มาต่อกันครับ
ณ หมู่บ้านท่ามะขาม
เสียงทรงอำนาจได้ดันขึ้น
เมฆ:ทำไมมึงถึงไม่ยอมกินอะไรเลยเดะก็ตายหรอก
เเต่ทะวาเงียบ ไร้เสียง ตอบกลับจากหญิงสาว
มะลิ:ถ้าต้องอยู่กินกับเเกฉันขอตายดีกว่า
เมฆ:งั้นกูจะส่งตัวมึงไปให้เเม่มึงก่อนเเละกูค่อยจับมึงมาเมื่อถึงเวลานั้น
พูดพรางก็สั่งโหงพรายออกมา
เมฆ:เอาตัวอี่นางนี้กลับไปให้เเม่มันสะเเละสั่งห้ามให้มันบอกอะไรใครทั้งนั้น
ได้ยินดังนั้นโหงพรายก็รีบนำตัวนางมะลิไปส่งให้แม่
พอมาถึงบ้านคนเป็นเเม่ก็รีบวิ่งออกมาหาลูกด้วยความเป็นห่วงเพราะว่าลูกหายไปหลายวัน
เเต่กลับไปถามใครก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เพราะกลัวว่าจะโดน พลังอำนาจบางอย่างจัดการ
เเม่มะลิ:ลูกจ้ะเป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนรึป่าว
มะลิ:ไม่ค่ะเเม่
หญิงสาวพูด โผเข้ากอดแม่ด้วยความคิดถึง พร้อมกับร่ำให้ออกมา
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างดุดันว่า
โหงพราย:หากเจ้าาคิดจะหนีจากนายของข้าเจ้าก็อย่าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดมากอดเเม่ได้เเบบนี้อีก
มันพูดผ่าน พรางก็กลายเป็นกลุ่มควันสีดำพุ่งวาบหายไป
...ณ ฝั่งเเก้ว...
หลังจากที่กระโดดลงไปในเเดนนรกนั้นก็ได้พบเจอกลับเหล่าหญิงชายนับ แสนแสนคน หรืออาจจะมากกว่านั้น ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใส่ พร้อมมองมาด้วยสายตา อันที่หิวโหย แล้ววิ่งกูมันเข้ามา
แต่ทันใดนั้นก็มีร่างสูงใหญ่ นุ่งโจงกระเบน ผิวกายสีแดง พร้อมกับหอกอันใหญ่ วิ่ง มาขวางหน้าแก้วและพรายสาว พร้อมกับน้ำหอมในมือ ทิ่มแทง หญิงชาย จนตัวทะลุ หัวขาด ดับดิ้นไป แต่ไม่นาน ร่างเหล่านั้นก็กลับฟื้นขึ้นมาเหมือนเดิม และมีเสียงดังขึ้นว่า
นายนฤบาล:พวกเจ้าคงไม่ใช่เหล้าผีพวกนี้สิน่ะพวกเจ้ามีธุระอะไรที่นี้ หากไม่มีให้รีบกลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้พวกเจ้ายังไม่ถึงเวลาตาย
เเก้ว: ฉันต้องการพบ ท้าวพญายม บอลโลก พาฉันไปหน่อยได้ไหมจะ
นายนฤบาล: เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปพบท่าน จนกว่าชีวิตของเจ้าจะดับสูญ ถึงจะสามารถไปที่นั่นได้
เเก้ว: แกะอาจารย์ของฉันบอกให้มาหา จะเพื่อมาเอาบวงแห่งนรก
นายนฤบาล ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป และพูดขึ้นมาว่า
นายนฤบาล: พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้จักบ่วงแห่งนรก
เเก้ว: ข้าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของพรานหมาน ข้าไม่รู้หรอก ว่าทำไมถึงต้องมาเอา บวงแห่งนรก เพราะท่านอาจารย์ของข้า ได้บอกเอาไว้อย่างนั้น
นายนฤบาล:ห้ะ!? พ่อของเจ้าคือพรานหมานอย่างงั้น รึข้าต้องขออภัยที่ได้พูดจ้าไม่สุภาพกับเจ้า
พลันก็นั่งคุกเข่าลง ต่อหน้าชายหนุ่ม ทำเอาชายหนุ่มนั้นถึงกับนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก
นายนฤบาล: ถ้าพ่อของเจ้าท่านพรานหมาน งั้นอาจารย์ของเจ้าก็คือ พระชรา ที่มีชื่อว่าท่านสมภาร
ชายหนุ่มตกใจ เมื่อได้ยินคำว่าท่านสมภาร เพราะมันคือชื่อของท่านอาจารย์ ซึ่งเขาไม่เคยบอกใคร มีแค่เขากับพรายสาวเท่านั้นที่รู้
นายนฤบาล: ถ้างั้น ข้าขอเชิญพวกท่านทั้งสอง เดินตามข้ามา
พลันก็ลุกขึ้นและเดินนำหน้า ออกไป พร้อมกับมีเราบริวาร คอยสกัดกั้นจากพวกวิญญาณ ที่จะเข้ามาทำงาน ต่างพากันขว้างหอกในมือ ดาบในมือฟันฉับเข้าที่หัวของวิญญาณ จนดับดิ้นสิ้นชีวา แต่ในเวลาไม่นานพวกมันก็ฟื้นขึ้นมาอีกได้เรื่อยๆ
ชายหนุ่มได้ถามกับนายนฤบาลไปว่า
เเก้ว: ท่าน ทำไมวิญญาณ ไปเท่าไหร่ ถึงยังฟื้นขึ้นมาได้
นายนฤบาล: เป็นเพราะวิญญาณเหล่านี้ ต้องชดใช้กรรมที่ตนเองก่อ เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ถึงจะตายไปสักกี่รอบ ก็ต้องฟื้นขึ้นมารับกรรม จนกว่ากรรมที่ตนเองก่อ จะหมดลงครับท่าน
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งไป และคิดในใจว่า นี่เหรอนรก พรางสายตาก็มองไปเห็น บ่อลาวาขนาดใหญ่ ที่มีหญิงชายนับไม่ถ้วน กำลังว่าอยู่ในนั้น พร้อมกับแผ่เสียงกรีดร้องออกมา ด้วยความทรมาน
เเก้ว: และนี่แหละท่านคืออะไร
นายนฤบาลหันไปมองพร้อมกับพูดว่า
นายนฤบาล:ปาณาติปาตา เวรมณี เวรกรรม จากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทั้งปวง รวมถึงการทำร้ายสัตว์ หรือมนุษย์ด้วย แม้แต่คิด หรือวางแผน ก็ถือว่าผิด
นายนฤบาล:ถึงต้องมาอยู่ในขุ่มนรกที่ 1
พอเดินไปอีกหน่อย ก็เห็นสัตว์นรก ที่กำลังถูกนายนฤบาลตนเอง นำดาบยาว ตัดมือ ตัดเท้า และตัดครึ่งตัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังเสียงแส้ไปทั่ว ฟังแล้วน่าขนลุก
เเก้ว:นี้คงจะเป็นอทินนาทานาเวรมณี ใช่ไหมครับท่าน
นายนฤบาล: ถูกแล้วท่าน มันคือกรรม จากการจากการลักทรัพย์ หรือทรัพย์ที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้
และก็ได้เห็นกรรมอื่นๆอีก 3-4 ข้อ ทั้งโดนลาวาร้อนๆกรอกปาก ทั้งปีนต้นงิ้วที่กำลังโดนอีกาปากเหล็กจริง หรือหมาปากเหล็กที่กำลังกัดกระชากอยู่ข้างล่าง ทั้งอย่างนั้นก็ยังเห็นพวกเปรตหรือสัตว์นรกแปลกๆอีกมากมาย ที่มีหัวเป็นหมา เป็นควาย เป็นไก่ และอื่นๆอีกมากมาย ตามเวรที่ได้ก่อขึ้น
นายนฤบาล: ถึงแล้วครับท่าน เชิญไปพบได้เลยครับ เดี๋ยวกระผมจะเดินนำไปครับ
เสียงชายนั่ง อยู่บนบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ พร้อมกับเสื้อผ้าสีแดง สร้อยสังวาลย์ห้องคอยเต็มคอ เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ดวงตาสีแดง ที่มองมายังแก้ว มีหัวกะโหลกนับร้อย พร้อมกับชฎา ที่เต็มไปด้วยหัวกะโหลกประดับอยู่บนหัว และไม้เท้าขนาดใหญ่ ที่หัวเป็นกะโหลกขนาดใหญ่ สีดำมอง มาที่ชายหนุ่ม ด้วยความแปลกใจ
ท่านท้าวยมบาล:ดูจากสีหน้าเเละพลังชีวิตของเจ้านั้น คงยังไม่ถึงฆาต เจ้ามาที่นี่ทำไมกัน นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า จงกลับเอาไปซะ!
เสียงอั้นเปลี่ยงไปด้วยอำนาจ ตวาดขึ้นอย่างเสียงดัง พร้อมกับไม้เท้าในมือที่ยก ให้กระแทกลงพื้นด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว
นายนฤบาล: ช้าก่อนท่านท้าวยมบาล บุคคลผู้นี้คือ ลูกชายของพรานหมาน และอาจารย์ของเขา ท่านสมภาร เขามาเพื่อ มาเอาบ่วงแห่งนรก ที่พ่อของเขาได้ เสียลงไป และบ่วงนั้นก็กลับมาอยู่ที่นี่
ท่านท้าวยมบาลได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับตาเบิกโพลง พร้อมกับ สีหน้าที่เย็นลง
ท่านท้าวยมบาล: อย่างนั้นเองหรือ ข้าขอโทษที่เสียมารยาท เจ้าคือลูกชายของพรานหมานสินะ ก็ว่า หน้า เจ้ามันคล้ายคลึงกับใคร
พูดแล้ว ท่านก็ทำการ ชี้นิ้วสั่ง บริวาร ให้นำบ่วงนั้นออกมา
บริวารได้ยินดังนั้น ก็รีบเดิน ไปยังห้องขนาดใหญ่ และนำเชือกสีทอง ที่เปล่งประกาย แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ ออกมา อย่างท่านท้าวยมราช
นายนฤบาล: นี่ครับนาย
ท่านท้าวยมบาล:เอา! บุตรของพรานหมาน ผ่านผู้ยิ่งใหญ่ และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา บัดนี้ ลูกชายของท่าน ได้รับช่วงต่อให้แล้ว จงรับเชือกนี้ไป มันจะช่วยป้องกันตัวเจ้า และภูตผี ไม่มีภูติผีตนใด สามารถ เอาชนะเชือกเส้นนี้ได้
เเก้ว: ท่านยมราช และเชือกเส้นนี้มันมีความสามารถอะไรหรือท่าน
ท่านท้าวยมบาล: หากนำเชือกเส้นนี้ไปคล้องที่ใครก็ตาม หรือพูดผี ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตไหน ก็จะพูดแต่ความจริง หากไม่พูดความจริง เชือกเส้นนี้ จะทำการรัดแน่นขึ้น และเผาไหม้บุคคลนั้น จนดับสิ้นไป และอีกครั้ง ยังสามารถใช้เป็นอาวุธ ในการต่อสู้ได้อีก
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น ก็คุกเข่า ก้มกราบเท้ายมราช และกล่าวขอบคุณออกมา ก่อนที่จะทำถ้าลุกขึ้น แต่ก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า
ท่านท้าวยมบาล:ช้าก่อน บุตรของพรานหมาน
เจ้าจงรับสิ่งนี้ไปด้วยเถิด
พูดพรางก็ชี้นิ้วมาพร้อมกับมีกระดาษสีเเดงเเละมีตัวอักษรเเปลกๆ
ท่านท้าวยมบาล: นี่คือคาถาเปิดนรกเมื่อเจ้า ท่อง คาถา นี้จะทำการเปิด ประตู นรกได้ทุกเมื่อ
เเละมีอีกอย่างที่ข้าต้องการจะให้เจ้า
พูด พลางก็โยนสิ่งของหนึ่งออกมามันคือรูปปั้นยักษ์ขนาดเล็ก ที่มีสีดำ ดวงตาแดงต่ำ
ท่านท้าวยมบาล: นี่คือรูปปั้นของท้าวเวสสุวรรณ ที่ท่านท้าวเวสสุวรรณ ได้นำดวงจิตของท่าน มาใส่ในรูปปั้นนี้ หากเจ้าเจอ สถานการณ์คับขัน ให้เรียกใช้ได้ทันที
พอท่านท้าวยมราชพูด เสร็จก็ทำการชี้นิ้วก่อนจะเสกประตูที่อีกฝั่งเผยให้เห็นผืนป่าที่เดิม ที่จากมา
ชายหนุ่มเห็นดังนั้น ก็ก้มกราบเท้ายมราช ก่อนที่จะเดินกลับไปประตูนั้น กลับมาสู่โลกปกติ ที่บัดนี้เวลา
ภายไปเเค่3วันพร้อมกับพระอาจารที่นั้งสมาธิรออยู่เเล้ว พร้อมกับลืมตาขึ้นเเละยิ้มด้วยความอบอุ่น
ขอเบรคเอียดได้แค่นี้ก่อน ไว้แอดจะมาต่อให้ใหม่ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อน ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้ และขอบคุณทุกกำลังใจ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจาก โรคภัยไข้เจ็บ และสุขภาพดีแข็งแรงทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ🙏🙏🙏
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments