19
"มากันแล้วหรอจ้ะ มาๆคุณกรณ์มานั่งก่อนค่ะ" แม่ของข้ามภพเอ่ยชวนเชิญแขกคนพิเศษที่ตนเรียนเชิญมาให้นั่งคุยด้วยกันทันทีเมื่อเห็นว่ากำลังเดินตีคู่มาเคียงข้างกับลูกชาย
"คุณน้าสบายดีนะครับ" กรณ์ถามด้วยท่าทีอ่อนน้อม ก่อนจะยิ้มหวานเอาอกเอาใจผู้ใหญ่กลับไป
ครอบครัวของเขารู้จักกับครอบครัวข้ามภพเป็นอย่างดีตามประสาคนที่อยู่ในวงสังคมเดียวกัน
"ดีจ้ะ แล้วคุณหญิงเป็นยังไงบ้างคะ"
"คุณแม่สบายดีครับ บ่นคิดถึงงานสังคมว่าไม่ได้เจอคุณน้านานแล้ว" กรณ์ว่า
"แล้วนี่มาด้วยกันได้ยังไงล่ะ" มารดาของข้ามภพหันถามลูกชาย
"พอดีคุณกรณ์แวะมาหาผมที่บริษัทน่ะครับ เลยมาด้วยกันเสียเลย" ข้ามภพอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
เขาไม่ได้โทรนัดแน่ล่ะแต่อีกคนมาหากันถึงที่แล้วก็มาเอ่ยแถมบังคับแบบนี้ก็เลยต้องพามาให้จบๆไป
"งั้นเดี๋ยวไปกินข้าวกันนะจ้ะ แม่ให้คนเตรียมไว้แล้วล่ะ" ประมุขของบ้านเอ่ยบอกแขกและลูกชายจากนั้นก็โบกไม้โบกมือให้แม่บ้านรีบเตรียมโต๊ะ
"เอาล่ะแม่ขอพูดตรงๆเลยละกัน แม่เข้าใจดีว่ายุคสมัยและสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว แม่อยากให้เราทั้งสองสนิทสนมและรู้จักกันไว้น่ะ" คุณหญิงของบ้านเอ่ยมองกรณ์และข้ามภพที่นั่งข้างกัน
คนเป็นพ่อนั่งทานอาหารไม่ออกความเห็นใดๆแต่ลอบส่ายหัวน้อยๆจนลูกชายเห็นได้ทัน
"แม่ครับ ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันหลายหนแล้ว" ข้ามภพโพล่งออกมากลางโต๊ะกินข้าว
"แม่แค่อยากเลือกคนที่เหมาะสมให้ภพเท่านั้นละ"
"แต่ผมอยากจะเลือกคนที่ผมจะใช้ชีวิตด้วยของผมเอง" ข้ามภพว่าอย่างคนหัวรั้น
"ภพ!!" คนเป็นพ่อเรียกชื่อเพื่อเตือนสติลูกชายคนโตให้รักษาเกียรติแขกของบ้านที่นั่งฟังอยู่ด้วย
"ไม่เป็นไรหรอกครับกรณ์เข้าใจ" กรณ์ว่าก่อนจะนั่งกินข้าวต่อไปเงียบๆ
เห็นกับตาได้ยินกับหูว่าข้ามภพปฏิเสธต่อหน้าพ่อแม่แบบนี้ก็รู้ทันทีว่าอะไรๆไม่ได้มาง่ายๆแน่ๆ
"ถ้าแกจะคบผู้ชาย แล้วคนๆนั้นไม่ใช่หนูกรณ์แกก็อย่าหวัง..." บิดาของบ้านเอ่ยก่อนจะลุกจากโต๊ะไป ข้ามภพเห็นแล้วกุมขมับด้วยความเครียดทันที
กรณ์กระตุกยิ้มอย่างได้ใจ
หากคนพ่อยืนยันอย่างนี้แล้วขาข้างนึงของเขาก็ก้าวไปในเส้นชัย
"ยังไงกรณ์กลับก่อนนะครับ" กรณ์ขอตัวกลับหลังจากทานอาหารเสร็จ เนื่องจากเห็นสถานการณ์ทางบ้านข้ามภพไม่ค่อยจะดีนักหากนั่งต่อไปก็จะมีแต่อึดอัด
"แน่ใจนะจ้ะ ว่าจะไม่ให้ข้ามภพเขาไปส่ง" คุณหญิงของบ้านถามด้วยกลัวเสียมารยาทที่ลูกชายพาเขามาแต่ไม่พากลับไป
"ไม่เป็นไรครับ กรณ์ให้คนรถมารับแล้ว ยังไงลาเลยแล้วกันนะครับ" กรณ์ไหว้บอกลาผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะขอตัวออกไป
"ฉันจะขอยืนยันคำพูดเดิม ว่าแกจะคบเพศไหนฉันไม่ว่า แต่แกต้องรู้จักความเหมาะสมด้วย ไม่ใช่ไปเอาเด็กที่ไหนไม่รู้มาเลี้ยงดู คนเขาจะมองยังไง" บิดาเอ่ยขึ้นเมื่อแขกของบ้านเดินพ้นชายคาออกไป
"แล้วแม่ก็ได้ยินมาว่าภพกับกรณ์ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันไม่ใช่หรอลูก" มารดาเอ่ยถาม
เธอรู้ทั้งหมดนั่นแหละว่าลูกชายทำอะไรที่ไหน และก็รู้เช่นกันว่าเด็กสองคนนี้รักสนุกจนไปมีอะไรกันมาแล้ว
ในสายเธอลูกชายยังเป็นเด็กเสมอจนเผลอไปก้าวก่ายแม้แต่เรื่องส่วนตัวอยู่ร่ำไป
"แต่ผมกับกรณ์ไม่ได้รักกัน" ข้ามภพยืนยันคำเดิมที่เคยให้ไว้กับมารดาทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์
"กับเด็กคนนั้นก็ใช่จะรักกันตลอดไปนี่ ยังไงแม่อยากให้ภพไปคิดอีกเยอะๆ แล้วแม่ก็พูดคุยกับทางคุณหญิงเขาไว้แล้ว"
"แม่กำลังจับผมมัดมือชก" ข้ามภพว่าอย่างหงุดหงิด
ไปคุยอะไรกันเขาไม่ได้รู้เรื่องด้วยสักคำ
"ทำตามที่แม่แกบอกซะ" ผู้เป็นพ่อว่าด้วยสีหน้าดุดัน
"ผมตามที่พ่อกับแม่บอกมาตลอด จะเรียนอะไร จะให้สานต่อธุรกิจยานยนต์ จะอะไรก็ให้ได้ทั้งนั้น...แต่ผมขอได้ไหม เรื่องนี้ให้ผมเลือกเองได้ไหม"
เขาหมดกำลังจะต่อรองกับคนสองคนตรงหน้า ทำได้เพียงขอร้องให้ได้ชีวิตคืนมาหลังจากทำตามตารางชีวิตและทุกอย่างที่บิดามารดาขีดเส้นมาให้ตลอด
"ภพ..." คนเป็นแม่เรียกลูกชายที่แม้จะยอมทำตามอย่างที่ว่ามาตลอดแต่ก็ยังหัวรั้นอย่างเหนื่อยใจ
"ผมไม่เอาอะไรเลยก็ได้ เงินลงทุนบริษัทผม หุ้นของบริษัทพ่อ ผมไม่เอาเลยสักบาทเดียว"
ข้ามภพยอมแพ้ต่อการมีเงินทองมากมายแต่ไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ชีวิตแบบที่อยากมี...
"แกมันเก่งนักนี่ ปีกกล้าขาแข็ง ลำพังไอ้ผับกระจอกๆของแกจะมีปัญญาไปเลี้ยงใครเขาได้ เผลอๆไอ้คนที่แกว่ารักนักรักหนา ลองแกไม่มีเงินถุงเงินถังดูซิจะยังอยู่ไหม" คนเป็นพ่อว่าอย่างดูถูก
"พ่อไม่ได้รู้ดีอย่าพูดถึงเจาแบบนั้นเลยครับ แล้วรันต์เขาทำอะไรผิดหรอ แค่เพราะเขาไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่ฐานะเท่ากับเราหรอ" ข้ามภพเอ่ยถามอย่างสุดทน
อะไรก็ได้แต่อย่ามาตัดสินรันต์ด้วยความไม่รู้ เด็กคนนั้นทำงานหนักยิ่งกว่าน้องชายกับน้องสาวเขาที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ไปวันๆเสียอีก เผลอๆก็มากกว่ามารดาเขาด้วย
คนเป็นพ่อไม่พูดอะไรได้แต่หงุดหงิดใจแล้วเดินออกไปเงียบๆ ส่วนคนเป็นมารดาก็ตบไหล่ลูกชายให้ทำใจกับคำตัดสินแล้วเดินตามไป
..._________________________________...
"รันต์โอเคนะ" วิวถามรันต์ที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในชุดนักศึกษา
"อืม โอเค"
"มีปัญหาเครียดอะไรรึเปล่า เรื่องนั้นหรอ" นายถามอย่างเป็นห่วง
ข้ามภพเป็นคนเดียวในชีวิตตอนนี้ที่การันต์มีเป็นที่พึ่ง ถ้าหากเป็นเรื่องจากวันก่อนมันก็ไม่แปลกที่เพื่อนจะเคว้งไป
"ไม่มีอะไรหรอก" เจ้าตัวปฏิเสธ
"พี่ทะเลาะกับแฟนใช่ไหม" กอล์ฟที่เห็นเรื่องราวที่น่าจะเป็นปมในใจของการันต์ในวันที่ไปกินข้าวที่ห้างถามขึ้น
"ก็ไม่เชิง"
"บางทีรันต์อาจจะคิดคนเดียวแล้วเครียด ให้พวกเราช่วยเถอะนะ" วิวว่าอย่างออดอ้อน
การันต์เองถอนหายใจ แต่จากนั้นคิดคำพูดของแนนและนิวได้ว่าให้ระบายเรื่องที่ค้างคาใจออกมาบ้างจึงพยักหน้าและยอมเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เพื่อนๆฟัง
"ลองโทรไปหาเขาดูไหม" นายเสนอวิธีอย่างตรงไปตรงมา
นี่คือสิ่งที่การันต์อยากลองทำดูเหมือนกัน คือถามกรณ์ตรงๆไปเลยว่าเขาเป็นอะไรกับข้ามภพ แต่เวลา โอกาส และหลายๆอย่างมันทำให้เขาค่อนข้างกลัวขึ้นมา
...กลัวคำตอบ
...กลัวความจริง
การันต์ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกไปยังเบอร์ที่ตนแอบบันทึกเอาไว้ รอเพียงไม่กี่วินาทีปลายสายก็รับโทรศัพท์
"ฮัลโหลครับ กรณ์พูดสายครับ"
"สวัสดีครับ ผมการันต์นะครับ"
"อ้าว มีธุระอะไรรึเปล่าครับ ได้เบอร์ผมมาจากภพหรอ"
"ผมอยากโทรมาถามคุณตรงๆ ว่าคุณเป็นอะไรกับพี่ภพ"
"ฮ่าๆ ตลกจังเลยเรา ทำไมเราไม่ถามแฟนเราดูล่ะ"
"ผมอยากฟังจากปากคุณ"
"งั้นนัดเจอกันหน่อยไหมครับ คุยแบบนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่เลย"
จากนั้นกรณ์ก็นัดสถานที่เป็นร้านอาหารแห่งนึงในห้างสรรพสินค้า วิวนายและกอล์ฟได้ฟังจากการันต์ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะให้การันต์ไปคุยทันทีให้รู้เรื่องทำให้การันต์มีความมั่นใจในการเผชิญหน้ามากขึ้น เมื่อเขามีเพื่อนๆคอยอยู่ข้างๆ เจ้าตัวก็ตัดสินใจว่าเป็นยังไงเป็นกัน ไม่ว่าจะรู้เมื่อไหร่ ยังไงถ้าเป็นความจริงเขาก็ต้องรู้อยู่ดี...
การันต์เดินเข้ามายังสถานที่นัด วิวนายและกอล์ฟตัดสินใจที่จะนั่งรออยู่ที่ร้านไอติมข้างๆกันเพื่อให้การันต์เข้าไปคุยกับกรณ์เพียงลำพัง
"นั่งก่อนสิครับ" กรณ์เชิญคนมาใหม่นั่งลงฝ่ายตรงข้ามเขา
"เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ"
"แปลกใจนะเนี่ย ที่เห็นโทรตรงเข้ามาหาเลย" กรณ์ว่าอย่างอารมณ์ดี
"คุณเป็นอะไรกับคุณข้ามภพ" การันต์ถามอย่างไม่ต้องการต่อบทสนทนาอย่างอื่นด้วยให้มากความ
"ก็แค่คู่ขาเก่าน่ะครับ แต่เผอิญคุณน้าแม่ของคุณข้ามภพเนี่ย เขาเห็นว่าบังเอิญเหมาะสมกัน ก็เลยเชียร์ให้เราตกลงปลงใจกันน่ะสิ ...แหม คุณข้ามภพก็อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วด้วย" กรณ์อธิบายด้วยรอยยิ้ม
ยิ้มในแบบที่การันต์หมั่นไส้ที่สุด
"หมายความว่ายังไงตกลงปลงใจ" การันต์ถามด้วยใจที่กระตุกวูบ
"คงไม่ได้ยินอะไรมาจากคุณข้ามภพเลยสินะ" กรณ์ว่าอย่างจับได้
การันต์ต้องไม่รู้อะไรมาเลยจริงๆถึงได้ถามเขาละเอียดแบบนี้
"ก็ทางบ้านคุณภพเขารับได้เรื่องเพศ แต่เขาอยากให้ดูความเหมาะสมเรื่องฐานะทางบ้านน่ะครับ" คราวนี้กรณ์ว่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ไม่ได้ตั้งใจให้รู้สึกว่าเหยียดหยามแม้แปลความหมายตามความจริงแล้วมันก็ไม่ต่างจากการเหยียดตั้งแต่แรกเริ่มเปิดประโยคมา
"เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะครับ" การันต์ว่าก่อนลุกเดินออกไปทันที ทิ้งให้กรณ์นั่งอยู่ด้วยใบหน้าไม่ยินดียินร้ายอะไร
"พี่เป็นไงบ้าง" กอล์ฟเป็รคนแรกที่เห็นการันต์เดินออกมาจากร้านก็รีบตรงเข้าไปถามทันที
"ก็ชัดเจนดี" การันต์บอกด้วยแววตาเหม่อลอย
"เฮ้ย รันต์โอเคนะ" วิวถามอย่างเป็นห่วงจับใจ สีหน้าไม่ทุกข์ร้อนของเพื่อนมันแย่ยิ่งกว่าฟูมฟายเสียอีก เพราะมันทำให้ดูไม่ออกเลยว่าการันต์กำลังคิดอะไร
"ให้ผมไปส่งพี่ไหม" นายถาม
การันต์พยักหน้ารับช้าๆ ...ตอนนี้เขาต้องการมีคนอยู่ข้างๆ เขาคงยังไม่พร้อมจะเผชิญมันลำพัง
การันต์ตัดสินใจให้นายไปส่งที่ร้านกาแฟของแนนและติน เขาไม่มีที่ไปมากนัก เมื่อมาถึงก็เจอนิวอยู่ที่นี่ด้วย การันต์เมื่อเห็นเพื่อนก็ตรงเข้าไปสวมกอดอย่างหมดแรงทันที
"เฮ้ย รันต์เป็นอะไร" นิวถามด้วยความตกใจ
แนนและตินที่มองทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วก็รีบตรงเข้ามาดูการันต์ด้วยอีกคน เห็นน้องชายตัวเองเป็นแบบนี้แล้วใจไม่ดีหันมองหน้ากัน แต่ก็ทำได้เพียงช่วยลูบหลังปลอบใจป้อยๆ
รีไรท์ 29.08.2021
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments