดูดเราไปแล้วแต่ทำไมเราถึงไม่ตาย” สิ่งที่ตุลย์นั้นได้พูดออกไปมันก็คือคำถามเดียวกับสิ่งที่อยู่ในใจของแอลลี่เหมือนกัน “เราไม่รู้…และเราเองก็อยากจะรู้เหมือนกันนั่นแหละ” แอลลี่เธอนั้นได้ตอบแบบขึ้นเสียงกับตุลย์ ในขณะที่ตุลย์ก็รู้สึกข้องใจกับทุกสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขามาจนกระทั่งถึงตอนนี้
“แล้วที่เธอแอบตามเรามาจนถึงตอนนี้ล่ะ! มันหมายความว่ายังไง” ตุลย์นั้นได้ถามกับแอลลี่ เมื่อแอลลี่เธอฟังคำถามของตุลย์จบแล้ว เธอก็ได้แต่ทำท่าทำทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ และเธอก็ไม่ได้ตอบอะไรตุลย์กลับไป “ถ้าอยากรู้มากนักก็ลองให้ยัยแวมไพร์สาวน้อยนั่นกัดคอดูอีกสักทีเป็นไงล่ะ” เสียงที่อยู่ในจิตสำนึกของตุลย์นั้นได้ดังขึ้นหรือก็คืออสูรกายในตัวของตุลย์ได้สื่อสารกับตุลย์ “ไม่ต้องมายุ่ง” ตุลย์ได้ตอบกลับผ่านทางจิตสำนึก “ปีกกล้าขาแข็งแล้วว่างั้นเถอะ…แกลืมไปแล้วเหรอว่าที่แกฟื้นจากความตายมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะฉัน” อสูรกายในตัวของตุลย์ได้ตอบกลับตุลย์
“เราอยากรู้ว่าอะไร กะ กะ ที่เธอพูดถึงนั้นมันคืออะไร” แอลลี่เธอได้พูดในขณะที่เธอยังมีอาการที่เขินอายอยู่ “แสดงให้ยัยเด็กแวมไพร์นั่นดูหน่อยซิ…สาวน้อยจะได้หายข้องใจ” อสูรกายในตัวตุลย์ได้พูดขึ้นหลังจากที่แอลลี่พูดจบ “ก็บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง” ตุลย์ได้ตอบกลับอสูรกายในร่างของตัวเองผ่านจิตสำนึก “เธอชื่อแอลลี่สินะ…คือเราไม่รู้จะตอบเธอยังไงดีอ่ะ” ตุลย์ได้ตอบกลับแอลลี่ แอลลี่เธอก็ยังคงสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของตุลย์อยู่
แต่จู่ ๆ ก็ได้มีลมพัดเข้ามา และลมที่พัดมานั้นก็ได้พัดเข้ามายังใบหน้าอันขาวซีดของของแอลลี่ เมื่อแอลลี่นั้นได้กลิ่นมนุษย์ของตุลย์จากสายลมที่พัดผ่านมา แอลลี่เธอก็ดูเหมือนกับว่าจะเกิดอาการกระหายเลือดขึ้นมาอีกครั้ง “ตุลย์…เราขอกัดคอเธอได้มั้ยนะ” แอลลี่เธอได้พูดพร้อมกับค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหาตุลย์ทีละก้าว ๆ ด้วยอาการที่รู้สึกกระหายเลือด ตุลย์ที่ได้เห็นท่าทางแบบนั้นของแอลลี่เขารู้สึกผงะและเริ่มจะตกใจนิด ๆ
ตอนนี้แอลลี่ได้มาหยุดยืนอยู่ที่ต่อหน้าของตุลย์แบบห่างกันไม่ถึงคีบ แอลลี่เธอสูดลมหายใจเข้าราวกับว่ากำลังดมกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวน เมื่อแอลลี่เธอได้สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดของเธอแล้ว เธอก็มองหน้าขอวตุลอย่างมีเลศนัยก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปกัดคอของตุลย์เป็นครั้งที่สอง สุดท้ายแล้วตุลย์ก็ได้ยอมให้แอลลี่กัดคออีกเป็นครั้งที่สอง แต่สุดท้ายแล้วภาพที่แอลลี่ได้เห็นก็เหมือนกับครั้งแรกไม่มีผิดเพี้ยนไปเลย เมื่อตุลย์ที่ถูกแอลลี่กัดคอไปแล้วแต่ก็กลับไม่ตายเหมือนเดิม
“เธอไม่ตายจริง ๆ ด้วยสินะ” แอลลี่เธอได้พูดขึ้นหลังจากที่เธอได้กัดคอตุลย์จนหนำใจแล้ว ตุลย์เองก็ยังคงรู้สึกสับสนอยู่ เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังไง แต่แล้วรอยโดนกัดที่คอของตุลนั้นก็ได้หายไปเหมือนเดิม “นี่พ่อหนุ่ม…สลับร่างหน่อยเดะ” อสูรกายในร่างของตุลย์ได้พูดทันตุลย์ขึ้นในจิตสำนึกของตุลย์ “แกคิดจะก่อเรื่องอะไรให้เราอีก” ตุลย์จึงได้ถามอสูรกายนั้นกลับไปผ่านจิตสำนึก แต่สุดท้ายแล้วอสูรกายในร่างกายของตุลย์นั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรเขา
แต่ในครั้งนี้ที่แอลลี่ได้กัดคอของตุลย์ไปนั้น แอลลี่เธอกลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงเหมือนกับว่าถ้าในจังหวะเธอกัดคอของตุลย์อยู่นั้น ถ้าเกิดว่าตุลย์ใช้จังหวะนั้นสัมผัสร่างกายของเธอ อาจจะทำให้ร่างของเธออ่อนแรงไร้กำลังจนต้องยอมตกเป็นของตุลย์อย่างแน่นอน “เรากลับก่อนนะ” แอลลี่เธอได้บอกลาตุลย์พร้อมกับเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นใจมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกกับสิ่งนี้ที่มันแน่นอยู่เต็มอก ส่วนตุลย์นั้นก็ได้แต่ยืนมองแอลลี่นั้นเดินจากไปจนลับสายตา
วันต่อมา
7 A.M.
วันนี้เป็นวันที่ตุลย์จะได้เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนเป็นวันแรก แต่ตุลย์นั้นกลับรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง อาจจะเป็นเพราะความกังวลที่จะต้องมาเริ่มปรับตัวใหม่ แต่สุดท้ายแล้วตุลย์ก็ได้ออกมาจากหอพักเพื่อไปยังโรงเรียน เมื่อตุลย์เดินมาตามทางเดินมาได้สักพักตุลย์ได้เห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่ และคน ๆ นั้นก็คืออลิซนั่นเอง “เธอมายืนทำอะไรอยู่น่ะอลิซ” ตุลย์ได้ทักทายอลิซ “เราก็รอเธออยู่ไง” อลิซเธอได้ตอบคำถามของตุลย์ “เธอรู้ได้ยังไงว่าเราจะออกมาตอนไหน” ตุลย์ได้ถามอลิซด้วยความสงสัย
“ถึงเราจะเป็นแม่มดแต่เราก็มีอสูรรับใช้ได้เหมือนกันมั้ยล่ะ” อลิซเธอย้อนคำถามของตุลย์แบบโนสนโนแคร์ “นี่เธอแอบดูเราอยู่ตลอดเลยงั้นเหรอ” ตุลย์ได้ถามอลิซด้วยความตกใจ “ก็เราสงสัยเรื่องยัยแวมไพร์นั่นนี่! แล้วอีกอย่างนะ…เธอรู้มั้ยว่าคนเป็นแม่มดส่วนใหญ่น่ะ! ไม่ค่อยอยากจะมีเพื่อนหรอกนะ” อลิซเธอได้ตอบกลับตุลย์ คือในความรู้สึกของตุลย์ ณ เวลานี้คือเขาไม่รู้แล้วว่าเขาควรจะผวาใครก่อนดีระหว่างแอลลี่กับอลิซ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งสองสาวนั้นได้ตามติดตัวของตุลย์ราวกับเป็นเงา ตุลย์นั้นไม่เคยได้เจอกับความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ที่ต้องมาเจอผู้หญิงมาเกาะติดชีวิตของเขาจนแทบจะขี่คอเขาแบบนี้ “ยัยแวมไพร์นั่นยังตามเธออยู่เลยนะ” อลิซได้กล่าวกับตุลย์ก่อนที่จะจูงมือของตุลย์เพื่อไปยังโรงเรียน
ในที่สุดตอนนี้อลิซและตุลย์ได้มาถึง ณ ยังโรงเรียนแล้ว สิ่งต่อไปที่ทั้งสองคนต้องทำนั้นก็คือไปดูที่บอร์ดของปีการศึกษานี้ว่าทั้งสองคนนั้นจะได้เรียนอยู่ห้องไหน อลิซจึงได้จูงมือพาตุลย์มายังบอร์ดของปีการศึกษานี้ และแล้วตอนนี้ทั้งสองคนก็ได้ยืนอยู่ที่หน้าบอร์ดของปีการศึกษานี้แล้ว “ตุลย์…ชื่อเต็มของเธอชื่ออะไรเหรอ” อลิซจึงได้ถามตุลย์เพื่อที่เธอจะได้ดูชื่อของตุลย์เผื่อตัวของตุลย์ด้วย “ตุลย์ตุลา ธาดาการ” เมื่อตุลย์ได้บอกชื่อเต็มของเขากับอลิซแล้ว อลิซเธอจึงไล่หารายชื่อ “เราอยู่ห้อง 1-A ล่ะ! นี่ไงตุลย์…เราเจอชื่อเธอแล้วล่ะ เราสองคนได้อยู่ห้องเดียวกันนะ” ตุลย์จึงได้มองไปตามนิ้วของอลิซที่ชี้ไปยังชื่อของเขา แต่เมื่อเขามองรายชื่อของห้อง 1-A แล้ว เขากลับต้องไปสะดุดอยู่กับชื่อ ๆ หนึ่ง “เอลิเซ่ ฟรอน โคมินัส” เมื่อตุลย์เห็นว่าชื่อ ๆ นี้ก็อยู่ห้อง 1-A ด้วย เขาก็ถึงกับหน้าถอดสีไปเลย
“อลิซ! ตอนนี้แวมไพร์ที่เธอว่ายังแอบมองเราอยู่มั้ย” ตุลย์ได้ถามอลิซด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ปนช็อกไปด้วย “ก็ยังแอบสะกดรอยตามอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ” อลิซเธอได้ตอบกลับตุลย์ ตอนนี้อลิซสังเกตได้แล้วว่าตุลย์นั้นเหมือนจะมีท่าทางทีตกใจกับอะไรบางอย่าง “มีอะไรรึเปล่า” อลิซเธอได้ถามตุลย์ด้วยความสงสัย ตุลย์จึงได้ชี้ไปที่ชื่อ “เอลิเซ่ ฟรอน โคมินัส” ก่อนที่ตุลย์นั้นจะได้พูดขึ้น “ชื่อนี้คือชื่อของเธอคนนั้น…เธอคนนั้นได้อยู่ห้องเดียวกันกับพวกเรานะ” เมื่อตุลย์พูดจบแล้วอลิซก็ถึงกับตกใจเล็กน้อย “งั้นเองสินะ” อลิซเธอได้พูดออกมาเบา ๆ ด้วยเสียงในลำคอ แต่คนที่ดูตกใจกับสิ่งนี้เอามาก ๆ นั่นก็คือตุลย์ เพราะเขาเดาไม่ออกเลยว่าต่อจากนี้มันจะเป็นยังไง เพราะตัวเขานั้นค่อนข้างที่จะตกใจกับความบังเอิญในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! งานนี้คงสนุกแล้วล่ะสิแก…ฉันจะนั่งรอดูบทสรุปของแกอย่างตั้งใจเลยล่ะ” เสียงที่อยู่ในจิตสำนึกของตุลย์นั้นก็ได้ดังขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสุดสนุกและสะใจเอามาก ๆ “ไม่ตลกโว้ย” ตุลย์ได้ตอบกลับเสียงในจิตสำนึกของเขาด้วยความโมโหโทโสเอามาก ๆ “แกต้องกลายเป็นอาหารของยัยเด็กหญิงแวมไพร์นั่นไปตลอดกาล ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เสียงในจิตสำนึกของตุลย์ยังคงไว้ซึ่งความสะใจอยู่เหมิอนเดิม
“ตุลย์…เธอเป็นอะไรรึเปล่า” อลิซเธอได้สะกิดแขนของตุลย์และพร้อมกับถามตุลย์ไปด้วย เมื่อตุลย์ได้ดึงตัวเองออกมาจากจิตสำนึกได้เพราะได้ถูกอลิซนั้นสะกิด “เปล่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก” ตุลย์ได้ตอบกลับอลิซไป “ถ้างั้นพวกเราก็ไปที่ห้องเรียนกันเถอะ…เดี๋ยวจะสายเอา” เมื่ออลิซพูดจบแล้วเธอก็ได้คว้ามือของตุลย์และจูงมือพาตุลย์เดินไปยังห้องเรียน ตุลย์จึงได้แต่เดินตามอลิซไปโดยไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
ในขณะที่แอลลี่นั้นได้ยืนแอบมองตุลย์เดินไปกับอลิซ ด้านหลังของแอลลี่ก็ได้มีใครบางคนเดินเข้ามา “เธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะแอลลี่…มายืนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ ทำตัวไม่สมกับที่เธอจะต้องเป็นว่าที่ราชินีแวมไพร์รุ่นต่อไปเลยนะ! ไปเรียนกันได้แล้ว” เสียงของชายคนหนึ่งที่ได้พูดกับแอลลี่ “เซอร์ จอห์น เอส เฟอร์ดินานด์” แอลลี่เธอได้พูดชื่อของชายคนนั้นออกมา “ใช่! ฉันเอง” จอร์นได้ตอบแอลลี่กลับไป “ฉันบอกนายไปหลายครั้งแล้วนะว่าฉันจะไม่แต่งงานกับนาย! เพราะฉะนั้นช่วยกรุณาเลิกเรียกฉันว่าว่าที่ราชินีด้วย” แอลลี่เธอได้ย้ำจุดยืนของตัวเองกับจอห์น ก่อนที่เธอนั้นจะได้เดินจากจอห์นไปและไม่สนใจใยดีในตัวของจอห์นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อแอลลี่เธอได้เดินมาจนถึงห้องเรียนของเธอแล้ว เธอก็ได้เปิดประตูห้องพร้อมกับมองหาสิ่ง ๆ หนึ่ง และสิ่ง ๆ นั้นนั่นก็คือตุลย์ เพราะแอลลี่เธอรู้แล้วว่าตุลย์ได้เรียนอยู่ห้องเดียวกันกับเธอ แต่ข้าง ๆ ของตุลย์นั้นกลับมีอลิซนั่งอยู่ข้าง ๆ ของตุลย์ แอลลี่เธอก็เหมือนจะมีอาการที่ไม่พอใจอลิซนิด ๆ แอลลี่เธอได้เดินไปนั่งยังที่ว่างด้านหน้าของตุลย์ เมื่อตุลย์ได้เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้ทุกสายตาก็ได้จับจ้องไปยังหน้าห้องเรียน เมื่อชายคนหนึ่งได้เดินเข้ามาในห้อง จากนั้นทุกคนจึงได้ซุบซิบ ๆ กัน “เฮ้ย ๆ นั่นมัน ร็อค ไฮ นี่หว่า” ชายที่ดูเหมือนมนุษย์ทุกอย่างแต่กลับแฝงไปด้วยความอันตรายคนนี้นั้นเป็นใครกัน ทำไมถึงสะกดสายตาของทุกคนได้ขนาดนี้ ชายที่ชื่อร็อคคนนั้นบัดนี้เขาได้เดินเข้ามาหาตุลย์ “เฮ้ย…แกน่ะ! เมื่อวานแกกล้ามากนะที่มารังแกลูกหมาของฉัน” เมื่อร็อคพูดจบแล้ว เหมือนเป็นความบังเอิญที่ใจตรงกัน เมื่อแอลลี่และอลิซพร้อมใจกันยืนปกป้องตุลย์โดยไม่ได้นัดหมาย
“ร็อค ไฮ เผ่ามนุษย์สัตว์ผู้นำของมนุษย์สัตว์รูปแบบหมาทั้งปวง” อลิซเธอได้พูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าของร็อคอย่างไม่ลดละสายตา “โอ้วว~ ไม่นึกเลยนะเนี้ยว่าจะรู้จักกันด้วย! ว่าแต่เธอจะลุกขึ้นปกป้องไอ้สวะนั่นรึไงกันน่ะห๊ะคุณแม่มด” ร็อคได้พูดกับอลิซด้วยท่าทีที่หยามเหยียดตุลย์เป็นอย่างมาก “แล้วถ้าเป็นฉัน…แกคงรู้จักสินะ” แอลลี่ได้พูดขึ้นพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมาในแบบที่ใคร ๆ เห็นแล้วก็ต้องกลัวจนอยากหนีไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้เลยทีเดียว “ฝากไว้ก่อนนะไอสวะ…แล้วเจอกัน!” ร็อคได้พูดกับตุลย์ก่อนที่จะเดินจากไป
“ไอลูกหมานั่นดูท่าจะเอาเรื่องนี่หว่า…ตามไปจัดมันสักยกให้มันได้สำเนียกหน่อยเป็นไง! ให้มันได้รู้สักหน่อยว่ามันกำลังเล่นอยู่กับใคร” เสียงที่อยู่ในจิตสำนึกของตุลย์ได้ดังขึ้น อสูรกายในตัวของตุลย์นั้นดูเหมือนจะอยากสู้กับร็อคใจจะขาด “แกไม่ต้องมายุ่งจะได้มั้ย” ตุลย์ได้ตอบกลับไปผ่านจิตสำนึก “ฉันกับแกคือหนึ่งเดียวกัน…ต่อให้ปากของแกบอกว่าไม่อยากจะสู้ก็เถอะ! แต่เมื่อแกมาอยู่ที่นี่แล้วแกก็ไม่มีวันที่จะหนีสิ่งนั้นพ้นหรอก เพราะฉะนั้นจงรู้ไว้ซะ!” อสูรกายในตัวของตุลย์ได้ทิ้งท้ายคำพูดนี้ไว้ให้กับตุลย์ได้คิดต่อ
ตอนนี้ทั้งแอลลี่และอลิซต่างมองหน้ากันและกันด้วยความตะหงิด ๆ ใจ “นี่เธอ…นั่นตุลย์ของฉัน” ทั้งสองคนพูดคำ ๆ นี้ออกมาพร้อม ๆ กัน และมองหน้ากันอย่างตะหงิด ๆ ใจกันต่อไป ตุลย์ที่ได้นั่งมองทั้งสองคนอยู่แต่ก็กลับพูดอะไรไม่ออก แถมยังมีเหล่าสายตาจากคนทั้งห้องที่ตอนนี้กำลังหันมามองจับจ้องตุลย์กันเป็นตาเดียว แต่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกสายตาจับจ้องขนาดนี้ก็เพราะผู้หญิงสุดสวยสองคนออกตัวเถียงกันว่าตุลย์คือของ ๆ ตัวเองอย่างชัดเจนขนาดนี้
และแล้วก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในห้องเรียน “ทุกคนนั่งที่กันแล้วจ่ะ” ผู้หญิงคนนั้นได้กล่าวกับทุกคน “ครูชื่อ เพลิโอนอร์ มอร์สเธอร์ หรือจะเรียกครูว่าครูเพนก็ได้นะจ๊ะ และครูก็จะเป็นครูประจำชั้นของพวกเธอตลอดสามปีนี้นะจ๊ะ” เพนเธอได้ทักทายกับทุกคน “ปีนี้มีแต่คนน่าสนใจ'แฮะ” เพนเธอได้พูดกับตัวเองในใจ ตอนนี้ทุกสายตาก็ยังคงได้แต่จับจ้องไปยังเพนอยู่
เมื่อเพนเธอได้แนะนำตัวเสร็จแล้ว เธอจึงได้ให้ทุกคนโหวตหัวหน้าห้องในอีกสามวันข้างหน้า เมื่อพูดเรื่องที่เธอจะต้องพูดจบแล้วก็หมดเวลาโฮมรูม เมื่อหมดเวลาโฮมรูมแล้วเพนเธอจึงกล่าวลากับทุกคนก่อนที่จะเดินออกจากห้องเรียนไป อลิซเธอได้สะกิดแขนตุลย์ “เธอรู้มั้ยว่าครูประจำชั้นของเราเป็นเผ่าพันธุ์ไหน” เมื่อตุลย์ฟังคำถามของอลิซจบแล้วตุลย์ก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความไม่รู้
“ยัยนั่นเป็นเอลฟ์น่ะ” แอลลี่เธอได้พูดขึ้นแบบลอย ๆ แต่อลิซเธอก็ไม่ได้สนใจแอลลี่และยังคุยกับตุลย์ต่อไป “แล้วว่าแต่ว่า…ตอนนี้มีคนรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอกี่คนแล้ว” เมื่อตุลย์ฟังคำถามของอลิซแล้วตุลย์จึงได้ตอบกลับอลิซ “ก็เธอกับแอลลี่ไง…เราไม่ได้มีความคิดที่อยากจะบอกใครหรอกนะ” อลิซเธอเลยเสนอตุลย์ออกไป “ให้เราสอนเวทมนตร์ให้มะ…เธอจะได้ใช้เวทมนตร์แทน” ดูเหมือนว่าที่อลิซเธอพูดออกมานั้นมันเหมือนว่าเธอกำลังยั่วยุให้แอลลี่โกรธซะมากกว่า
แอลลี่เธอได้หันกลับมามองหน้าอลิซอีกครั้งพร้อมกับถามอลิซ “นี่เธอจะหาเรื่องใช่มะ…ยัยแม่มด” อลิซจึงได้ตอบกลับแอลลี่ “แล้วเธอมีปัญหาอะไรมิทราบห๊ะ…ยัยแวมไพร์” ตอนนี้กลายเป็นว่าตุลย์นั้นต้องมานั่งดูสองสาวตีกัน แต่สองสาวจะตีกันเพื่ออะไรตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ ตุลย์ผู้ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนจึงไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ทั้สองสาวกำลังเถียงกันเพื่อแย่งตัวเขานั่นแหละ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 4
Comments