จากมีปลาต้องมีน้ำ
กลายเป็นเห็นหน้าเจ้าแล้วเหม็นขี้หน้ายิ่ง
แต่ถึงกระนั้น...ซวี่ฟังก็ยังเป็นสหายสนิทที่สุดของเขา
ซ้ำยังซื่อสัตย์จงรักภักดีไร้พิษภัย เป็นขุนนางคนเดียวที่เขาเชื่อใจและไว้วางใจ
อาจจะเป็นเพราะแม้ซวี่ฟังจะมีบิดาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แต่เมื่อราชบุตรเขยเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจ
กองกำลังในมือก็ถูกแบ่งแยกไปอยู่ในบัญชาการของแม่ทัพคนอื่นๆ
อีกทั้ง...เสด็จอาเลี้ยงซวี่ฟังอย่างตามใจ ในเมื่อเขาไม่สนใจที่จะเรียนรู้หลักการเมืองการปกครอง
ไม่เรียนรู้ที่จะจับอาวุธหรือวิทยายุทธ์ใดๆ
เสด็จอาก็ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตสนุกไปวันๆ เกียจคร้านก็เกียจคร้านไป
ขอเพียงอย่าได้สร้างเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจให้เสด็จอาหรือสร้างเรื่องเลวร้ายใหญ่โตให้หวงตี้อย่างเขาต้องปวดหัวจึงนับได้ว่าซวี่ฟังเป็นขุนนางที่ไร้พิษสง
ดังนั้นสำหรับจู่หวงตี้...ซวี่ฟังเป็นสหายสนิทที่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องทำร้าย
อีกอย่างอาจเป็นเพราะเขาไม่อยากให้จินหลานหลินต้องเสียใจหากรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายกับซวี่ฟัง
ยิ่งนังหนูหยางจินจวี๋...เขายิ่งเอ็นดูราวกับบุตรีในอุทร
แต่ถ้าจะให้รับเข้ามาเป็นลูกสะใภ้คงไม่เหมาะ...คงไม่เหมาะ
เฮ้อ...ทำไมหนอ
จินหลานหลินถึงยอมแต่งงานกับเจ้าเต่าทึ่มนี้ได้ เขาไม่เข้าใจนางเลยจริงๆ
หากรอเขาส่งเกี้ยวไปรับนางแต่งเข้ามาเป็นสนม ป่านนี้นางคงมีชีวิตที่เต็มไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์
มีคนนับหน้าถือตา ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าเป็นหญิงงามล่มเมืองที่เลือกแต่งงานให้กับชายที่เกียจคร้านที่สุดในใต้หล้า
จู่หวงตี้คิดในใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
จู่หวงตี้นอกจากจะเป็นบุรุษที่ภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเองแล้ว
ยังเป็นคนที่หลงตนเองอย่างหนัก ซ้ำยังชอบถูกเยินยอเป็นอย่างยิ่ง ความจริง...หยางเจิ้งป็นบุรุษที่รูปงามมากที่สุดในขณะนั้น
แม้เขาจะเป็นชายเสเพลแต่ไม่มีนิสัยเจ้าชู้ ไม่ชอบมั่วสุมเล่นการพนันหรือดื่มสุรา
ดังนั้น...จินหลานหลินที่มีปณิธานว่าจะแต่งงานกับชายที่รักเดียวใจเดียวเท่านั้นจึงเลือกที่จะแต่งงานกับหยางเจิ้ง
เพราะนางไม่ได้หวังเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมแล้วต้องไปตบตีแย่งชิงหวงตี้กับสนมคนอื่นๆหรืออยู่ใต้อำนาจของหวงโฮ่ว
การเป็นลูกสาวของพ่อค้าเปาจึจนๆสอนให้นางรู้ว่าความสุขของชีวิตที่แท้จริงคืออะไร...
“ฝากขอบใจหยางฮูหยินกับจวี๋เอ๋อร์ด้วย”
จู่หวงตี้สั่งให้เฉียนเต๋อนำของฝากไปให้ห้องเครื่องจัดแบ่งใส่จานสองใบ
ใบหนึ่งของเขา อีกใบนำไปยังตำหนักคุนหนิง มอบให้หวงโฮ่ว
พอเห็นว่าหยางเจิ้งยังคงนั่งนิ่ง
มีรอยยิ้มประหลาดๆ ไม่ยอมลุกจากไป จู่หวงตี้จึงเลิกพระขนง ถามเสียงเรียบว่า
“ยังมีอะไรที่จะพูดกับเราอีกหรือไม่?”
“ฝ่าบาท”
หยางเจิ้งรีบคลานถอยหลัง ก่อนจะก้มลงโขกศีรษะกับพื้น จนจู่หวงตี้ต้องร้องปราม
เขาถึงจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาแดงก่ำ ทำเอาลมหายใจของจู่หวงตี้ติดขัด...เจ้าเต่าทึ่มนี่จะมาไม้ไหนอีก!
“เจ้ามีเรื่องอัดอั้นตันใจอะไรก็ว่ามาเถอะ
ซวี่ฟัง”
“ฝ่าบาททรงทราบดีว่าจวี๋เอ๋อร์เป็นสตรี
กระหม่อมไม่วางใจหากนางจะเข้าไปร่วมเรียนกับเหล่านักศึกษาชายทั้งหลายแล้วนอนค้างอ้างแรมที่เรือนนอนของกั๋วจื่อเจียน...”
“ดังนั้น...เจ้าจึงคิดอยากให้เรามีพระบรมราชานุญาตลงมาเป็นพิเศษให้จวี๋เอ๋อร์เรียนเสร็จก็กลับจวนโหวของเจ้าได้ทุกวันใช่หรือไม่”
“มะ...มิใช่พะยะค่ะ”
“เอ๋....!!!” จู่หวงตี้งงเป็นไก่ไม้
“หากให้จวี๋เอ๋อร์ได้รับอภิสิทธิ์โดยตรงจากฝ่าบาท
จวี๋เอ๋อร์จะหาสหายที่รู้ใจในกั๋วจื่อเจียนได้ยากยิ่ง
นางจะพบแต่คนหน้าไหว้หลังหลอก ประจบประแจงเอาใจ เพราะหวังจะใช้นางเป็นบันไดไต่เต้าไปยังจุดหมายที่พวกเขาต้องการ
ฝ่าบาททรงทราบดีว่าจวี๋เอ๋อร์กับกระหม่อมล้วนเป็นคนโง่เขลา...”
ใช่
ข้าทราบดี ข้าถึงต้องรับปากเสด็จอาให้ส่งจวี๋เอ๋อร์ปลอมตนเข้าไปเรียนในกั๋วจื่อเจียนอย่างไรเล่า
ทั้งที่ข้ากลัวว่านางจะไปก่อเรื่องเสียมากกว่า จู่หวงตี้ถอนพระปัสสาสะเบาๆ
“ดังนั้น...ขอให้จวี๋เอ๋อร์นำเสี่ยวจูตามเข้าไปเรียนที่กั๋วจื่อเจียนในฐานะซื่อตู๋[1]ด้วยเถิดพะยะค่ะ”
จู่หวงตี้คลายพระขนงลง
ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “นึกว่าอะไรเสียอีก เรื่องแค่นี้เอง ทำไมเราจะทำให้เจ้าไม่ได้เล่า”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทพะยะค่ะ”
หยางเจิ้งรีบคำนับประหลกๆ แล้วเงยหน้ายิ้มแฉ่งทูลเป็นครั้งสุดท้ายว่า
“กระหม่อมขออนุญาตอีกเรื่องพะยะค่ะ
ขอให้จวี๋เอ๋อร์กับเสี่ยวจูมีเรือนพักส่วนตัว
ไม่จำเป็นต้องเป็นเรือนพักหรูหราชั้นดี
จะเป็นเรือนพักซ่อมซอกระหม่อมก็จะไม่ต่อว่าพระองค์ ขอเพียงให้เป็นเรือนพักที่สะอาดสะอ้านก็พอแล้วพะยะค่ะ”
เอิ่ม...เจ้าซวี่ฟังนี่
มันขอได้อย่างถ่อมตนจริงๆ เพราะเรือนพักส่วนตัวมีไว้เฉพาะจี้จิ่ว[2]กับซือเยี่ยเท่านั้น!!!
หยางจินจวี๋ในคราบบุรุษ
สวมชุดผ้าไหมของบุรุษสีฟ้าอ่อน สวมรัดเกล้าหยกขาว ห้อยป้ายหยกที่เอว มีเสี่ยวจูในคราบองครักษ์เดินตามหลังเข้ามาในโรงน้ำชาเย่ว์ลี่
เพียงนางก้าวข้ามธรณีประตูพร้อมโบกพัดจีบราคาแพงลิบในมือไปมา
เสี่ยวเอ้อร์ที่หันมาเห็นก็รีบฉีกยิ้มแฉ่ง เข้ามาต้อนรับอย่างพินอบพิเทา
พอนางขอที่นั่งฟังนักเล่าเรื่องชั้นดีที่สุด
เสี่ยวเอ้อร์ก็พานางไปนั่งบนระเบียงชั้นสอง มองลงมาเห็นลานตรงกลางที่กำลังมีนักเล่าเรื่องชรากำลังเล่านิทานพื้นบ้านอยู่อย่างออกรส
หยางจินจวี๋พึงพอใจจึงสั่งอาหาร
ก่อนส่งเม็ดเงินก้อนเล็กให้เสี่ยวเอ้อร์เป็นสินน้ำใจ
พออาหารที่สั่งสองสามอย่างมาวางตรงหน้า
เรื่องเล่านิทานก็จบลงพอดี นักเล่าเรื่องกลายเป็นคนใหม่ ผู้มาใหม่เป็นคนหนุ่ม
หน้าตาซื่อๆแต่เพียงแค่เปิดปากก็ได้ยินน้ำเสียงชวนฟัง มีจังหวะจะโคน
เริ่มต้นเล่าเรื่องการศึกที่เป่ยโจวโดยอวยความดีความชอบของแม่ทัพใหญ่ที่ช่วยปราบศัตรูซึ่งเป็นพวกแคว้นเหลียงจนหมดสิ้นราบคาบ
นำชัยชนะกลับเมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่ โดยผู้เล่าได้เล่าเสริมเติมแต่งเรื่องเหลือเชื่อหรือปาฏิหาริย์ต่างๆเข้าไปด้วย
“น่าตลกไหมเล่า...มีบุรุษที่ไหนดื่มชาดื่มสุราไม่ได้บ้าง
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่นางโหยวหลานให้เขาดื่มสุรา ข้าคงไม่เห็นกับตาว่าองค์ชายสี่ดื่มเหล้าแล้วจะเป็นลมไปทันที
แถมข้ายังได้รู้อีกด้วยว่าองค์ชายสี่ดื่มชาแล้วจะอาเจียน”
มีเสียงหนึ่งดังลอยมาจากโต๊ะข้างหลัง หยางจินจวี๋ยิ้มอย่างพึงพอใจ
นี่เป็นแผนการหนึ่งของนางที่ต้องการขึ้นมานั่งบนระเบียงชั้นสองเพราะรู้ว่าพวกบัณฑิตที่มองตัวเองเป็นดังเดือนล้อมดาวมักจะมานั่งร่ำสุราฟังนักเล่าเรื่องบนชั้นสองเพราะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเนื่องจากมีฉากกั้น
“แม่นางโหยวหลาน...บุตรีของแม่ทัพใหญ่ขุยจงน่ะหรือ”
อีกเสียงถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ใช่แล้ว...ลือกันว่าองค์ชายสี่ตามจีบแม่นางโหยวหลานอยู่
แม่นางโหยวหลานเองก็มีใจให้องค์ชายสี่ไม่น้อย แต่เพราะองค์ชายสี่ดูอ่อนแอเกินไปในสายตานาง
นางจึงพยายามช่วยให้องค์ชายสี่แข็งแกร่งเหมือนบิดา เพื่อที่ว่าหากองค์ชายสี่มาสู่ขอเมื่อไหร่
แม่ทัพใหญ่ขุยจงผู้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่ายจะได้ยอมรับอย่างเต็มใจ
ไม่รู้สึกเสียหน้าที่ได้ลูกเขยไม่เอาไหนมาค้ำจุนสกุล ต่อให้เป็นองค์ชายก็เถอะ”
“เฮ่ย...ข้าว่ายากที่แม่ทัพขุยจงจะยอมรับองค์ชายสี่เป็นลูกเขย
เจ้าคิดดูนะ...องค์ชายสี่ต่อสู้ก็ไม่เก่ง ซ้ำยังไม่ตั้งใจเรียนกับเส้าซื่อ[3]ด้วย
ชอบหนีออกจากวังมาพบแม่นางโหยวหลานบ่อยๆ ถึงฝ่าบาทจะไม่เอาผิด
ฮองเฮาเองก็คร้านจะใส่ใจ แต่บุรุษที่ไม่เอาไหนเหมือนเจิ้นถิงโหว
มีหรือที่แม่ทัพขุยจงจะยอมรับได้”
พอได้ยินบัณฑิตกลุ่มนี้ลากบิดาของตนเข้ามาเกี่ยวข้อง
หยางจินจวี๋ก็เกือบจะตบโต๊ะแล้วผลักฉากกั้นเตรียมหาเรื่อง
เคราะห์ดีที่เสี่ยวจูกดบ่านางเอาไว้แล้วส่ายหน้า ต่อยตีกับนักเลงยังไม่สร้างปัญหาเท่ากับต่อยตีกับบัณฑิตหรือพวกปัญญาชนที่ฝีปากกล้าสามารถกลับดำให้กลายเป็นขาวได้
“แล้วเจ้าไปเห็นกับตาตนเองตอนไหนที่องค์ชายสี่ดื่มชาแล้วอาเจียน
ดื่มสุราก็เป็นลม” มีบัณฑิตผู้หนึ่งถามขึ้นมาอย่างข้องใจ
“ใช่...เจ้าไปเห็นมาได้อย่างไร”
มีเสียงร้องเสริมอีกหลายเสียง
“จะไม่ให้ข้าเห็นได้อย่างไรเล่า
ข้าเป็นหลานชายแม่นมของคุณหนูโหยวหลาน วันนั้นข้าไปเยี่ยมท่านป้าของข้า
ท่านป้าพาข้าไปแนะนำกับขุยฮูหยินและคุณหนู ใครจะไปคิดว่าองค์ชายสี่ก็อยู่ในโถงรับรอง
กำลังดื่มสุรา ข้ากำลังจะเดินออกไปหลังคารวะเจ้าบ้านเสร็จ ก็ได้ยินเสียงร้องว่าองค์ชายสี่เป็นลม
ข้าหันไปดู องค์ชายสี่เป็นลมจริงๆในมือยังถือจอกสุราอยู่เลย
จากนั้นก็ได้ยินคุณหนูโหยวหลานรำพึงรำพันว่าเหตุใดองค์ชายสี่ถึงคออ่อนเยี่ยงนี้แม้แต่ดื่มชาก็ยังอาเจียน”
มีเสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างประหลาดใจ
หยางจินจวี๋เดาสีหน้าของผู้พูดได้ว่าตอนนี้คงกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ จนกระทั่ง...
“พูดถึงเรื่องดื่มชาดื่มสุราไม่ได้
ท่านหญิงจินจวี๋ คู่กัดมาแต่เยาว์วัยขององค์ชายสี่ก็ดื่มไม่ได้เช่นเดียวกัน
น่าเสียดาย...พวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน แต่กับมิเป็นเช่นเหมยเขียวม้าไม้ไผ่”[4]
หยางจินจวี๋สำลักน้ำเปล่าที่ยกขึ้นดื่มออกมาทันที
นางไอแค่กๆ
เสี่ยวจูตกใจรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดคราบน้ำบนเรียวปากแล้วตบหลังนางเบาๆ
“ฮ่าๆๆ...มีหลายอย่างคล้ายคลึงกันก็จริง
แต่เจ้าคิดว่าถ้าทั้งสองแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแล้วชีวิตคู่จะสงบสุขราบรื่นอย่างงั้นหรือ
แต่ไหนแต่ไรมา คู่แต่งงานที่มีนิสัยแตกต่างกันต่างหากถึงจะครองคู่กันอย่างราบรื่น
เพราะความแตกต่างของแต่ละคนอาจจะช่วยเสริมในส่วนที่คนใดคนหนึ่งขาดได้”
บัณฑิตอีกคนพูดขึ้นมาราวกับกางตำราพูด
แต่หยางจินจวี๋ไม่เห็นด้วย...นิสัยจะคล้ายกันหรือต่างกัน
หากไม่รักกันอย่างลึกซึ้งต่างหากที่พาให้ชีวิตคู่ล่มจม
“พูดถึงท่านหญิงจินจวี๋แล้วก็น่าสงสารนางนะ
เป็นโฉมสะคราญงามที่สุดของแคว้น ทว่า...ไม่มีลูกหลานขุนนางคนใดหรือบุตรชายตระกูลชั้นสูงคนใดส่งแม่สื่อมาสู่ขอสักคนทั้งที่นางเป็นถึงหลานสาวองค์หญิงใหญ่
อายุนางก็ใกล้จะเลยวัยออกเรือนไปทุกทีแล้ว”
ชีวิตส่วนตัวของข้า
พวกเจ้ามายุ่งอะไรด้วย!
[1]
ใช้เรียกผู้เรียนเป็นเพื่อน หรือคนที่ช่วยสอนและอธิบายความรู้แก่เจ้านายเชื้อพระวงศ์
[2]
ตำแหน่งอธิการบดีของราชวิทยาลัย
[3]
ตำแหน่งอาจารย์และที่ปรึกษารองจากตำแหน่งไท่ซือหรือราชครู
[4]
เรียกหญิงชายที่รักใคร่ผูกพัน
เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments