“เดินระวังดีๆล่ะ”
ลู่หมิง ศิษย์พี่ร่างสูงที่ดื่มสุราไปหลายจอกทั้งๆที่กระเพาะว่างทำให้เริ่มมึนเมาขึ้นมาบ้างบอกอย่างห่วงใย
ศิษย์น้องทั้งสองคำนับแล้วรีบเปิดประตู
ก่อนจะหับเสียงเบากริบ แล้วสืบเท้าไปยังห้องข้างๆ
แกล้งส่งเสียงพูดสัพเพเหระแล้วเปิดประตูเข้าไปราวกับว่าพวกตนเข้าถูกห้อง
“ข้าพอได้ยินมาบ้างว่าเสียงดีดพิณขององค์ชายรองนับว่าไม่เป็นสองรองใคร
น่าจะให้แม่นางป๋ายไปประลองชันดีดพิณกับองค์ชายรอง” เสี่ยวจูพูดขึ้นมา ทำทีก้าวเข้าไปในห้องเรื่อยๆ
สองสาวไม่สนใจเสียงพิณที่หยุดลงและเสียงขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวในห้องรับรองแขกส่วนตัวของแม่นางป๋ายอวี้หลัน
“ว่ากันว่าถ้าไม่ใช่องค์ชายสี่
แม่นางป๋ายไม่ยอมบรรเลงเพลงพิณให้ใครได้ฟัง” หยางจินจวี๋รับลูกคู่
พอพวกนางเดินมาหยุดตรงหน้าคนสองคนที่นั่งอยู่บนเบาะนุ่มยัดขนห่าน
เงยหน้ามองพวกเขาอย่างตกตะลึง หยางจินจวี๋กับเสี่ยวจูก็แสร้งเบิกตากว้าง
ทำทีเป็นตกใจ
“ขะ...ข้าน้อยขออภัย
มิคิดว่าจะเดินเข้ามาผิดห้อง” หยางจินจวี๋รีบยกมือคำนับ แต่มิได้ก้มหน้าลงเพื่อจะได้มองเห็นดวงหน้าของป๋ายอวี้หลันชัดๆ
แต่ทว่า...เมื่อนางหันไปมองบุรุษที่นั่งอยู่ข้างหน้าโต๊ะวางพิณ
บุรุษผู้นั้นกลับสวมหน้ากากเงินลวดลายพยัคฆ์
หยางจินจวี๋ให้รู้สึกผิดหวังที่มิได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของคู่ปรับยามเจริญวัย
“ข้าไม่ถือสาคุณชายทั้งสองหรอกเจ้าค่ะ”
ป๋ายอวี้หลันตอบกลับเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่นัยน์ตาของนางเรืองรองด้วยโทสะ
“แต่ข้าไม่แน่ใจว่าการมาของคุณชายจะรบกวนท่านผู้นี้มากน้อยเพียงใด”
“แม่นางกับคุณชายคือ...?”
หยางจินจวี๋ยกมือคำนับเกือบเต็มพิธีการสำหรับสุภาพชน ทำหน้าฉงน
“ข้าคือป๋ายอวี้หลัน
ส่วนคุณชายท่านนี้คือองค์ชายสี่” ป๋ายอวี้หลันผายมือแนะนำชายสวมหน้ากากเงิน
สวมชุดผ้าไหมสีดำ ปักลายมังกรผงาดสามเล็บด้วยเกลียวไหมทอง สวมรัดเกล้าทองคำตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ
“อ๋า!” หยางจินจวี๋แกล้งร้องครวญด้วยความกลัว สองสาวพากันคุกเข่าคำนับจู่หรงเสียประหลกๆ
“ผู้น้อยเสียมารยาทแล้ว”
“เมื่อกี้ข้าได้ยินเจ้าพูดว่าองค์ชายรองมีฝีมือในการดีดพิณเป็นหนึ่ง
ทั้งที่ใต้หล้านี้รู้กันดีว่าฝีมือดีดพิณของแม่นางป๋ายเป็นเอกหาใครเทียบ
เจ้าพูดเช่นนี้มิใช่ว่าเคยได้ยินองค์ชายรองดีดพิณมาแล้ว เช่นนั้นฐานะของพวกเจ้าคงไม่ธรรมดา?” ‘องค์ชายสี่’ ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ฟังออกว่าเขารู้ว่าสิ่งที่พวกนางคุยกันล้วนเป็นเรื่องปั้นแต่ง
หยางจินจวี๋แกล้งหัวเราะจืดเจื่อน
ทำทีโบกไม้โบกมือไปมา พูดว่า “ข้าน้อยทั้งสองก็ฟังที่เขาเล่าลือกันมาอีกทีพะยะค่ะ”
“แต่ข้าไม่เคยได้ยินใครเล่าลือเรื่องที่พวกเจ้าพูดกันมาก่อน
อีกอย่างตอนที่พวกเจ้าเดินเข้ามาในห้อง ย่อมต้องได้ยินเสียงดีดพิณ เป็นไปไม่ได้ที่พวกเจ้าจะเข้าห้องผิด”
องค์ชายสี่กล่าวต่อเสียงเข้ม นัยน์ตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มประหลาด
หยางจินจวี๋สบถในใจ
ดูเหมือนคู่ปรับของนางกำลังไล่ต้อนนางให้จนมุม นางรีบโขกศีรษะกับพื้นหลายที
ภายในใจก่นด่าคู่กัดที่ทำให้นางต้องทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้
“องค์ชาย...ข้าน้อยทั้งสองเดินเข้าห้องผิดจริงๆ
ส่วนเรื่องที่เราพูดกัน ขอองค์ชายกับแม่นางป๋ายอย่าได้ถือสาเลย
สุภาพชนที่ดีควรยึดหลักห้าคุณธรรมตามที่มหาปราชญ์ขงจื่อได้สอนสั่งไว้ ใช่หรือไม่?”
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments