ตอนที่ 8 ดื้อ (ครั้งแรก) #เรียว
“โถ่โว้ย!!! ” ผมสบถเสียงดังหลังจากที่เด็กน้อยของผมเดินจากผมไป และต่อให้ผมตะโกนเรียกให้เขาหยุด เขาก็ยังเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลย
ทั้งที่มีโอกาสจะอธิบายกับเจ้าตัวแสบ แต่ผมก็ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้ ตอนที่เห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า ใจของผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะไปหมด ไม่คิดว่าเขาจะมาเห็นภาพแบบนี้ ต่อให้นี้จะเป็นเรื่องปกติของผมกับลูกน้องทุกคนก็ตาม
แต่กับโซ่คงไม่ใช่ ผมเลี้ยงเขามาในสภาพแวดล้อมที่ผมมั่นใจว่าดีที่สุด เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขา ผมทั้งตั้งกฎข้อห้ามมากมายไม่สนใจสายตาของลูกน้องตัวเอง ใครกล้าขัดคำสั่งหรือนินทา ผมก็แค่จัดการเท่านั้น ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล
และสิ่งที่ผมเกลียดมากที่สุด คือการไม่เชื่อฟัง.... ไม่ทำตามคำสั่ง... กับโซ่ผมอาจจะทนได้ และมั่นใจว่าไม่มีทางทำร้ายร่างกายเขาแน่ แต่ไม่ใช่กับลูกน้องของผม
“สมชาย! ...” ผมตะโกนเรียกชื่อลูกน้องคนสนิทอีกคน ไม่นานชายร่างสูงผิวเข้มก็ยื่นตรงหน้าผมด้วยท่าที่สงบอย่างเคย คงจะมีมันคนเดียวนี้แหละที่ทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง ไม่มีข้อยกเว้น มากกว่าไอ้จาบี ที่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยฟังผมเท่าไร แถมยังพูดมากกว่าเดิมด้วย
“ครับนาย” มันโค้งให้ผมเล็กน้อยก่อนจะยืนหลังตรงตามเดิม
“พรุ่งนี้ให้คนมาเก็บกวาดข้างใน กูไม่อยากให้โซ่มานั่งเล่นในห้องนี้ไม่ได้” ผมสั่งมันเสียงเรียบ ในหัวเอาแต่คิดถึงสีหน้าน่าสงสารของเด็กน้อย ทั้งเสียงที่เอยอย่างตัดพ้อและสิ้นหวัง ไหนจะสายตาเย็นชาว่างเปล่าไร้ซึ่งรอยยิ้มบนใบหน้าสวย
ยิ่งคิดผมก็ยิ่งปวดหัว ไม่รู้จะทำอย่างไงกับเขาดี ทั้งที่นี้เป็นแค่เรื่องธรรมดาในการอบรมสั่งสอนลูกน้องของผม กลับกลายเป็นเรื่องรุนแรงสำหรับเด็กน้อยอย่างโซ่
“ครับ...ผมจะรีบจัดการให้” สมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบมากกว่าผมเสียอีก ราวกับเป็นเรื่องปกติ
“มึงว่ากูทำถูกไหมวะ?” ผมเอยถามคนตรงหน้า มันเพียงหันมาสบตากับผมราวกับต้องการขออนุญาตที่จะพูดเรื่องที่คิด
“เออ...มึงพูดมา” ผมตอบปัดๆ เบื่อหน่ายกับนิสัยตรงเป็นไม้บรรทัดของมัน แต่เพราะมันเป็นแบบนี้ผมถึงไว้ใจและยอมรับมันให้เป็นมือซ้ายของผมอีกคนอย่างไงละ
“ครับขออนุญาตพูดความจริง ตามความคิดของผม” สมชายโค้งให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะรับแขกที่ผมนั่งอยู่
“นายทำเกินกว่าเหตุไปมากในครั้งนี้ คำสั่งของนายมันขัดแย้งกับกฎที่นายตั้งไว้ให้พวกเราปฏิบัติ นายตั้งไว้ว่าหากดื่มเหล้า เบียร์ ห้ามเข้าใกล้นายน้อย แต่ถึงอย่างงั้นนายก็สั่งให้จาบีเข้าไปจับตาดู สิ่งที่จาบีทำเพียงแค่ไปอาบน้ำให้กลิ่นเหล้าที่ดื่มหายไป และตาสว่างขึ้นเท่านั้น แล้วรีบกลับมาทันที แน่นอนว่าช่วงแรกเขาเฝ้าสังเกตอยู่ตลอดเวลา มีเพียงสิบห้านาทีหลังเท่านั้นที่เขาหายไป” สมชายค่อยๆ เล่าออกมาอย่างช้าๆ แต่ผมก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี สั่งอะไรไม่เคยได้ดังใจสักอย่าง
“และเรื่องที่ทำให้นายหงุดหงิดไม่ได้เกิดจากจาบีที่ไม่ฟังคำสั่ง แต่เป็นเพราะคุณเต้น้องชายของคุณพาย ทำแบบนั้นกับนายน้อย”
ตึ้ง!!
สมชายหยุดพูดต่อทันทีที่ผมตบโต๊ะตรงหน้า มันรีบก้มหน้ามองพื้นอย่างผู้น้อย ไม่กล้าสบตาผมอีก ยิ่งผมคิดถึงช่วงเวลานั้นผมก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งโมโห มันเป็นใคร? กล้าดีจากไหนมาทำแบบนั้นกับเด็กน้อยของผม ขนาดผมอยู่กับเขามาหลายปียังทำได้แค่หอมเส้นผมของเขาเท่านั้น แต่มัน! เพิ่งเจอเขาได้ไม่ถึงวันกลับหอมแก้มใสของเขา กอดคอ มากเกินไปแล้ว!
“แม่งเอ้ย!! ” ผมสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ต้นเหตุทั้งหมดมาจากไอ้เต้เวรนั้น เพราะมันทำให้ผมกับโซ่ต้องทะเลาะกัน
โดยเฉพาะคำพูดทิ้งท้ายของมัน ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด อยากจะกระชากคอมันมาแล้วต่อยมันซะตั้งแต่ตอนนั้น แล้วหักแขนมัน ข้างที่มันกอดร่างเล็กของผม ไม่ว่าจะข้างไหนผมก็จะจัดการมัน!
“ใจเย็นครับนาย นายน้อยยังไปไม่สุดทางเดิน อาจจะได้ยิน...” สมชายรีบเตือนสติผมทันทีที่มันสังเกตเห็นเจ้าตัวเล็กของผม กำลังเดินกลับเข้าห้องของเขาโดยมีหน่วยของจาบีตามหลังไปติดๆ ถึงมันจะทำให้ผมวางใจเรื่องความปลอดภัยของเขาก็ตาม แต่มันก็ทำให้ผมรำคาญใจมากเช่นกันที่เอาแต่ตามเด็กน้อยของผมอยู่แบบนั้น
“เฮ้อ...วันซวยอะไรวะเนีย” ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วแท้ๆ หลังวันเกิดของเขาในครั้งนี้ผมจะเริ่มแผนที่เตรียมไว้มาหลายปี มั่นใจว่ามันจะไปได้สวย กลับพังลงตั้งแต่ไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ เพียงเพราะภาพในวันนี้ที่เขาได้เห็น
“นายครับ ขออนุญาตเสนอความคิดครับ” สมชายพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้สนใจมันเท่าไร ในดวงตาของผมมีเพียงร่างบางที่กำลังเดินออกไปไกลมากขึ้นๆ ทุกที ทั้งที่เป็นทางกลับห้องของเขาแบบเดิมๆ ผมเองก็เฝ้ามองเขาจากห้องนี้ตลอด ทั้งที่เห็นจนชินตา ทั้งที่มีความสุขและผ่อนคลายทุกครั้งที่ผมมองเจ้าตัวแสบ แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป
ผมกลัว...ความกลัวที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในใจผม ตลอดชีวิตของผมไม่เคยกลัวอะไรมาก่อน ไม่ว่าจะคู่อริกลุ่มอื่น ปัญหาด้านธุรกิจ หรือตำรวจที่เข้ามาหาเรื่องไม่ได้หยุด ผมก็ไม่เคยกลัว มั่นใจด้วยซ้ำว่าพวกมันทุกคนต้องแพ้ให้กับผม แต่ครั้งนี้ผมกลัวจริงๆ
กลัวจะเสียเขาไป....
ยิ่งเห็นท่าทีแววตาของเขา แผ่นหลังเล็กๆ น้ำเสียง ทุกๆ อย่างที่เขาแสดงออกมาในวันนี้ เหมือนเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง มันต้องไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ๆ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้...ไม่ได้เลย
กลัวเขาตัดใจจากผม...กลัวเขาหนีผมไป...กลัวเขาจะไม่รักผม
ความกลัวมากมายเกาะกินหัวใจของผมเต็มไปหมด ผมไม่ได้โง่นะที่จะมองไม่ออกว่าเขารู้สึกแบบไหน ผมไม่ได้โง่ที่ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กคิดอะไรอยู่ ไม่ได้ตาบอดที่มองไม่ออกว่าเขามองผมแบบไหน ทุกอย่างที่เขาทำกับผมมันชัดเจน
และถ้ามีคนไม่ชัดเจนก็คงจะเป็นผมมากกว่า...
“นายควรไปง้อนายน้อยนะครับ ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานจะยิ่งลำบาก” สมชายเสนอความคิดของตัวเองโดยไม่รอให้ผมอนุญาต คงจะมีแต่มันนี้แหละที่รู้ว่าผมคิดอะไร เรื่องอะไร
ตั้งแต่รับเด็กคนนั้นมาเลี้ยง ผมก็ยกให้จาบีเป็นคนดูแลเขา ทำให้หน้าที่ของจาบีบางส่วนย้ายมาเพิ่มให้กับสมชายแทน ถึงอย่างงั้นไอ้สมชายก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ มันยังคงตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเช่นทุกครั้ง
“เออ กูรู้...” เรื่องนั้นไม่ต้องมาบอกผม ผมก็รู้ตัว แต่ที่ผมไม่รู้คือวิธีการง้อตั้งหาก! นี้เป็นครั้งแรกที่โซ่ทำแบบนี้กับผม...ไม่สิ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแต่มันรุนแรงกว่าครั้งแรกที่เขาเป็นเด็ก
“ครับ อีกเรื่องครับนาย สิ่งที่นายควรทำคือการซื่อตรงต่อความรู้สึก ปากให้ตรงกับใจ การกระทำให้ชัดเจน...ตอนนี้นายน้อยไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว เขาโตมาเป็นชายหนุ่มเต็มตัวทั้งยังหล่อเหล่า น่ารัก คงเป็นที่หมายตาของใครหลายคน” คำพูดของมันเหมือนลูกธนูนับพันที่ปักอยู่กลางหลังของผม แต่นั้นก็คือความจริงที่ผมควรยอมรับ น้องของผมยิ่งโตก็ยิ่งน่ารักสดใส เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายเสมอมา เพราะผมเลี้ยงดูมาดีใช่ไหมล่ะ ภูมิใจเล็กๆ แฮะ แต่ตอนนี้เริ่มดื้อซะแล้ว
“ตอนนี้มีคนหมายตาไว้แล้ว แถมยังประกาศต่อหน้านายอย่างชัดเจน หากนายยังไม่ชัดเจน ผมเกรงว่าไม่ช้า นายจะเสียจุดยืนของตัวเองไปนะครับ”
“เออๆ ๆ กูรู้แล้ว” ผมบ่นปัดๆ เข้าใจความหวังดีของลูกน้องคนนี้อย่างชัดเจน แต่จะทำไงได้ละ ผมมันพวกปากหนักมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถูกสั่งสอนมาให้เป็นแบบนี้ ไม่งั้นคงคุมคนหลายร้อยคนไม่ได้ ชื่อเสียงที่ผมมีไม่ได้มีไว้ประดับให้ดูเท่ๆ อย่างเดียว แต่นั่นคือความจริงทั้งหมดของตัวผม
ผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาหัวหน้าแก๊งมังกรขาวทุกรุ่น เป็นคนที่อันตรายที่สุด ไม่ฟังใคร คำพูดของเขาคือคำขาด ขัดคำสั่งเท่ากับท้าทายอำนาจมืด ไม่ซื่อตรงเท่ากับหาเรื่องตาย และนั้นคือคำพูดของคนอื่นเมื่อพูดถึงผม
“นั้นมึงจะไปไหน?” ผมถามสมชายทันทีที่เห็นมันเดินออกไป ผิดจากปกติที่มักจะทำตัวติดผมอยู่ตลอดเวลา เว้นแต่ผมจะบอกให้เขาไปพักเท่านั้นเขาถึงจะยอมไป
“เตรียมบันไดครับ...” สมชายหันมาตอบผมสั้นๆ เตรียมทำไมวะ? ผมขมวดคิ้วมองมันอย่างมึนงงแต่ถึงอย่างงั้นก็ต้องทำหน้าเข้มเท่านั้น ไม่ควรแสดงออกมาชัดเจนมากเกินไป
“ผมคิดว่านายคงเข้าห้องนายน้อยไม่ได้แล้วครับ นายน้อยคงลงตัวล็อกที่จาบีแอบไปติดลับหลังนายแล้ว ทางเดียวที่นายจะเจอนายน้อยได้คือหน้าต่างครับ” สมชายอธิบายเพิ่ม...แต่เดี๋ยวนะ? ไอ้จาบี!! มึงอีกแล้วนะ!
“ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรเห็นดีแน่! ” ผมบ่นงึมงำในปากกับการกระทำของลูกน้องคนสนิทอีกคน กล้าดีอย่างไงทำอะไรไม่บอกผม ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมควรรู้และเป็นคนตัดสินใจถึงจะถูก
“ผมจะไปเตรียมบันไดมาให้ครับ นายรอตรงหน้าต่างห้องนายน้อยได้เลยครับ” ร่างสูงผิวเข้มโค้งให้อีกครั้งด้วยท่าที่จริงจังว่ามันจะทำอย่างที่พูดจริงๆ
“เออ ไปเอามา”
รอพี่ก่อนนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน น้องอย่าดื้อพี่แบบนี้เลย....
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments
ชาเขียวผู้ชอบผิดศิลธรรม⠀
โครตชอบจาบีอะตลกดี5555555
2024-04-15
1
เพียงรัก•••
แนะนำเลือกเต้ดีกว่าเพราะรอยยิ้มที่สดใสมาจากใจจริงหาได้ยากในโลกความเป็นจริง แค่เราค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกแล้วซื่อสัตย์ต่อความคิดตัวเองจะดีที่สุด
2023-03-28
0
ปู่ซันคนหล่อ.
สมชาย!!!! นั่นนายใช่มั้ย!!!???
2022-08-23
0