มาต่อกันครับ ณป่าใหญ่ที่มีต้นไม้ เขียวขจี
หมูวิหกนกกา พากันขับร้องประสานเสียง
สัตว์ป่าน้อยใหญ่พากันหากิน ครั้นเสียงมาเป็นระยะๆ เผยให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่า ลำธารไหลใสเย็นมาจากยอดเขา หมู่ฝูงปลาใต้น้ำมีกันชุกชุม
พลันมี เสียงคำรามดังโฮกฮึม ปรากฏเป็นร่างของเสือใหญ่ ที่ร่างกายกำยำ กำลังคาบปลาในปาก
นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วที่เเก้วจากหนุ่มน้อยในวันนั้นวันนี้ก็อายุเข้า20เเล้ว
เเก้ว:นี้ท่านอาจารข้าได้ปลามาหลายตัวเลย
เสียงเข้มๆพูดขึ้น อย่างโอ้อวดในผลงานตัวเอง และแฝงไปด้วยความดีใจ
พระธุดง:เฮ้อ~โยมเเก้วอาตมาบอกเเล้วว่าใช่ไหมว่าไม่ให้ ใช้วิชาในทางด้านไร้สาระ
ใช่แล้วเสือใหญ่ที่ว่านั้นก็คือ เสือสมิงแก้ว ที่ได้ฝึกวิชาเสือสมิง จนสามารถควบคุมมันได้ อย่างใจนึก
เเก้ว:โธ่~ท่านอาจารฉันก็เเค่อย่ากจะ ฝึกให้คล่อง
มากก็เเค่นั้นเองนะจะ
ท่านไม่พูดแต่ก็แสดงสีหน้ายิ้มอ่อนๆออกมา ด้วยความ เอ็นดู
เเก้ว:ถ้าอย่างงั้นผมจะขอตัวไปทำปลาก่อนน่ะครับท่านอาจาร
ว่าแล้วก็เดินหิ้วพวงปลาที มีทั้งปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลากระสูบ ปลานิล และปลาดุก
พลันก็มีเสียงหวานเล็ก พูดออกมาจากลาวป่าว่า
พรายมินตรา:นี้เเก้วฉันเก็บผักป่ามาให้เองเเล้วน่ะ
จะทำอะไรกินหรอ
เป็นเสียงของพรายมินตรานั่นเอง ที่ในขณะนี้สามารถจับต้องได้ทุกอย่างราวกับว่าเป็นมนุษย์ เป็นผลมาจากการฝึกวิชาอาคมของแก้วที่ทำให้ หญิงสาว สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนมนุษย์ปกติ
ในมือของเธอถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักป่านานาชนิด ทั้งผักกูด ผักหวาน ชะอม และผลไม้ป่าอีก 2-3 อย่าง
เเก้ว:อ่อจ้ะพี่มินตราเดะฉันจัดการเอง
พรายมินตรา:ไม่ฉันก็จะช่วยด้วยเองอ่ะทำปลาไปข้าจะไปล้างผัก
แทนที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไรนั้น
กลับมองไปเห็นใบหน้าของเธอ ที่กำลังทำแก้มป่อง
เหมือนกับเด็กที่กำลังอย่ากช่วยเเม่ทำกับข้าว
มองไปเเล้วก็ดูน่ารักราวกับว่าเทอก็เเค่หญิงสาวธรรมดา ที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไรเลย แต่กลับอายุนั้น ก็มีอายุ 200 กว่าปีแล้ว
พรายมินตรา:เเก้วข้าอย่ากกินกล้วยป่าข้าจะออกไปหาน่ะ
เเก้ว:อื้มเอาสิฉันก็อย่ากกินเหมือนกันจะเก็บมาฝาก
ท่านอาจารด้วยก็ดีเหมือนกันน่ะจะ
พอได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็เดินห่างออกไปยังดงกล้วย พอมาถึงดงกล้วย ก็เดินสำรวจดูว่ามีหวีไหนสุขบ้าง แต่หารู้หรือไม่ ว่ามีสายตา นับ 3 คู่กำลังมองอยู่ หนึ่งในนั้นพูดว่า
??: เฮ้ยลูกพี่เข้มทำไมในป่าลึกแบบนี้ถึงมีผู้หญิงได้วะ
??: ข้าจะไปรู้กับเองเหรอไอ่กร แต่ดูแล้วสวยเอาเรื่อง
??: จัดเลยไหมลูกพี่
ลูกน้องคนสุดท้ายที่มีชื่อว่า สม มันพูดกล่าวขึ้นมา
ครางเดินออกไปจากพุ่มไม้
สม:เฮ้ยน้องสาวมาจากที่ไหนกันล่ะจะพี่ไม่เคยเห็น
หน้ามาก่อนเลยอยู่หมู่บ้านไหน
หญิงสาวมีท่าทีตกใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดกลับไปว่า
พรายมินตรา:ฉันไม่มีที่อยู่หลอกจะพี่ค่อยเดินทาง
ไปเรื่อยกับอาจารกับนายของฉันจะ
ท่านใดก็ไม่เสียงพูดขึ้น
ไอ่เข้ม: อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เองมีเจ้าของแล้วหรือ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปหามันเลย ไอ้กร!
กร: ครับลูกพี่
ไอ่เข้ม: จับตัวแม่สาวคนนี้ไว้ ข้าจะสอนให้มันรู้ว่า การที่ทำตัวเปลี่ยวๆในป่านี้ มันจะเป็นยังไง
ว่าแล้วก็พูดพรางปลดหัวเข็มขัด
พรายมินตรา:นี้จะทำอะไรจะ
หญิงสาวพูดออกมาด้วยความเฉยชา
ไอ่เข้ม: ดูท่าทางจะไม่มีความรู้สึกเลยนี่ คงโดนมาเยอะล่ะสิ
มันว่าพร้อมกับหัวเราะ
ทันใดนั้นก็มีเสียงพูดขึ้นมาข้างหลังว่า
เฮ้ยไอ้พวกชั่วแกจะทำอะไรกับพี่มินตรา
เป็นเเก้วนั้นเองที่ตามมาเพราะเห็นว่าหญิงสาวหายไปนาน
เเก้ว: ออกมาให้ห่างจากพี่มินตราเดี๋ยวนี้
ไอ่เข้ม: อ๋อก็นึกว่าใครไอ้เด็กน้อย รีบถอยไปซะ ตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย
กร: ใช่ลูกพี่บอกแล้วถอยไปสิ!
สม: อยากตายมากหรือไงไอ้หน้าละอ่อน
เเก้ว: กูบอกว่าให้พวกมึงถอยออกมา เร็ว!!
ไอ่เข้ม: ถ้าไม่ล่ะมึงจะทำอะไรพวกกูได้!
พูดแล้วมันก็ชักปืนที่เหน็บ อยู่ข้างลำตัว ออกมาเหนียวไก่ใส่แก้วทันที
( เสียงดังเปรี้ยง)ติดกัน3นัด
ทำเอาชายหนุ่มถึงกับชุดฮวกลงไป
ไอ่เข้ม: มีดีแค่ปากนี่หว่า
มันแค่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
พร้อมหันไปหาหญิงสาว แต่ถ้าว่า หญิงสาวที่ควรจะสวย กลับแปเปลี่ยนเป็นคนละคนร่างกายของเธอขาวซีด ดวงตาแดงก่ำ ราวกับถ่านไฟ เล็บที่ยาวแหลม คว้าหมับเข้าที่คอของไอ้เข้ม ก่อนจะออกแรงบีบกระชาก จนคอหลุดสะบั้น ต่อหน้าต่อตาอีก 2 คน
กร:อ่าวเห้ย!ลูกพี่ตายห่าล่ะ มึงเป็นตัวอะไรกันแน่
หญิงสาวไม่ตอบพร้อมจ้องมองหน้าด้วยความอาฆาต ก่อนที่หญิงสาวจะได้ทันทำอะไรนั้น ก็มีเสียงอันอบอุ่น ดังมาจากข้างหลัง
พระธุดง: พอเถอะโยมมินตรา ถือว่าอาตมาขอ
หญิงสาวมองหน้า พระชรา ก่อนจะค่อยๆผ่อนลง และกลับเป็นปกติในที่สุด และยกมือ ก้มกราบ
ก่อนจะรีบวิ่งไปหาร่างของแก้วที่กำลัง นอนกองอยู่
พระธุดง: ไปเถอะโยมทั้งสอง เจ้านายของเจ้าต้องชดใช้กรรมอยู่ที่นี่
มันทั้งสองได้แต่ก้มกราบท่านแล้ววิ่ง หนีแบบไม่คิดชีวิต
พระชราได้พูดขึ้นว่า โยมแก้วยังไม่ตายหรอก แค่ได้รับแรงกระแทกจากคมกระสุน แต่ไม่เข้าจุดตาย รีบพาตัวไปรักษาเถอะ
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็นํ้าตาไหล รีบ อุ้มร่างของชายหนุ่ม ไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะรีบ วิ่งไปที่จุดพัก
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ที่แก้วได้หลับไหลไป จนกระทั่ง ตื่นขึ้นมานอนบนตักของหญิงสาวก็ได้เห็นใบหน้า ที่ขาวใส และเปลี่ยนไปด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อน
พรายมินตรา: เป็นยังไงบ้างจ๊ะ ยังเจ็บอยู่ไหม ค่าแนะนำสมุนไพรพ่อกแผลให้เจ้าแล้ว ยังดีที่ว่าไม่โดนจุดตาย
ก่อนชายหนุ่มจะดูสำรวจแผลตัวเอง พบว่าโดนที่หัวไหล่ 1 แผล ที่ขาซ้าย 1 แผล และที่สะโพก 1 แผล
พร้อมกับอาการที่รู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างกาย
เเก้ว: ขอบใจพี่มากนะจ๊ะ ที่อุตส่าห์ดูแลฉัน ตอนนี้พี่ไปพักเถอะ
พรายมินตรา: ไม่เอาข้าจะเฝ้าเองอยู่ตรงนี้
ก่อนหญิงสาวจะนำกับข้าวและอาหารมาป้อนให้กับชายหนุ่ม ทั้งสองได้จ้องตากันและกัน แสงจันทร์ยามราตรีได้สอดส่อง ทำให้เห็นใบหน้าของหญิงสาว ที่กำลังยิ้ม ใบหน้าของเธอนั้น ขาวนวล ผุดผ่อง ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะได้พูดอะไรนั้น ก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า
พระธุดง: โยมแก้ว มาหาอาตมาที อาตมามีเรื่องจะคุยด้วย มันสำคัญยิ่งนัก
พันแก้วก็ลุกขึ้นทันที แต่ก็ได้แค่แป๊บเดียว ร่างของเขาก็ล้มลง หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงรีบ ประคอง และรีบเดิน ไปหาท่านอาจารย์
เเก้ว: มีอะไรครับท่านอาจารย์
พระธุดง: รักษาตัวเจ้าให้หาย และเมื่อเจ้าหาย เจ้าจะต้องไปแดนนรก
เเก้ว: ว่ายังไงนะท่าน!
แก้วตกใจกับสิ่งที่อาจารย์พูด พร้อมกับสีหน้าที่หวาดกลัว
เเก้ว: ทำไมกระผมจะต้องไปด้วยครับท่าน
พระธุดง: เจ้าคือบุคคลพิเศษ เจ้าคือลูกหลานของจอมพราน มือฉมัง และเข้มขลังไปด้วยอาคม เจ้าจะต้องไปรับพลัง ที่พ่อของเจ้า ได้เสียไปให้กับนรก แต่ไม่ต้องห่วงไป เพราะว่า มันยมบาลนั้นรู้อยู่แล้ว และเตรียมพลังนั้นไว้ให้เจ้าแล้ว เพราะพลังนี้ถ้าคู่ครอบครอง ได้สิ้นใจไป พลังนี้จะย้อนกลับไปที่เดิมที่มันจากมา มันคือบ่วงเเห่งนรก
ขอคั่นไว้แค่นี้ก่อน และหิวข้าวแล้ว กลับมาเล่าใหม่ครับผม ขอบคุณทุกคน ที่คอยติดตาม หวังว่าจะ ชอบกันนะครับ เรื่องราวกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เอาใจช่วยแก้วด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🙏🙏🙏
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments