ตอนที่ 5 จาบีออกโรง! #จาบี
วันนี้เป็นวันเกิดของคุณโซ่ นายน้อยคนเดียวของบ้านหลังใหญ่หลังนี้ เขาเป็นเด็กน้อยที่ถูกพ่อของตัวเองขายเพื่อแลกกับเงินซื้อยา ช่างน่าสงสารจริงๆ ผมอยู่กับเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว เรียกได้ว่าเห็นเขาเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ ของตัวเองเลยละ
ผมต้องคอยดูแล เล่น สอน อยู่กับเขาวันหนึ่งหลายชั่วโมง แต่นั่นก็เป็นเพราะคำสั่งของเจ้านายของผมนั่นแหละ ถึงอย่างงั้นผมก็มีความสุขที่ได้อยู่ในทุกช่วงการเติบโต การเรียนรู้ของเขาอยู่ดี ไม่ได้เห็นว่ามันลำบากเลยสักนิดเดียว
“จาบี! ” ทั้งๆ ที่วันนี้ผมควรได้พักและปล่อยให้คุณโซ่ได้กิน ได้เล่นมากกว่าปกติ ผมเองก็จะได้ปล่อยตัวเองให้กินอะไรเต็มทีกับพวกเพื่อนๆ บ้าง กลับต้องรีบวิ่งมาหานายของตัวเองด้วยความรวดเร็ว
“ครับนาย! ” ผมรีบจัดการชุดของตัวเองที่เริ่มหลุดออกนอกระเบียบตามกาลเวลาให้เรียบร้อย ก่อนจะรีบยืนตรงมองหน้าเข้มๆ ของผู้เป็นนายทันที
“ตามโซ่ไป...” คนตรงหน้าไม่พูดอะไรต่อ เขาแค่มองไปตรงๆ ดวงตาคมเข้มไม่แม้แต่จะกะพริบด้วยซ้ำกลับแข็งกร้าวขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก
“ครับ?” ผมหันไปมองตามสายตาของนาย เห็นเพียงชายแปลกหน้าอีกคนยืนข้างกายคุณโซ่ในซุ้มตักอาหารเท่านั้น
“อ้อ...คุณโซ่ดูมีความสุขนะครับ ดีจังที่เขามีเพื่อนแล้ว” นั้นคืออีกเรื่องที่ผมกังวลเกี่ยวกับคุณโซ่ของผม เขาไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนเลย เรียกว่าไข่ในหินก็คงจะได้ ทั้งเรียนในบ้าน เล่นในบ้าน กินนอนในนี้ทุกอย่าง จนเพื่อนคนอื่นเริ่มต่อว่าผม ใช่! ผมเป็นคนดูแลเขาตั้งแต่เริ่ม แล้วไงละ? ในเมื่อคนที่สั่งการทุกอย่าง ตัดสินใจทุกเรื่องไม่ใช่ผม แต่เป็นเจ้านาย
“หุบปาก ฉันบอกให้แกตามไปปก็ตามไปสิวะ! ” เสียงเข้มของเจ้านายดังก้องไปทั่ว จนลูกน้องคนอื่นๆ ในงานเลี้ยงวันสำคัญของคุณโซ่ ต่างพากันหุบปากเงียบทุกคน
ต่างกันก็แค่ผู้หญิงข้างกายนายเท่านั้นที่ดูจะมีความสุขกว่าใคร
“แต่นายครับ คุณโซ่โตแล้ว ในฐานะพี่เลี้ยงของเขาผมมั่นใจว่าเขาดูแลตัวเองได้ครับ อีกอย่างวันนี้เป็นวันเกิดของเขานะครับ นายน่าจะปล่อยให้เขามีเพื่อนได้แล้ว...”
“อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ....” ผมได้แต่มองหน้าตื่นๆ สับสนกับการกระทำของเจ้านายตัวเอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมานายเป็นคนสั่งคนในบ้านเองแต่ตอนนี้เขากลับแหกกฎที่เขาเป็นคนตั้งเองกับมือ
ห้ามพูดคำหยาบ หนึ่งในกฎมากมายที่นายของผมสร้างขึ้นมาตั้งแต่รับคุณโซ่มาเลี้ยง แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มพูดมันอีกครั้งหลังจากไม่ได้พูดมานานหลายปี
ผมรีบหันไปมองคุณโซ่ทันที กลัวว่าเขาจะได้ยินแล้วพูดตามที่นาย ผมไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะเห็นด้วยกับกฎข้อนี้ที่นายสร้างไหม แต่สำหรับผม ผมโคตรเห็นด้วยเลย ใครจะไปอยากให้เด็กน้อยตาดำๆ พูดคำหยาบกันละ อยากให้โตมาเป็นผู้ใหญ่ดีๆ กันทั้งนั้นแหละ
แต่ตอนนี้เจ้านายของผมกำลังทำเรื่องนั้นอยู่นะสิ โชคดีที่คุณโซ่ไม่ได้ยิน ผมมองเด็กน้อยในสายตาของผมกำลังหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่ไม่ไกล มือน้อยๆ คอยชี้อาหารตรงหน้าที่ละอย่างสองอย่าง ก่อนจะกระซิบอะไรบ้างอย่างที่ข้างหูคนแปลกหน้าคนนั้น
“กูบอกให้ไปก็ไป! ” ใจหายใจคว่ำหมด...เฮ้อขวัญเอ๋ยขวัญมา ผมได้แต่ปลอบใจตัวเองอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา อยู่ๆ นายของผมก็ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เหนื่อยหน่าย อยู่เต็มไปหมด
“ครับ! ” ผมได้แต่ตอบสั้นๆ แล้วรีบเดินตามคนทั้งสองไป ฤทธิ์ของเหล้าที่ผมแอบดื่มไปก่อนหน้านี้หายไปในทันที เพียงแค่นายสั่งจาบีคนนี้ก็ต้องทำ! ถึงผมจะไม่ต้องการเอาตัวเองไปกั้นเรื่องพวกนี้อีกแล้วก็เถอะ
ผมยังจำเหตุการณ์ประมาณนี้ของนายได้ดี ตอนนั้นเป็นช่วงที่คุณโซ่อายุได้สิบสามปี นายได้รับเด็กเข้าหน่วยของผมเพิ่ม แทนที่ลุงสมที่ออกไปเลี้ยงหลานที่บ้านเกิด เพราะเด็กคนนั้นเป็นคนเดียวที่อายุไม่ห่างจากคุณโซ่หลายปีแบบพวกผม ย่อมสนิทกับคุณโซ่ได้ง่ายกว่า
สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีเลยละ อยากให้คุณโซ่มีสังคมอื่นมากกว่าที่จะต้องมานั่งคุย นั่งเล่นกับคนแกๆ แบบพวกผม พวกเราเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ปล่อยให้คุณโซ่เล่นกับเจ้าเด็กใหม่คนนั้น เล่นมุกตลกๆ กับคุณโซ่ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณโซ่ดังไม่หยุด และเกิดขึ้นทุกๆ วัน
แต่เพราะนิสัยบางอย่างของเจ้านาย ผมจึงตัดสินใจไม่รายงานเรื่องนี้ให้เขาฟัง และทุกวันก่อนนอนหน้าที่ของผมคือการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่นายไม่อยู่ในบ้าน เรื่องของเด็กที่นายเก็บมาเลี้ยง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณโซ่ นายจะต้องรับรู้ด้วย แต่มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ผมยอมให้เขารู้ไม่ได้
เด็กเองก็ต้องการสังคมเล็กๆของเขาเช่นกัน เพราะงั้นการตัดสินใจเองครั้งแรกของผมไม่มีทางพลาดแน่นอน!
แต่แล้วความลับที่พวกเราทั้งหน่วยช่วยกันปิด ก็แดงออกมาจนได้ วันนั้นนายทั้งโมโห ทั้งโวยวายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แถมบังคับในคุณโซ่นั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ตามลำพัง เพื่อเป็นการรับผิดชอบ...แทนพวกผม
เด็กเล็กๆ คนหนึ่งที่กางมือออกมาปกป้องผู้ใหญ่กว่าสิบชีวิต เด็กน้อยคนเดียวที่ออกปากพูดแทนพวกเรา และก็เป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ขอรับผิดทุกอย่าง ที่ตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิดไป แลกกับจุดยืนของพวกเราทุกคนในหน่วย ที่ไม่ต้องถูกไล่ออกจากอารมณ์หงุดหงิดของนายในตอนนั้น
ทั้งที่คิดว่ามันจะจบแล้ว อายุของคุณโซ่ก็ถือว่าโตพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว ทั้งที่คิดมาตลอดว่าวันนี้จะเป็นวันแรกที่นายเปิดประตูเล็กๆ ให้คุณโซ่ได้ออกเดิน สุดท้ายผมก็คิดผิด
“ความลับของเราสองคนงั้นหรอ...ไม่เลวๆ” เด็กหนุ่มตัวสูงกว่ายิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะตัดอาหารในจานที่ดูเหมือนข้าวเจ้าปิง น้องหมาที่บ้านของผม ถึงอย่างงั้นใบหน้าหล่อเหล่าของเขาก็ยังประดับด้วยรอยยิ้มและทานต่อไปเรื่อยๆ
“เฮ้อ...ลมเย็นสบายจัง โซ่ไม่ค่อยได้ออกมานั่งเล่นแบบนี้นานๆ หรอก” คุณโซ่เรียกชื่อเล่นของเขาแทนตัวเอง หืม? แบบนี้มันแปลกๆ แหะ
“ทำไมละ บ้านออกจะใหญ่โตแบบนี้ จะนั่งเล่นตรงไหนก็ได้ไม่ใช่หรอ?” มันไม่ใช่อย่างงั้นนะสิไอ้หน้าหล่อ ผมได้แต่กำหมัดแน่นพลางซ่อนตัวใกล้ๆ พวกเขาทั้งสอง
“พี่เรียวเขาไม่ชอบน่ะ...” รอยยิ้มแสนเศร้าฉายบนใบหน้าหวานของคุณโซ่ จาบีคนนี้เข้าใจดีครับ เพราะงั้นผมถึงได้ถามคุณตลอดไง...ว่านายแกล้งอะไรคุณโซ่รึเปล่า
“หืม? ....งั้นหรอ แล้วลูกน้องไม่ช่วยรึไง บ้านนายมีลูกน้องในสังกัดตั้งเยอะแยะ ตระกูลก็ดัง อิทธิพลก็เยอะ แค่นายสั่งทุกคนก็ทำตามอยู่แล้ว” คำพูดของไอ้หล่อมันเหมือนมีดทิ่มกลางหัวใจผม ทั้งเจ็บและจุก มันพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่ารู้สึกจุกมากมายขนาดไหน
“ไม่ละ..แค่นี้โซ่ก็ทำให้พวกเขาลำบากจะแย่อยู่แล้ว” เด็กน้อยของผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“หืม....นั้นสินะ มันก็มีอะไรหลายๆ อย่างละเนอะ เราเข้าใจ พี่พายเล่าให้ฟังหมดแล้ว” ไอ้หล่อยังคงยิ้มกว้างให้นายน้อยของผม ไม่รู้ทำไหม ผมถึงรู้สึกไม่ดีกับรอยยิ้มแบบนั้นของมันเอาซะเลย
“เล่าอะไรหรอ?”
“ก็หลายๆ อย่างเยอะแยะมากเลยละ แล้วโซ่อยากไปเที่ยวทะเลดูไหม?” ไอ้หล่อเอียงคอถามอีกครั้ง เจ็บใจแทนเจ้านายจริงๆ ! คนข้างกายคุณโซ่ตอนนี้ถึงผมจะไม่อยากยอมรับ แต่มันก็หล่อพอๆ กับนายของผมจริงๆ ทุกอย่างดูสูสีคู่คี่กันไปหมด มีอย่างเดียวที่นายของผมต้องแพ้แน่ๆ คือ...อายุ
ถึงนายจะหน้าเด็กก็เถอะ แต่คนนี้คุณโซ่ไม่ได้เรียกมันว่าพี่เลยนะ ถึงคำพูดจะดูสุภาพก็ตาม
“อยากสิ! โซ่ยังไม่เคยไปเลย” นายน้อยอยากไปสินะครับ จาบีคนนี้ก็อยากพาไป
“งั้นเราไปกันไหมล่ะ ในเมื่อลูกน้องของนาย ไม่สิ...คนสนิท ช่วยอะไรไม่ได้ ปล่อยให้นายตัวเองถูกรังแก หรือต่อให้ช่วยก็คงทำอะไรมากไม่ได้อยู่ดีนั้นก็นายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ไม่มีอันจะกิน นี้ก็นายที่เลี้ยงมาเองกับมือจนรู้สึกเหมือนเป็นน้องแท้ๆ เราก็จะช่วยโซ่เอง” ดวงตาคมเข้มของมันมองมาที่ผมราวกับรู้อยู่แล้วว่าผมแอบฟังอยู่ ทั้งที่ผมมั่นใจดีว่าการซ่อนตัวของผมไม่แพ้ใคร แต่สายตานั้น...คงจะรู้ตั้งแต่แรกสินะว่าผมแอบอยู่ตรงนี้ ชิ! หงุดหงิดวะ!
“ไม่ได้ครับ พี่เรียวคงไม่ปล่อยให้โซ่ไป” อีกแล้ว...คุณโซ่ทำเสียงเศร้าอีกแล้ว...
“ไม่เป็นไรหรอกน่า! ปล่อยให้เราจัดการเอง” ร่างสูงค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นยื่นช้าๆ ก่อนจะลูบหัวของคุณโซ่เบาๆ ด้วยสายตาอบอุ่นต่างจากเมื่อครู่ที่มองผมอย่างชัดเจน
“เดี๋ยวมานะไปตักอะไรเพิ่มก่อน รออยู่ตรงนี้ละ”
เมื่อเห็นร่างสูงค่อยๆ เดินออกไป ผมก็ตัดสินใจออกจากที่ซ่อนตัวแล้วเดินมาหาคุณโซ่ทันทีเช่นกัน เด็กน้อยมองผมก่อนจะยิ้มให้แบบทุกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ผมชอบมากเลยละ อยากจะปกป้องดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้
“เป็นไงบ้างครับ ทำไมเจ้าของงานมาหลบอยู่ตรงนี้” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะถือวิสาสะนั่งข้างกายแทนที่ไอ้เจ้าหล่อนั้นทันที
“ก็โอเคแบบทุกปีละมั้งครับ” เขาตอบยิ้มๆ
“คุณโซ่ครับ ทำไมไม่เข้าไปในงานละ อยู่แบบนี้คนเดียวได้อย่างไง” นอกจากจะทำให้นายเป็นห่วงแล้ว ยังทำให้ผมเป็นห่วงอีกด้วย ไอ้หน้าหล่อนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ไว้ใจได้มากแค่ไหน จะทำอะไรคุณโซ่รึเปล่า คำถามมากมายพวกนี้เกิดขึ้นในหัวผมซ้ำๆ ไม่หยุด
“ดูแลแขกคนสำคัญแทนพี่เรียวครับ” เขาตอบเสียงเรียบ ใบหน้าตายด้านเย็นชาไม่ได้มองมาที่ผม กลับมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
“แขก? คนสำคัญ?” ทำไมผมไม่รู้ละ? ถ้าสำคัญจริงๆ นายก็ต้องสั่งให้ผมเตรียมคนดูแลแล้วสิ ในเมื่องานนี้นายเป็นคนสั่งผมให้จัดการเองกับมือ ทั้งจำนวนแขกที่น้อยลงทุกปีๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ ในจะสั่งให้ผมไล่แขกอ้อมๆ ไม่ให้อยู่นานนั้นอีก การกระทำของเจ้านายเริ่มขัดแย้งกันเองแล้วรึไงกัน?
“ครับ ผู้ชายที่เขากำลังตักอาหารตรงนั้น เป็นน้องชายแฟนของพี่เรียว” นิ้วเล็กๆ ชี้ไปหาไอ้หล่อนั้น
“เดี๋ยวนะครับคุณโซ่...แฟน?” อย่าว่าแต่ถามคุณโซ่กลับเลย ใจของผมก็ถามตัวเองกลับเช่นกัน ช่วงที่นายอยู่ข้างนอกผมไม่ได้ตามออกไปด้วยทุกวันแบบเมื่อก่อน เพราะตอนนี้หน้าที่หลักของผมคือการจับตาดูเด็กน้อยคนนี้แทนนายเท่านั้น
แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ไม่คิดว่าคนแบบนาย นิสัยแบบนั้นจะมีแฟนกับเขาได้อย่างไงอยู่ดี
“ครับ ก็ผู้หญิงที่อยู่กับพี่เรียวไง นอกจากเธอแล้วจะมีใครอีกละครับ คนที่เอาของขวัญมาให้ผมทุกปีไงครับ...อ่า...ของขวัญที่หายไปทุกปีจนผมต้องให้จาบีช่วยหายไง กล่องครีมๆ” เด็กน้อยพยายามอธิบายให้ผมฟัง จนในที่สุดผมก็นึกออกสักทีว่าคนคนนั้นเป็นใคร
“นั้นสิครับหายไปไหนทุกปีนะ?” ผมตอบเขาด้วยรอยยิ้ม แม้จะจับตัวคนร้ายที่ขโมยไปได้แล้วก็เถอะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เราคุยกันได้สักพักไอ้หน้าหล่อนั้นก็เดินกลับมา พร้อมของกินมากมายกว่าเดิม นี่มันกินหรือยัดวะเนีย!
“หืม...เอาเถอะคงโดนสั่งมาละสิ....เราตัดมาเผื่อด้วยนะ” มันหันมามองผมด้วยสายตาเหยียดๆ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้คุณโซ่ แหม่! หน้าหมั่นไส้!
“ขอบคุณครับ แต่จริงๆ พี่เต้ไม่ต้องตัดมาเผื่อก็ได้” คุณโซ่รีบกล่าวขอบคุณ แต่ถึงอย่างงั้นเด็กน้อยก็ยังเกรงใจอยู่ดี
“เราบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกพี่ ไม่อยากเป็นพี่สักหน่อย” ไอ้หล่อตอบ มันมองผมด้วยสายตาจิกกัดตลอดเวลา เห็นทีผมกับมันคงต้องมีเรื่องเข้าสักวัน
ไอ้หล่อได้แต่นั่งกินอยู่ข้างๆ คุณโซ่ มันชวนคุณโซ่คุยไม่ได้หยุด เรียกรอยยิ้มเสียงหัวเราะของเขาไม่ขาดสาย ดูจะเป็นพวกที่สนิทกับคนง่าย เข้าหาคนเก่ง ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่มันผมคงจะดีใจและหมดห่วงมากกว่านี้ แต่เพราะเป็นมันผมเลยไปไหนไม่ได้ และไม่คิดที่จะไปด้วย
“โซ่เมื่อไรพี่ชายขี้เมานั้นจะไปสักที” ไอ้หล่อเอยขึ้น
“เออคือ...” คุณโซ่ตอบมันไปเลยสิครับ! ว่าผมเป็นพี่เลี้ยง คนสนิท พี่ชาย หรืออะไรก็ได้ให้มันเข้าใจแล้วหยุดไล่ผมสักที
“เหม็นเหล้าจะตายโซ่ไม่เหม็นหรอ?” ...ผมเริ่มทำตัวไม่ถูก รีบดมกลิ่นกายของตัวเองทันที จะไม่เชื่อมันก็ไม่ได้ ยังไงคุณโซ่ก็เป็นพวกไม่พูดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว
“...ผมไปก่อนนะครับ...” ผมกัดฟันพูดรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ กลิ่นเหล้าติดตัวผมแรงจริงๆ อย่างที่ไอ้หล่อว่านั่นแหละ ไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นพี่ชายที่แสนดีอย่างจาบีคนนี้ ในสภาพแบบนี้เลย เอาวะรีบไปอาบน้ำแล้วรีบมาก็ได้ คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก
“จาบี...ไม่ต้องหรอก ไม่ได้เหม็นอะไรขนาดนั้น” คุณโซ่ตอบยิ้มๆ นางฟ้า! นี่มันนางฟ้าชัดๆ แต่ว่า...จาบีคนนี้รู้ตัวดีครับ
“เดี๋ยวผมจะรีบกลับมา” ผมรีบตอบก่อนจะวิ่งสุดแรงไปโซนบ้านพักคนงานด้านหลังเพื่ออาบน้ำทันที
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments