เสี่ยวจูรีบเข้ามาปัดคราบฝุ่นคราบอาหารออกจากเสื้อผ้าของหยางจินจวี๋
พลางใช้สายตาเกลี้ยกล่อมให้คุณหนูของตนใจเย็นๆ แต่เสี่ยวจูก็คาดไม่ถึงว่าคุณหนูที่ไม่เคยยอมคนมาก่อน
จะสามารถข่มกลั้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี หยางจินจวี๋เดินไปรับข้าวชามใหม่
แล้วเดินเคียงคู่กับเสี่ยวจูไปนั่งยังโต๊ะ
เจ่าอู่จูพูดขึ้นมาด้วยความแค้นใจว่า
“ข้าเห็นนะว่าใครเป็นคนขัดขาเจ้า ศิษย์น้อง คืนนี้ข้าจะไปเล่นงานมันเอาคืนแทนเจ้าเอง”
“ใช่...พวกเราก็จะแก้แค้นให้เจ้าด้วย
เพราะมันนอนพักที่เรือนเดียวกับพวกเรา” ศิษย์พี่ที่เหลือร่วมผสมโรง
“อย่าเลยศิษย์พี่เจ่า
ศิษย์พี่ซู ศิษย์พี่เสียน ศิษย์พี่ลู่ ข้ายังไม่อยากมีศัตรูไปมากกว่านี้”
“พวกมันคงอิจฉาเจ้าที่เก่งกว่าเซียวหลางเซิงที่ว่ากันว่าเป็นเจียนหยวน[1]แต่เห็นการตอบแบบข้างๆคูๆวันนี้ของเขาแล้ว
ข้าว่าเขาคงยัดเงินผู้ตรวจข้อสอบมากกว่าจึงได้รับตำแหน่งนี้”
ซูเฉียวพูดอย่างเดือดดาล
“เออ...เมื่อคืนเจ้าไปนอนพักที่ไหนเหรอ
พวกเราตามหาเจ้าเพื่อจะชวนเล่นไพ่นกกระจอกแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ” เสียนเกอเกอถามขึ้นมาเมื่อฉุกคิดได้
หยางจินจวี๋ยิ้มฝืดเฝื่อน
ถ้าบอกตามตรง...ศิษย์พี่ทั้งสี่จะคิดเห็นเป็นเช่นไร นางไม่ต้องเดาก็พอรู้
เสี่ยวจูเห็นนายสาวลำบากใจจึงตอบเองว่า
“หอนอนทั้งหมดเต็ม
ท่านหวงจี้จิ่วจึงให้เราสองคนไปพักที่เรือนข้างฝั่งตะวันออกเป็นการชั่วคราวขอรับ
ศิษย์พี่”
“หอนอนเต็มเหรอ...เอ๋
ไม่นะ เมื่อวานข้ายังพบว่าหอนอนทิศใต้มีที่นอนว่างเกือบสิบที่”
เสี่ยวจูไม่พูดพร่ำทำเพลง
ล้วงป้ายทองคำออกมาวางลงบนโต๊ะ ป้ายทองคำมีใช้เฉพาะเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
พอศิษย์พี่ทั้งสี่เห็น ตาก็แทบถลน รีบพยักหน้าเออออ ก่อนจะก้มหน้าใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวกินอย่างรวดเร็ว
ไม่สนใจจะไต่ถามเรื่องใดอีก
หยางจินจวี๋เห็นป้ายทองคำแล้วก็เงยหน้ามองเสี่ยวจูอย่างสงสัย
คิดว่าคืนนี้คงต้องถามว่านางไปได้ป้ายทองคำนี้มายังไง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงอาหารล่วงรู้ไปถึงหูของหวงจี้จิ่ว
เย็นนั้นหลังจบการฝึกเรียนวิชาคำนวณ
ศิษย์ที่เอาเท้ามาขัดขาหยางจินจวี๋ถูกเรียกตัวไปทำโทษด้วยการนั่งท่าขี่ม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม
เรื่องนี้หยางจินจวี๋ เสี่ยวจูกับศิษย์พี่ทั้งสี่ไม่รับรู้
มิหนำซ้ำศิษย์ที่รับโทษยังถูกเซียวหลางเซิงเรียกไปคุยกันเป็นการลับที่สวนดอกไม้ซึ่งสร้างอยู่ใจกลางสำนักกั๋วจื่อเจียนทางทิศใต้
ซึ่งส่วนหนึ่งแบ่งเป็นท้องทะเลสาบขนาดย่อมมีสะพานเก้าโค้งข้ามผ่าน
มองเห็นปลาทองตัวโตหลายร้อยตัวว่ายวนไปมาภายใต้สายน้ำใสกระจ่างดั่งแก้วผลึก
“หมิงจู...ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นบ่าวที่ภักดี
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยแก้แค้นนางแทนข้าหรอก” เซียวหลางเซิงหันหลังยืนพูด
แสงจันทร์สีเงินยวงส่องแผ่นหลังเหยียดตรงของเขาให้ดูเรืองรองเปล่งประกาย
ฉายชัดให้เห็นถึงเรือนร่างสูงใหญ่กำยำเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ
“แต่นางสร้างความเสื่อมเสียมาให้องค์ชายตั้งแต่วัยเยาว์
กระหม่อมเจ็บแค้นแทนองค์ชาย เหตุใดจึงจะ...”
เซียวหลางเซิงหรือจู่หรงเสียรีบยกมือปราม
“หน้าที่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง ศัตรูของนางมีข้าเพียงคนเดียวก็พอ”
“พะยะค่ะ
องค์ชาย” หมิงจูซึ่งคุกเข่าข้างหนึ่งยกมือขึ้นประสานคำนับ แล้วตั้งท่าลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปยังหอนอน
แต่จู่หรงเสียพูดรั้งไว้เสียก่อนว่า
“วันนี้จู่เสียนหลางตั้งใจโยนกระเบื้องล่อหยก[2]เจ้าเองก็อย่าเผลอแสดงความคิดเห็นออกไปมากนัก”
“พะยะค่ะ
องค์ชาย”
[1]
ผู้ที่สอบติดอันดับหนึ่งของราชวิทยาลัยกั๋วจื่อเจียน
[2]
พูดหลอกล่อให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นที่เฉียบแหลมออกมา
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments