ตอนที่ 10 จุดจบของเด็กดื้อ
ผมบอกเขาแบบนั้นก็จริง แต่สำหรับผมมันคือการตอกย้ำให้ตัวเองจำ ว่าสุดท้ายแล้วผมเป็นได้แค่อะไรในชีวิตเขา มันเป็นอะไรที่ยากสำหรับผมในการพูดคุยกับเขาตอนนี้
อะไรมันก็ไม่เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เต็มไปหมด อยู่ๆ พี่เรียวก็ปืนบันไดขึ้นมา ทำไมไม่เคาะประตู แต่ถึงเขาเคาะจริงๆ ผมก็ไม่เปิดให้เขาอยู่ดี ในสภาพที่ใจของผมเหนื่อยล้าแบบนี้คงยากที่ผมจะยอมเปิดให้เขาเข้ามา แต่ครั้งนี้ที่ผมยอมเป็นเพราะอยู่ต่อหน้าลูกน้องของเขามากกว่า
ผมไม่อยากให้พี่เรียวเสียหน้าต่อคนของเขา ไม่ว่าอย่างไงเขาก็เป็นถึงเจ้าของบ้านหลังนี้ หากเสียการปกครองไปด้วยเรื่องเล็กๆที่เกิดมาจากผม คงจะแย่แน่ๆ
“โซ่...หยุดคิดไปเองได้แล้ว” ร่างสูงกอดรัดผมแน่นขึ้น พยายามเข้า...แค่ยิ้มให้เขาแล้วไล่เขาออกไป เราทำได้อยู่แล้ว...
“ไม่เอาน่าพี่เรียว ผมโตแล้วนะ ออกไปได้แล้วครับผมจะนอนแล้ว” ผมไม่ได้ทำเสียงสั่นใช่ไหม มือของผมยังสงบนิ่งแบบเดิมรึเปล่า ถ้ายังสงบนิ่งแบบเดิม...แล้วทำไมผมถึงรู้สึกชาไปหมด ทั้งที่พยายามแล้ว ทำไมใจของผมยังเจ็บอยู่แบบนี้
“ทำไมไม่ยอมพูดออกมาสักที! โซ่...พูดมันออกมา...” ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ผมออกแรงดันเขาให้ออกห่างจากตัวผม แต่ไม่ว่าผมดันมากเท่าไรเขาก็ไม่ยอมออกไปสักที กลับดันผมให้ล้มลงไปนอนบนเตียงแทน โดยมีร่างของเขาคร่อมร่างของผมอยู่
“พี่เรียว...ปล่อยครับ” ผมกลั้นใจพูดกับเขาอีกครั้ง หวังให้คนสูงกว่ายอมทำตามคำขอแต่แล้วเขากลับนิ่งเงียบ ราวกับสิ่งที่ผมพูดไม่ใช่คำตอบที่เขาอยากฟัง
“พูดมันออกมา...โซ่...พูดมันออกมาสักที” เสียงเข้มเอยที่ข้างหูของผมอีกครั้ง
“พี่เรียว...ต้องการให้ผมพูดอะไรละ” ท่ามกลางความเงียบสงบของเราสองคน ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวและการตอบสนองใดๆ ทั้งจากผมและจากเขา ทุกอย่างสงบนิ่งตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่ที่ผมถามเขากลับไปแบบนั้น เขาก็ไม่ตอบอะไรผมอีกเลยเพียงกอดผมไว้แน่นไม่ไปไหน และผมก็ไม่พูดอะไรออกมาเช่นกัน ในเมื่อคำขอของเขาไม่ชัดเจนผมเองก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปเช่นกัน
“พี่เรียว...” ผมเป็นคนทำร้ายความเงียบด้วยตัวเอง ใช้มือเล็กๆ ของตัวเองลูบแผ่นหลังของเขาอย่างเบามือ รู้ดีว่าเขาต้องเหนื่อยมากแค่ไหน แบกรับอะไรไว้บ้าง ผมรู้ดี...ดังนั้นจะให้เรื่องของผมมาเป็นภาระของเขาอีกไม่ได้
“...” ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรอย่างที่คิดไว้ มีเพียงเสียงลมหายใจดังเบาๆ ที่ข้างหูของผมเท่านั้น
“จะนอนด้วยกันใช่ไหม?” ผมมองเพดานห้องสีขาวสะอาดตา พลางลูบหลังเขาไม่หยุด ไม่เข้าใจความคิดของคนบนร่างแม้แต่น้อย หรือต่อให้ตัวผมอยากจะทำความเข้าใจเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่ในเวลาแบบนี้แค่เรื่องของตัวเองก็เต็มสมองไปหมดแล้ว
“ถ้าจะนอนด้วยกันก็ไปอาบน้ำนะครับ ผมเหม็นกลิ่น...เลือด” ภาพความทรงจำในห้องกระจกฉายซ้ำในหัวของผม ทั้งเสียงเกรี้ยวกราด เลือด กลิ่นเหม็นของมันที่ติดจมูกผม ทั้งสภาพของพี่จาบี สายตาของทุกคน ผมยังจำมันได้ดี...
“โซ่จะหนีพี่ไปไหม จะไล่พี่อีกรึเปล่า?” เสียงเศร้าเอยกับผมก่อนจะกระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้น จนร่างของเราทั้งสองแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศได้รอดผ่านไปมาเลยสักนิด ใจที่คิดว่าแข็งแรงมากพอที่จะไล่เขาออกไปได้กลับอ่อนยวบไม่เป็นชิ้นดี โซ่ของโทษที่ยังเป็นน้องชายธรรมดาๆ ของพี่ไม่ได้ โซ่ขอโทษ แต่โซ่จะพยายาม....
“งั้น...พี่เรียวก็อาบน้ำในห้องของโซ่แล้วกันดีไหมครับ?” แค่วันนี้เท่านั้น ขอแค่วันเดียว...อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่ผมจะได้จากเขาก็ได้ แค่วันนี้วันเกิดของผม...
“ได้หรอ?” ชายหนุ่มรีบคล้ายอ้อมกอดแล้วดันตัวมองหน้าผมทันที
“ครับ พี่เรียวลุกขึ้นก่อนได้ไหม ผม....” ผมยังพูดไม่ทันจบใบหน้าที่เมื่อจะสดใสเมื่อครู่ก็กลับมาเข้มอีกครั้ง ทั้งหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากที่กัดแน่นราวกับไม่พอใจอะไรบ้างอย่าง ผมยังพูดไม่ทันจบสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้ทำเรื่องน่าหงุดหงิดด้วย!
“...แทนตัวเองว่าโซ่” พี่เรียวพูดอีกครั้ง
“...ก็ได้ๆ โซ่จะไปเปิดประตู” เขารีบลุกตามคำขอของผมทันที แม้จะปล่อยให้ผมได้ลุกเดินไปไหนมาไหนในห้องเองแล้วก็ตาม แต่มือหนายังจับฝ่ามือของผมไม่ปล่อย กลายเป็นว่าผมเดินไปไหนเขาก็เดินตาม จะหยิบจะจับอะไรก็ไม่ถนัด เพราะมือของผมถูกเขาจับกุมไปแล้วข้างหนึ่ง
กึก กึก กึก กึก
ในที่สุดความพยายามของผมก็สำเร็จ กว่าจะปลดกลอนที่พี่จาบีแอบเอามาติดให้ได้ก็เสียเวลาไปหลายนาที
“โซ่จะทำอะไร?” พี่เรียวถาม แต่สายตากลับมองไปที่เจ้ากลอนสีเงินตัวใหญ่อย่างหงุดหงิด
“ไปเอาเสื้อผ้าพี่ไงครับ ห้องโซ่ไม่มีเสื้อตัวใหญ่” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป
“นายจะไปไหนครับ” พี่ลิงเอยทักทันทีที่เห็นผมออกมาจากห้อง โดยไม่สังเกตเห็นเจ้านายตัวจริงของเขา ที่ยืนอยู่ด้านหลังของผมเลย
“ไปห้องพี่เรียวครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่อยากให้พวกเขาคิดมากเรื่องผม การลงโทษในครั้งนี้ผมเป็นคนเสนอเองไม่เกี่ยวกับใคร แต่ถึงอย่างงั้นคนพวกนี้กลับไม่คิดแบบเดียวกับผม
“นายพักเถอะครับ เดียวผมให้เด็กไปเอาเอง ต้องการอะไรครับ” พี่ลิงยกมือขึ้นเล็กน้อย หนึ่งในลูกน้องของเขาก็รีบเดินตรงมาที่พวกเรา ก่อนจะโค้งให้ผม
“ไม่ต้องๆ ผมไปเอาเอง...” ผมโบกมือไปมาช้าๆ เตรียมออกตัวเดินอีกครั้ง แต่พวกเขากลับไม่ยอมเปิดทางให้ผมผ่านไปง่ายๆ อยู่ๆ ก็รีบวิ่งมาออหน้าห้องพลางโค้งก้มหน้าให้ผมทุกคน แม้แต่ก้าวเท้าแค่หนึ่งก้าวยังทำไม่ได้เลย ส่งผลให้คนตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านในพร้อมมืออีกข้างของผม
“ขอร้องล่ะครับนาย! ” เสียงพูดดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกพี่เป็นอะไรกันไปหมดเนีย?
“นายน้อย...” พี่สมชายโค้งให้ผมเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ โชคดีที่เขาไม่ได้เข้ามาร่วมวงกับพวกพี่ลิง ไม่งั้นผมคงลำบากใจยิ่งกว่านี้
“....” ผมหันไปมองพี่เรียวด้านหลัง เขาไม่พูดอะไรทั้งกับผมและกับทุกคน แค่ทำหน้านิ่งเรียบตึงเท่านั้น แววตาที่มองพวกเขาช่างน่ากลัว ว่างเปล่า
“เข้าใจแล้วๆ เฮ้อ เป็นของของ พี่เรียวเองให้พวกลิงไปเอาคงไม่ดีเท่าไร...สมชายไปเอาชุดมาให้พี่เรียวเปลี่ยนแล้วกันครับ เขาจะนอนกับผมที่นี้” ผมหันไปสั่งพี่สมชายที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลแทน ร่างสูงผิวเข้มรีบพยักหน้าให้ผมก่อนจะออกตัววิ่งไปทันที
“นาย! หมายความว่าไงครับ!! ” พี่ลิงรีบเงยหน้ามองมาที่ผม เอาจริงดิ...ไม่เห็นคนสูงๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลังรึไง ผมค่อยๆ เบี้ยงตัวช้าๆ เผยให้เห็นเจ้าของบ้านหลังนี้ที่ปั้นหน้าดุอยู่ใกล้ๆ
“คุณเรียว” พี่ลิงสบตาเจ้าของชื่อไม่มีท่าทีกลัวเขาเลยสักนิด ต่างจากก่อนหน้านี้ที่แม้แต่จะช่วยพี่จาบียังทำไม่ได้
“คุณ? ...หึ” พี่เรียวแสยะยิ้มมองพี่ลิงอย่างหัวเสีย ผมเองก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเรียกพี่เรียวแบบนั้นเหมือนกัน เอาเป็นว่าจับแยกก่อนดีกว่า...
“ลิงครับ...ผมอยากดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนนอนสักหน่อย ช่วยเตรียมให้ผมได้ไหม” ผมถามกลับด้วยรอยยิ้ม หวังให้บรรยากาศตรงนี้หายตีงเครียดลงบ้าง
“ได้ครับเดียวผมไปเตรียมมาให้” พี่ลิงยิ้มกว้างได้อีกครั้ง ไม่ลืมที่จะโค้งให้ผมแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปต่างจากกลุ่มคนพวกนี้...
“ส่วนทุกคนก็ไปประจำทีของตัวเองได้แล้วครับ ไม่ต้องเฝ้าหน้าห้องผมก็ได้” ผมมองทุกคนที่จะก้มหน้ามองพื้นอยู่ ไม่ยอมสบตาผมสักที
“....” เงียบอย่างเดียวไม่พอยังไม่ยอมขยับไปไหนด้วย
“เอาละ ขจร นที กิต เต่า ชา เล ...” ผมไล่ชื่อแต่ละคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้าๆ และทุกครั้งที่ผมเรียกชื่อของพวกเขา เจ้าของชื่อก็จะขานรับพลางยืนตรงทันที
“ครับ! ครับ! ” ผมไล่ไปที่ละคนจนครบในที่สุด รู้สึกว่าพวกเขาจะแปลกๆ ไปนะ แต่ก็เอาเถอะถ้ามีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ผมก็ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว
“แยกย้ายไปประจำทีของตัวเองได้แล้วครับ ใครที่ไม่ใช่เวรวันนี้ก็ไปนอน จะได้มีแรงมาเปลี่ยนเวรเพื่อนๆ อ้อ เต่า วันพรุ่งนี้แฟนคุณคลอดลูกชายไม่ใช่หรอครับดีใจด้วยนะ” ผมทักคุณพ่อมือใหม่อย่างพี่เต่าทันที เรียกเสียงแซวจากเพื่อนๆในกลุ่มของเขายกใหญ่
“ครับนาย! ” พี่เต่าเกาหัวเบาๆ แก้เขิน
“งั้นก็ไปอยู่กับเธอเถอะครับ จะได้มีคนพาไปโรงพยาบาล” ถ้าปวดท้องเวลาอยู่คนเดียวคงลำบากแย่
“ไม่ได้ครับ! นายอย่าไล่ผมเลย ผมอยากอยู่ดูแลนายครับ! ” พี่เต่ารีบตอบเสียงดังหยุดเสียงแซ่วของคนอื่นๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เมื่อกี้ทุกคนยังยิ้มและหัวเราะกันอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับทำหน้าจริงจังถึงจะยิ้มกันอยู่ก็เถอะ
“ถ้าผมสั่งอะไรพวกคุณก็จะทำใช่ไหมครับ?” ผมถามเสียงเข้ม รับสัมผัสที่แน่นขึ้นจากฝ่ามือของผม
“ครับนาย!! ” ทุกคนตอบพร้อมกันอีกครั้ง
“ครับ เต่ากลับไปดูแฟนที่บ้านได้แล้วครับ ผมอยากให้คุณและภรรยาได้เห็นหน้าลูกพร้อมๆ กัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เธอต้องการคุณมากที่สุด ไว้เธอออกจากโรงพยาบาลแล้วคุณค่อยกลับมา” ผมสั่งเสียงเข้มอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
“แต่นายครับ! ” ไหนบอกว่าฟังไง?
“ตรงนี้มีทุกคนอยู่ ผมไม่เป็นไร ไปได้แล้วครับ! เข้าใจไหม! ” ผมกดเสียงเข้มอีกครั้ง มองพี่เต่าที่น้ำตาคลอเล็กๆ
“ใช่นายพูดถูก มึงไปเลยเมียรอแย่”
“พวกกูอยู่เยอะแยะมึงกลัวอะไร นายของพวกเราไม่เป็นไรหรอก ไปได้แล้วร้องไห้อยู่ได้ โตเป็นควายแล้ว”
“ขอบคุณครับนาย! ผมไปก่อนนะครับ” พี่เต่ายกมือเช็ดน้ำตาของตัวเองลวกๆ แล้วมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เหมือนพ่อ...พ่อของผมมักจะยิ้มแบบนี้ รอยยิ้มที่มีความสุขจากใจจริง ท่านยิ้มแบบนี้ให้ผมกับแม่เสมอก่อนที่ท่าน...จะเสียคนที่รักที่สุดอย่างแม่ไป
“ครับ” ผมยิ้มกลับให้เขา ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าห้องอีกครั้ง ไม่สนใจเสียงพูดคุยหน้าห้องอีกต่อไป
“หืม? ...” ลืมไปเลยว่าตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียว...ผมหันไปยิ้มแห้งๆ ให้คนด้านหลัง ก่อนจะมองมือของตัวเองที่ถูกเขาจับอยู่ตลอดเวลา
“โซ่สั่งไปแบบนั้น พี่เรียวโกรธรึเปล่าครับ” ถ้าเขาโกรธขึ้นมาอีก คนที่ดวงซวยที่สุดอาจจะเป็นพี่เต่า หรือไม่ก็ผมก็ได้
“ไม่ พี่ไม่โกรธ แค่แปลกใจนิดหน่อย ดีจังที่โซ่ดีขึ้นแล้ว” คำว่าดีขึ้นแล้วของพี่เรียวหมายความว่าอะไรละ ถ้าความรู้สึกของผมที่มีต่อเขาละก็มันไม่ได้ดีขึ้นเลย
“ไม่สิ...ไม่เลย โซ่ยังไม่ได้พูดคำคำนั้นออกมา พี่ก็วางใจไม่ได้หรอก” ร่างสูงขมวดคิ้วอีกครั้ง
ก๊อกๆ
“นายน้อยครับ ผมเอาของมาให้” เสียงพี่สมชายดังจากหน้าห้อง
“เข้ามา...” กลับเป็นพี่เรียวที่ตอบแทนเจ้าของห้องแบบผม ในมือของเขามีชุดนอนสีเดียวกับผม พร้อมของใช้ส่วนตัวด้วยเช่นกัน
“...” พี่เรียวไม่ตอบอะไร เขาปล่อยมือออกจากผมแล้วเดินไปหยิบชุดตรงหน้าจากมือพี่สมชายเท่านั้น ก่อนจะพูดอะไรกันสองคนเบาๆ คงเป็นเรื่องงานอีกนั่นแหละ
“นายครับ ทานนมก่อนนะครับ” พี่ลิงเดินตรงเข้ามาหาผมที่นั่งเล่นอยู่ปลายเตียง รอให้พวกพี่เรียวคุยกันให้เรียบร้อย
“ขอบคุณครับ” ผมรับนมอุ่นๆ จากมือพี่ลิงมาดื่ม ความอุ่นที่กำลังพอดีทำให้ผมดื่มได้อย่างต่อเนื่อง รสชาติหวานอ่อนๆ แบบที่ผมชอบยิ่งทำให้ผมดื่มได้เร็วขึ้น
“อร่อยมากเลยครับ” ผมยิ้มหวานให้พี่ลิงที่รอรับแก้วคืนจากผม เขามองผมด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพแบบทุกครั้งแล้วเดินจากไป แต่ถึงอย่างงั้นพี่เรียวกับพี่สมชายก็ยังคุยกันไม่เสร็จ
“รู้แล้วน่า...พูดมากจริง” พี่เรียวกล่าวอย่างหัวเสีย
“ครับ ขอตัว” พี่สมชายรีบโค้งให้นายของเขาก่อนจะเดินออกไปจากห้องของผม ไม่ลืมที่จะปิดประตูกลับคืนตามเดิมให้ผมด้วย
“เสร็จแล้วหรอครับ” ผมหันไปถามพี่เรียวที่มองผมอยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงขยับมาใกล้ผมมากขึ้นๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมมือหนาที่ประคองใบหน้าของผมให้สบตากับเขา
“กินอะไรของเราเนีย...หืม?” พี่เรียวยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ พลางเคลื่อนใบหน้าของเขาเข้าใกล้ผมก่อนจะไล้เลียริมฝีปากของผมเบาๆ
“อืมอร่อยแฮะ...สงสัยเพราะ...” ว่าแล้วก็ใช้นิ้วของเขาลูบริมฝีปากของผมอย่างเบามือ
ตึกตัก ตึกตัก
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ เด็กดื้อแบบนี้ต้องจัดการ” ผมพูดอะไรไม่ออก ไปต่อไม่เป็นต่างจากเขาที่เดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี ไม่จริงน่า...ไม่ๆ ใจเย็นๆ...อ๊ากกกแบบนี้ก็เย็นไม่ไว้น่ะ!
โถ่เว้ย!...ทั้งที่พยายามจะตัดใจแล้ว...ผมสัมผัสริมฝีปากของตัวเองอีกครั้ง ความอบอุ่นที่ได้รับจากเขายังคงติดอยู่ที่เดิมไปหายไปไหน แล้วแบบนี้ผมจะตัดใจจากพี่ได้อย่างไง พี่เป็นอะไรของพี่อีกเนีย....แล้วหัวใจบ้าก็หยุดเต้นได้แล้ว!
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments