Blue Hydrangea : Yaio
ก่อนเข้าสู่เนื้อหา ขอแจ้งทคำเตือน และคำชี้แจง 🚫
- เนื้อหาภายในเรื่องหดหู่และมัวหมองมาก
- มีเนื้อหาเปโดในเรื่องนิดหน่อย เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่บิดเบี้ยวของตัวเอก เปโดไม่ใช่ความรัก จุดจบของมันคืออาชญากรรม และโศกนาฏกรรม ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อความฟิน แต่เพื่อบอกว่ามันคืออาชญากรรมอนาคตเด็ก โปรดอ่านด้วยความสะอิดสะเอียนและไม่เห็นด้วย
- ไม่ส่งเสริมความรุนแรง แต่สะท้อนความบิดเบี้ยวที่เกิดจากความรุนแรงและละเลยบุตรของครอบครัว
- เนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไรท์อยากฝึกภาษาการบรรยายหม่นๆเทาๆ
- สามารถติชมหากทัศนคติไรท์ไม่ถูกต้องด้วยถ้อยคำสุภาพ
- โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน
- ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
ปล. แรกๆก็จะหม่นๆหน่อย แต่ถ้าแม็กเจอกับลอนด์ โคตรละมุนอ่ะบอกเลย เรื่องนี้คือเน้นหวานละมุนมาก โปรดอ่านอย่างมีสติ ตอนแรกไม่อยากให้ฟินกันนะคะ เพราะเด็กคนหนึ่งไม่ควรเจอแบบนี้
จบข้อชี้แจงจาก พณสน์ชญศร \(ผู้เขียน\)
Max Cway หรือ แม็ก (เจมส์)
"คุณช่วยผมทำไม? มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงรึเปล่า?"
Lonel Jenson หรือ ลอนด์
"ช่วยคนต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ? และถ้ามันต้องมีเหตุผล...เหตุผลของฉันคือ ต้องการให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไป"
\#ไฮเดรนเยียสีน้ำเงิน
**Into**
จุดเริ่มต้นชีวิตที่บิดเบี้ยวของผม ความรักที่ผมคิดว่าสวยงาม มันคือราคะอันบิดเบี้ยวของผู้ชายคนหนึ่งที่หยิบยื่นให้...ถ้าหากผมได้กลับไปในวันนั้น ผมคงจะปฏิเสธเขา หัวใจอันบริสุทธิ์ของผมถูกล่อลวงด้วยคำพูดหวานหู แต่มันนำสู่หายนะในชีวิต...
เรื่องราวของผม ผมจะโทษตัวเองทั้งหมดก็คงไม่ได้ จะกล่าวว่าคนอื่นก็กระดากปากจะพูด แต่จะบอกว่าตัวเองในตอนนั้นก็โง่เกินกว่าจะคิดอะไร ผมในวัยสิบสี่...
ผมควรได้เติบโตเป็นหมอ หรือครูเหมือนที่ผมวาดฝันไว้ในวัยประถมหกไม่ใช่เหรอ?
ย้อนไปตอนผมเจ็ดขวบ ผมโตมาในบ้านที่มองพ่อและแม่ทะเลาะกันในทุกๆวัน แต่เวลาไปส่งผมที่โรงเรียนพวกเขามักจะบอกว่าคนอื่นรักกันนักหนา พวกเขากอดกันและบอกรักกันตอนหน้าคนอื่นเสมอ ใครๆก็บอกว่าผมเป็นเด็กน่าอิจฉา พ่อเป็นศาสตราจารย์ในมหาลัยมีชื่อเสียง ส่วนแม่เป็นทนายความ ครอบครัวแสนเพอร์เฟค ที่พ่อตบตีแม่ในทุกๆวัน และแม่ก็พ่นคำหยาบคายกลับในทุกๆคืน ผมที่นั่งมองพวกเขาบอกรักกันแบบนี้ที่ตรงบันไดก่อนเข้านอน
แต่...นั่นแหละ ภายนอกแสนฉาบฉวยและเริ่ดหรู หลายคนบอกว่ากับผมว่าโชคดีที่มีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้ พ่อจะตบตีแม่ยังไงนั่นก็คือการแสดงความรักของพ่อที่มีต่อภรรยา คำหยาบคายที่พ่นออกมาจากปากแม่ไปกระแทกใส่หน้าพ่อก็คือคำบอกรักแสนหวานหู ถ้ามันไม่ดี...พวกเขาจะทำแบบนี้ในทุกวันทำไม? จรึงรึเปล่า?
ผมในวัยเจ็ดขวบที่มองภาพเหล่านั้นคือความรัก...
สองปีต่อมา พ่อของผมได้บอกลาผม และไปกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ใช่แม่ เขากอดผมและบอกกับผมว่าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ
ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับแม่ แม่บ้างานและเสียสติ ชีวิตเธอมีแต่งานและกลับบ้านมาเพื่อด่าทอผม ระบายเรื่องงานกับผมในวัยเก้าขวบ
ผมคิดว่ามันคือความรัก เพราะอยากน้อยเธอก็กลับมาหาผมในทุกวัน ในขณะที่พ่อ...เขาก็ไม่มาตามที่สัญญาไว้เลย
จนกระทั่งวันปิดเทอมในฤดูร้อนตอนผมเกรดแปด ผมในวัยสิบสี่ปีต้องย้ายไปอยู่กับย่าชั่วคราวเพื่อพักผ่อนในช่วงหยุดยาว อันที่จริงเธอกำลังออกเดตกับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ของเธอ ผมเรียกเขาว่าลุงอาเธอร์ ทีแรกเขาแค่ผ่านมาในชีวิตของผม แต่นานเข้าอาเธอร์เหมือนจะเข้ามาทำหน้าที่แทนมิสเตอร์เมอริทพ่อของผมเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ ว่าเขาก็สามารถเป็นพ่อที่ดีได้
พอใกล้ถึงวันเปิดเทอม ผมที่กำลังขึ้นเกรดเก้าและก้าวเท้าลงจากรถตู้เพื่อกลับมาที่บ้าน แน่นอนผมไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดกับการที่เห็นอาเธอร์ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านผม ในชุดนอนลายทางของเขา ตลอดเวลาสองเดือนที่ผมไปอยู่กับย่า ทั้งสองคงสานสัมพันธ์กันถึงขนาดอาเธอร์ย้ายมาอยู่ที่บ้านของผมในฐานะพ่อเลี้ยง
มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ลุงอาเธอร์ที่ตอนนี้ผมสามารถเรียกเขาว่าป๋าได้เต็มปาก เขาทำหน้าที่ผู้ปกครองได้ดีกว่าแม่ผมเสียอีก เราเหมือนพ่อลูกทั่วไป ไม่ว่าเขาจะปลุกผมแต่ ไปส่งผมถึงที่หน้าประตูโรงเรียน ไปงานประชุมผู้ปกครอง หรือแวะรับผมหลังจากที่เขาเลิกงานแล้ว ก่อนที่เราทั้งสองจะไปเตะบอลด้วยกันในทุกๆเย็น
ป๋าอาเธอร์เป็นความรักที่ผมโหยหามาตลอด เขาใจดีมากจริงๆ แต่ในบางครั้งอาเธอร์ก็ทำบางอย่างที่ไม่ใช่สิ่งที่พ่อลูกทั่วไปทำกัน เขาจูบผม และหอมแก้มผม อาเธอร์บอกรักผม เด็กชายวัยสิบสี่ที่หลงคิดว่ามันคือความรัก
ใช่ ป๋าอาเธอร์รักผม และผมเองก็รู้สึกได้เลยว่าผู้หญิงอย่างแม่ไม่เหมาะที่จะได้รับความรักดีๆจากอาเธอร์เลยแม้แต่น้อย และสิ่งที่ผมมั่นใจว่าอาเธอร์รักผมมากกว่าแม่ก็คือ...
ผมที่นั่งอยู่บนชิงช้าในสวนสาธารณะโดยมีอาเธอร์ค่อยแกว่งให้ตามปกติ ก่อนที่เขาจะหยุดมือลงแล้วโอบกอดผมแทน ปลายจมูกโด่งของเขากดลงที่ต้นคอของผม ก่อนจะสอดมือเข้ามาใต้เสื้อเพื่อหยอกล้อกับหัวนมของผม ร่างกายของผมมันดิ้นและปฏิเสธเขาอย่างอัตโนมัติ แต่เขากลับรัดผมแน่นกว่าเดิม ซึ่งสุดท้ายผมก็ต้องยอมเขาด้วยเหตุผลที่ว่าทั้งชีวิต อาเธอร์เป็นคนเดียวที่รักผม ผมคิดแบบนั้น
อาเธอร์บอกกับผมว่า เขาอยากให้แม่ของผมหายไป และมีเพียงผมกับเขาในโลกใบนี้
ผมนั่งแน่นิ่งราวกับตุ๊กตาที่หายใจ ผมทั้งกลัวและรู้สึกผิด ในขณะเดียวกันผมก็ไม่รู้จะตัดสินใจยังไง ผมกลัว...ใจของผมมันเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา ผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วดึงแขนเขากลับบ้าน บางทีมันอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปฏิเสธอาเธอร์โดยที่ผมไม่ต้องแตกหักกับเขา
เด็กชายวัยสิบสี่ที่ไม่กล้าบอกเรื่องพวกนี้กับแม่ และแม่ที่ไม่มีท่าทีจะสนใจลูกเลยแม้แต่น้อย คิดว่าถ้าผมบอกเธออะไรจะเกิดขึ้นกับผม ระหว่างคำด่าทอและการตบตี ผมจึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้
เวลาผ่านมาร่วมสองเดือน ความสัมพันธ์ของผมกับอาเธอร์เกินเลยขึ้น เขาจับอวัยวะเพศของผมแล้วชักขึ้นลง และให้ผมกลืนกินความเป็นชายของเขา มันเป็นสิ่งน่าขยะแขยง แต่ผมเลี่ยงไม่ได้...ผมกลัว
อาเธอร์เป็นผู้ใหญ่ใจดี และอบอุ่นผมชอบที่จะอยู่ใกล้เขา ได้รับความรักจากเขา แต่ในบางครั้งสิ่งที่เขาบอกว่ามันคือความรักที่เขามอบให้ผม ผมก็รู้สึกหวาดกลัว
แต่อาเธอร์เขาบอกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะตอบแทนความรักของเขาที่มีให้แม่และผมได้ หากผมไม่ทำ...เขาจะหายไปจากชีวิตของแม่ ซึ่งจะว่าไปผมไม่อยากได้แม่ที่ประสาทกิน บ้างานและด่าทอคนนั้นคืนหรอกนะ และ...อาเธอร์ก็เป็นที่พึ่งเดียว
พูดตามตรงอีก ผมทั้งรักและเกรงกลัวอาเธอร์ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด
ผมถามตัวเองซ้ำๆว่าเด็กอย่างผมต้องแบกรับอะไรแบบนี้น่ะรึ?
หลายวันต่อมา แม่ของผมทำโอทีที่บริษัท อาเธอร์คิดว่าเธอไม่กลับจึงพาผมมานั่งดูทีวีที่โต๊ะรับแขก โดยที่ผมทำหน้าที่เป็นตัวระบายอารมณ์ของเขา ดูดกลืนของเหลวรสคาว ผมอยากอ้วกออกมา...
จนกระทั่งเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นจากหน้าประตูจนอาเธอร์เด้งตัวออกแล้วใส่กางเกงให้เรียบร้อยด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก ผมยกศีรษะขึ้นมองแม่ที่ยืนนิ่งค้าง
คราบของเหลวที่มุมปากของผม เป็นหลักฐานอย่างดีว่าผมและเขาได้ทำอะไรไปบ้าง...แม่ของผมไม่เคยคิดว่าชู้ของชายคนรักคนที่สองนั้นก็คือผมเอง
เธอเดินตรงมาที่ผมแล้วตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ก่อนจะหันไปทะเลาะกับอาเธอร์ ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง? ได้แต่นั่งนิ่งๆ และภาพที่พ่อและแม่บอกรักกันในวัยเด็กก็แล่นเข้ามา แม่อาจจะกำลังปกป้องผมจากอาเธอร์...งั้นเหรอ?
ผมไม่รู้
ผมรีบขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นสองของบ้าน เสียงบันไดที่ดังจากการวิ่งของผม มันประสานกับเสียงเอ็ดตะคอกและกรีดร้องของแม่ เสียงตะโกนด่ากลับของอาเธอร์ที่กระหน่ำไปทั่วบ้านใกล้เรียงเคียงจนพวกเขาแจ้งตำรวจ
เสียงของแม่ที่ด่าทออาเธอร์ สลับกับด่าทอผมที่เป็นลูกว่าเลวทรามแค่ไหน ผมทำลายชีวิตเธอ แย่งทุกอย่างไปจากเธอ
"เด็กนรก!"
"ลูกทรพี!"
"แกไม่ควรเกิดมา!"
"แกมันมารทำลายชีวิตฉัน!"
"ไปตายซะ!"
ผมยกมือสองข้างปิดหูตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลง เสียงของบางอย่างตกลงพื้น ก่อนที่เสียงแม่จะสะอึกสะอื้น ไม่นานสิบนาทีเสียงรถตำรวจก็ดังเข้ามา
เด็กชายวัยสิบสี่ค่อยๆเดินออกจากห้องแล้วแอบมองใต้ราวคราบเลือดที่นองอยู่บนพื้น ร่างของอาเธอร์ที่มีมีดปักคาอก ภาพแม่ที่ถูกเข้าจับกุม เธอเหมือนคนบ้าที่เอาแต่ร้องไห้้ จนสายตาของตำรวจคนหนึ่งเงยหน้ามองขึ้นมาข้างบน ผมตกใจมากแล้วจึงรีบกลับเข้าไปในห้อง
เสียงเคาะประตูบอกว่าเขารู้ว่าผมอยู่ข้างใน...ผมตัดสินใจปีนลงจากทางหน้าต่าง ผมกลัว...ผมไม่ผิด ผมไม่ได้ฆ่าเขา
ผมมองหน้าใครไม่ติด แม่ก็ด้วย...ถ้าหากได้เจอแม่ต่อจากนี้เธอคงจะฆ่าผมเหมือนที่ทำกับอาเธอร์
ผมวิ่ง และวิ่งอย่างไร้จุดหมาย วิ่งเรื่อยๆ ไม่มีปลายทาง รู้เพียงว่าต้องไปจากที่นี่...
คิดว่าเด็กอย่างผมจะตัดสินอะไรได้นอกจากการหนีเท่านั้น...
.
.
.
ผมเดินมาถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง รอบด้านมืดไปหมด มีเพียงแสงไฟจากจุดจ่ายน้ำมันพอให้ผมไม่รู้สึกหวาดกลัว ผมกอดตัวเองพร้อมกับความคิดที่มืดมิดว่าจะเอายังไงต่อดี แต่มันก็มืดมนเหลือเกิน
เสียงมอเตอร์ไซค์จอดตรงหน้าผม ชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่คาบบุหรี่ที่ริมฝีปาก เขาหน้าตาหล่อเหลา รอยสักรูปงูที่ไหล่เท่ชะมัด
ผมเจอเขานับว่าเป็นโชคชะตา เขาถามผมว่าผมชื่ออะไร...
"เจมส์" เป็นชื่อเดียวที่ผมนึกออก ผมไม่กล้าบอกชื่อจริงๆกับใคร
เขาถามผมต่อว่า ผมอยากไปกับเขาไหม?
แน่นอนผมไม่ปฏิเสธ แค่ไปกับเขาสักสองสามวันพอมีข้าวกิน ไม่ต้องเร่ร่อนแบบนี้ แล้วค่อยคิดอีกที
เขาชื่อทอยส์ วัยรุ่นชาวอเมริกัน เจ้าของรอยสักรูปงู และมอเตอร์ไซค์สีดำ
ผมไม่รู้หรอกว่าทอยส์เป็นคนดีหรือเลว ผมดูไม่ออก แต่ผมคิดว่าในตอนนี้แค่ไปกับเขาสักระยะคงไม่เป็นไร แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตผมต่อจากนี้จะดำดิ่งลงไปยังไงบ้าง ชีวิตของผมที่ชื่อเจมส์ต่อจากนี้...มันบ้ามาก บ้าจริงๆ และผมก็เลือกมันแล้ว แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม...
coming soon...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments