ใต้เงาผลไม้สีทอง | Beneath The Golden Fruit’S Shadow
สวัสดีครับทุกคน! ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเข้าสู่โลกของนิยายเรื่องนี้ ผมขอแทรกเวลาสักนิดเพื่ออธิบายถึงที่มาและแนวคิดของเรื่องนี้นะครับ
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานผมในชื่อ 'ทิวา' ซึ่งเป็นนามปากกาที่ผมใช้ในการเขียนเรื่องนี้ครับ เรื่องนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจคือ มันถูกเขียนในรูปแบบของบทละครหรือสคริปต์ ซึ่งแตกต่างจากนิยายเขียนทั่วไปที่เราคุ้นเคย แรงบันดาลใจในการเขียนสไตล์นี้มาจากนักเขียนระดับโลกอย่าง William Shakespeare
ต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษที่เขียนจบเรียบร้อยแล้วครับ แต่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในกระบวนการแปลและปรับภาษาให้เป็นภาษาไทย และแก้ไขเนื้อเรื่องบางส่วน ซึ่งอาจจะทำให้มันยังไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ผมพยายามแก้ไขและปรับปรุงให้ดีที่สุดแล้วครับ ผมหวังว่าทุกคนจะค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันกับคนเขียน
ตัวละครทั้งหมดในเรื่องเป็นผลไม้! ใช่แล้วครับ ผลไม้หลากสีที่เราทานกันเป็นประจำ ผมท้าให้ทุกคนลองทายเล่นๆ ดูว่า ตัวละครแต่ละตัวแทนผลไม้อะไรบ้าง มันจะเป็นเกมสนุกๆ ที่ทำให้การอ่านเรื่องนี้มีสีสันมากขึ้น
นอกจากนี้ ผมยังมีแผนการในอนาคตที่จะพัฒนานิยายเรื่องนี้ให้กลายเป็นการ์ตูนคอมมิคหลังจากที่เขียนจบแล้วครับ
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้กับทุกคนด้วยนะครับ มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจและความรักในงานเขียนของผม ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสและกำลังใจครับ
กำแพงสูงใหญ่สีดำตั้งตระหง่านบนแผ่นดิน ล้อมรอบพระราชวังเวลโมร่า ผืนแผ่นดินแห่งนี้มีธงสีแดงดำโบกสะบัดตามสายลม เป็นเครื่องเตือนถึงอำนาจอันแข็งแกร่งของราชวงศ์แห่งอาณาจักร กฎเกณฑ์ทุกอย่างในที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนหยาดเหงื่อและน้ำตาของประชาชนที่ถูกกดขี่ข่มเหงโดยราชาลำดับที่12
องค์รัชทายาทได้ลงมือสังหารพระบิดาและยึดครองบัลลังก์ด้วยความช่วยเหลือจากสหายคนสนิทและองค์ชายอันดับสอง การขึ้นสู่อำนาจของเขาถูกปกคลุมด้วยเงามืดเปื้อนเลือดและการทรยศ แต่ในขณะนั้น หลายคนยังเชื่อว่าเขาอาจนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่อาณาจักร
แต่หลังจากที่ทุกคนเริ่มมีความหวังว่าจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากที่ราชาทรงจากไป เรื่องราวกลับกลายเป็นตาลปัตรเมื่อองค์รัชทายาทที่ได้ขึ้นเป็นราชา กลับหลงมัวเมาในอำนาจ เขาสังหารผู้อาวุโสและขุนนางชั้นสูงที่เคยขัดความคิดเห็นของเขา ส่วนที่เหลือถูกริบสมบัติบางส่วนและถูกบังคับให้รับใช้ราชวงศ์ต่อไป
ชนชั้นหนึ่งหรือก็คือราชวงศ์ซึ่งเชื่อว่ายิ่งผลไม้ของตนสีเข้มเท่าไร ความบริสุทธิ์ของพลังก็ยิ่งมากขึ้น พวกเขาบังคับให้ชนชั้นสองที่ด้วยกว่ากลายเป็นผู้รับใช้ และเนรเทศชนชั้นสามที่แตกต่างจากทั้งสองชนชั้น ไปยังพื้นที่แห้งแล้งนอกเขตฟูวีนเรีย ที่ซึ่งชีวิตเต็มไปด้วยความแห้งแล้งและความหิวโหย
ชาวเมืองชนชั้นสองที่เห็นขุนนางใหญ่โตตกต่ำต่างพากันออกมาเดินขบวนประท้วงด้วยความอัดอั้นที่สะสมมาตั้งแต่สมัยพระบิดาของพระองค์ แต่พระราชาองค์ใหม่กลับไม่สนใจความต้องการของพวกเขา กลับยิ่งแสดงความโกรธ สั่งจับและประหารชีวิตชาวบ้านเหล่านั้นจนแทบไม่เหลือผู้ใดกล้าออกมาประท้วงอีก พร้อมประกาศว่าเขาจะไม่ยอมรับชนชั้นสามอีกต่อไป และหากพบผู้ใดที่ยังคงต่อต้านให้ฆ่าทันที ส่วนใครที่ให้ความช่วยเหลือก็จะถูกตัดหัวประจาน
ในขณะเดียวกัน กลุ่มต่อต้านเริ่มก่อตัวขึ้นในเงามืด พวกเขาเริ่มรวบรวมผู้คนที่ถูกกดขี่และปลุกปั้นความหวังในใจของพวกเขา พวกเขาค่อยๆ รวบรวมกำลังและวางแผนลับเพื่อล้มล้างราชวงศ์ที่กดขี่นี้
ชนชั้นสองที่ตอนนี้กำลังอ่อนกำลัง ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากก้มหน้ารับชะตากรรมและหวาดกลัวต่ออำนาจของพระราชาองค์ใหม่ แต่ในใจของพวกเขา ไฟความแค้นและความปรารถนาในอิสรภาพยังคงลุกโชน
ภายในห้องบัลลังก์อันกว้างใหญ่และเย็นยะเยือก แกรนนิตนั่งบนบัลลังก์หินดำอันสูงส่ง ท่าทางผ่อนคลายแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ขาข้างหนึ่งพาดทับอีกข้าง ปลายนิ้วเคาะเบา ๆ กับพนักวางแขน สีหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มพอใจ ขณะที่เคอร์ริสยืนอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาสะท้อนทั้งความยินดี ส่วนโอซินมีซ้ายของแกรนนิตยืนประจำที่อีกฟากหนึ่งของห้อง สายตาเฝ้าสังเกตทุกการเคลื่อนไหว
แกรนนิต: (ยิ้มกว้าง พลางพูดด้วยน้ำเสียงเบิกบาน) น้องชาย เจ้าเห็นไหม? บัลลังก์นี้สมควรเป็นของเรามาตลอด พระบิดาของเราไม่เหมาะสมสำหรับที่นั่งอันนี้และมงกุฎ แต่ข้า... ข้าจะทำให้อาณาจักรนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็น ข้าคือคนที่คู่ควร
เคอร์ริส: (พยักหน้าเล็กน้อย แววตาสะท้อนความยินดีแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก) ข้ายินดีกับเจ้า แกรนนิต เราได้ทำในสิ่งที่ต้องทำแล้ว แต่ข้ามีความรู้สึกว่าเราไม่มีความจำเป็นจะไม่ต้องแลกมันด้วยเลือดมากมายขนาดนี้
แกรนนิต: (หัวเราะเบา ๆ) เลือด? นั่นคือราคาของอำนาจ เคอร์ริส และข้าเต็มใจจะจ่ายมัน (หยุดพักครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน) เจ้ารู้รึไม่ว่า? ข้าเพิ่งเนรเทศสนมของพระบิดาออกไปราวยี่สิบคน พวกนางไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรได้เลย แถมยังใช้สมบัติของราชวงศ์ราวกับเป็นปลิง อีกทั้งพวกนางยังเป็นภาระเสียด้วยซ้ำ
เคอร์ริส: (ยกคิ้วเล็กน้อย) ทุกนางหรือ? เจ้าคิดว่ามันจำเป็นต้องถึงขนาดนั้นเลยหรือ? มารดาของ....
แกรนนิต: (ยิ้มเยาะ) ทำไมล่ะ? พวกนางเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป (พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ) และข้ายังมีแผนการคิดอีกมากมาย ที่ต้องคิด เคอร์ริส ชนชั้นที่สาม... ข้าพึ่งเนรเทศพวกมันไปเขตกันดาร ส่วนชนชั้นที่สอง... หากพวกมันยังคงดื้อด้านไม่ยอมคำนับข้า พวกมันก็จะถูกขับไล่เช่นกัน
เคอร์ริส: เจ้าคิดได้ดี แกรนนิต การทำให้พวกมันรู้จักที่ต่ำที่สูง..
แกรนนิต: (วางมือบนไหล่ของเคอร์ริส) เจ้าเป็นน้องชายที่ข้ารักที่สุด เคอร์ริส (พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงด้วยความเย็นชา) จำไว้ว่า อำนาจคือสิ่งเดียวที่ทรงพลัง
เคอร์ริส: (พยักหน้า) ข้าจะจำไว้ แกรนนิต
แกรนนิต: (พูดขึ้นเบา ๆ) อาณาจักรเวลโมร่านี้จะเป็นของข้าและเจ้า เคอร์ริส และไม่มีใครจะมาหยุดเราได้
เคอร์ริส: (พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา) ข้าเชื่อในตัวเจ้า แกรนนิต
ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ และเงาของอำนาจที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุม
โอซิน: (ก้าวเข้ามาใกล้) ข้าก็เชื่อมั่นในตัวพระองค์เช่นกัน อาณาจักรนี้จะรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของพระองค์
แกรนนิต: (หันมามองโอซินมีซ้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ) ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนที่จงรักภักดี ต่อข้าโอซิน
แกรนนิต: (หัวเราะเบา ๆ) ความไม่พอใจ? ข้าไม่กลัวสิ่งนั้น เคอร์ริส ข้ามีอำนาจ และข้าจะใช้มันเพื่อสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่
โอซิน: (พูดขึ้น) องค์ราชา ข้ามีข่าวดีที่จะรายงาน
แกรนนิต: (หันมามองโอซินมีซ้าย) ว่ามา
โอซิน: (ยิ้ม) แบรนและเซรีสได้นำกองทัพกลับมาแล้วเมื่อครู่นี้ พร้อมกับชัยชนะในการรบที่ชายแดนตะวันออก
แกรนนิต: (ยิ้มกว้าง) นั่นคือข่าวที่ดีที่ข้าอยากได้ยิน ข้าจะทหารเหล่านั้นอย่างสมเกียรติ
เคอร์ริส: (พยักหน้า)
ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ และเงาของอำนาจที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุม
แกรนนิต: (พูดขึ้นเบา ๆ) อาณาจักรนี้จะเป็นของเรา เคอร์ริส และไม่มีใครจะมาหยุดเราได้
เคอร์ริส: (พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา) ข้าเชื่อในตัวเจ้า แกรนนิต
ทั้งสองยืนอยู่ข้างกันในความเงียบ แกรนนิตมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
...----------------...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments