ในเงามืดของคืนนั้น เพียงสองคนอยู่ในห้องบัลลังก์อันกว้างใหญ่ แสงจากคบไฟส่องสว่างเพียงเล็กน้อย สร้างเงารูปทรงแปลกตาบนผนังหินดำ แกรนนิตนั่งบนบัลลังก์ ท่าทางสงบแต่แฝงด้วยอำนาจที่ไม่อาจมองข้ามได้
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างช้า ๆ แบรนเดินเข้ามาในห้อง ชุดเกราะของเขาปกคลุมด้วยฝุ่นและร่องรอยของสงคราม เขาคุกเข่าลงอย่างนอบน้อมต่อแกรนนิต
แบรน: (พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความเคารพ) ข้ามารายงานต่อพระองค์ สงครามครั้งนี้... เราชนะแล้วพะยะค่ะ
แกรนนิต: (ยิ้มบาง ๆ แววตาสะท้อนความพอใจ) ดีมากแบรน (พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น) เล่าให้ข้าฟังสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
แบรน: (พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูด) กองทัพของเราได้บุกโจมตีซึ่งหน้าและจัดการกำจัดพวกมันทั้งหมด สะกัดทางหนีของพวกกบฏไว้ให้ไม่ทันตั้งตัว เราได้ทำการทำลายค่ายของพวกมันและสังหารผู้นำของพวกมันไปเกือบทั้งหมดพะยะค่ะ
แกรนนิต: (พยักหน้าช้า ๆ) และความสูญเสียของเรา?
แบรน: (น้ำเสียงมั่นคง) ไม่เกินจำนวนนิ้วมือนับพะยะค่ะพระองค์ กองทัพของเราแข็งแกร่งและมีวินัย พวกกบฏไม่มีโอกาสสู้กับเราได้เลย
แกรนนิต: (ยิ้มกว้างขึ้น) ดีมาก แบรน เจ้าทำได้ดี (พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงด้วยความพอใจ) สงครามนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
แบรน: (พยักหน้า) ข้าเข้าใจดีพระองค์ และข้าจะทำตามคำสั่งของพระองค์เสมอ
แกรนนิต: (ลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินไปหาแบรน) เจ้าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ข้าไว้ใจได้ แบรน (พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงด้วยความเยือกเย็น) อำนาจของข้าจะไม่มีวันสั่นคลอน หากเรายังคงแข็งแกร่งเช่นนี้
แบรน: (มองขึ้นมา แววตาสะท้อนความจงรักภักดี) ข้าจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังพะยะค่ะ
แกรนนิต: (ยิ้มบาง ๆ) ข้ารู้ดี (พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น) ตอนนี้เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เจ้าสมควรได้รับมัน
แบรนคุกเข่าลงอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ แกรนนิตยืนอยู่กลางห้องบัลลังก์ แสงจากคบไฟส่องสว่างใบหน้าของเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่น
แกรนนิต: (พูดกับตัวเองเบา ๆ) อาณาจักรนี้จะเป็นของข้า... และไม่มีใครจะมาหยุดข้าได้
กลางดึกคืนนั้น
ฝนตกหนักอย่างไม่ยอมหยุด เสียงฝนกระทบหลังคาพระราชวังดังกระหึ่มราวกับธรรมชาติกำลังร้องไห้ให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แสงฟ้าแลบตัดผ่านท้องฟ้ามืดมิด ส่องสว่างลงบนสนามรบที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ไมล์
สนามรบที่แบรนเพิ่งจากมา ถูกชะล้างด้วยสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง เลือดที่เคยท่วมพื้นดินค่อยๆ จางหายไปกับน้ำฝน กลายเป็นเพียงรอยเปื้อนจางๆ ที่เลือนหายไปกับดินโคลน ศพของทหารและกบฏนอนเกลื่อนกลาดทั่วพื้นที่ บางศพยังคงกำอาวุธไว้แน่นในมือราวกับยังไม่ยอมรับความตายของตัวเอง เสื้อเกราะที่เคยเป็นประกายถูกปกคลุมด้วยโคลนและเลือด สะท้อนความโหดร้ายของสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องราวกับพระเจ้ากำลังส่งเสียงร้องให้กับชีวิตที่สูญเสียไป ใบหน้าของทหารที่ตายแล้วถูกฝนชะล้างให้สะอาด แต่แววตาที่ว่างเปล่าของพวกเขายังคงบอกเล่าความเจ็บปวดและความกลัวในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
แบรน ยืนอยู่บนป้อมปราการ มองออกไปยังสนามรบที่ถูกฝนชะล้าง แม้เขาจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ แต่ความรู้สึกในใจของเขากลับหนักอึ้ง
ในสนามรบที่ถูกฝนชะล้าง
ชายสองคนเดินท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง สีผิวของพวกเขามีหลากหลายมากกว่าสองสี แสดงถึงชนชั้นสามที่ถูกกดขี่และถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลังของสังคม เมิร์ฟ และ เคียน เดินผ่านศพที่เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นดิน ด้วยความหวังและความกลัวที่ปนกันในใจ พวกเขาค่อยๆ เปิดผ้าคลุมศพทุกอันออก ราวกับกำลังหาใครบางคนที่สำคัญกับพวกเขาอย่างมาก
เคียน: (พยักหน้า ก่อนจะเปิดผ้าคลุมศพอีกศพหนึ่ง) ข้าจะต้องหานางให้เจอ เมิร์ฟ ข้าสัญญากับนางไว้แล้ว...
ทั้งสองเดินผ่านศพที่ถูกฝนชะล้างเลือดออกไปแล้ว แต่ละศพที่พวกเขาเปิดดูทำให้ความหวังในใจของพวกเขาค่อยๆ จางหายไป
เมิร์ฟ: (หยุดอยู่ที่ศพหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าคลุมออก) ไม่... นี่ไม่ใช่นาง...
เคียน: (มองไปที่เมิร์ฟ) เมิร์ฟ... เราต้องเดินต่อไป นางอาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง...นาง...
ทั้งสองเดินต่อไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกไม่หยุด เสียงฝนกลบเสียงก้าวเท้าของพวกเขา แต่ไม่สามารถกลบความเจ็บปวดในใจของพวกเขาได้
เคียน: (หยุดอยู่ที่ศพสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าคลุมออก) ไม่... นี่ไม่ใช่นาง... (เขาค่อยๆ ส่ายหัวด้วยความผิดหวัง) เรา... เราไม่เจอนาง...
เมิร์ฟ: (วางมือบนไหล่ของเคียน) เคียน.... ข้ายังต้องเชื่อว่านางยังมีชีวิตอยู่... ดีแล้วไม่ใช่หรือที่ศพพวกนี้หนึ่งในนั้นไม่ใช่นาง
ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยศพและความสูญเสีย ฝนยังคงตกไม่หยุด ชะล้างเลือดและความเจ็บปวดออกจากพื้นดิน แต่ไม่สามารถชะล้างความเศร้าสลดในใจของพวกเขาได้
...----------------...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments