ตอนที่ 4 วันเกิด
ในที่สุดก็ถึงวันเกิดของผม ครบรอบสิบแปดปีแล้ว เป็นวันที่ผมได้โตเป็นผู้ใหญ่เดิมตัว ในงานจัดอย่างเรียบง่ายแม้ผมจะไม่อยากจัดงานเลยก็ตาม ต่างจากพี่เรียวที่ดูจะชอบให้มีงานวันเกิดของผมมากเป็นพิเศษ โดยจัดทุกอย่างในงานตกแต่งด้วยโทนสีสว่างแบบเดิมกับ
แน่นอนว่าคนที่ควบคุมงานทั้งหมดคือพี่จาบี ที่ได้รับคำสั่งของพี่เรียวมาอีกที หลายๆ คนคงจะมีความสุขใช่ไหมเมื่อถึงวันเกิดของตัวเอง คงจะตั้งหน้าตั้งตารอของขวัญวันเกิดจากคนรัก คนสนิท ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
วันเกิดสำหรับผมกลายเป็นแค่วันธรรมดาๆวันหนึ่ง ถึงของขวัญจะได้รับอยู่แล้วก็เถอะ แต่ผมกลับไม่เคยได้มันเลยสักชิ้นจากคนที่ผมรัก...เรื่องนั้นมันคงจะไม่เท่าไรหรอก ถ้าไม่เห็นภาพบาดตามากมายแบบนี้ทุกๆ ปี
“เรียวค่ะ ขอพายกอดหน่อย! ” หญิงสาวในชุดลูกไม้สีชมพูอ่อนวิ่งสวมกอดเจ้าของชื่อ พร้อมเสียงหวานที่ออดอ้อนเขาดังไม่ได้หยุด
“พาย? บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา” พี่เรียวยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะดันร่างบางออกอย่างๆ ช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่มีวันได้รับ ความเหมาะสมของเขาทั้งสองคนคงไม่ต้องให้ใครมาบอก ผมก็รู้ดีถึงได้พยายามตัดใจจากเขาอยู่นี้ไง... หญิงคนหนึ่งที่ทั้งน่ารักและอ่อนโยนกับคนรอบข้าง ชายคนหนึ่งก็ทั้งอบอุ่นและใจดี คู่ควรกันไม่ว่าจะด้านไหนๆก็ตาม
“สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะน้องโซ่” ร่างบางเรียกชื่อผมก่อนจะยิ้มหวานให้ พลางส่งกล่องของขวัญสีครีมให้ผม เป็นแบบนี้อยู่ทุกๆปีสีกล่องยังเหมือนเดิม ต่างกันก็แค่ขนาดกล่องที่ค่อยๆใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง
“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มรับ แม้ในใจจะเจ็บที่เห็นภาพตรงหน้าก็ตาม แต่ผมก็ต้องอดทนฝืนยิ้มในฐานะเจ้าของงานและในฐานะน้องชายของแฟนพี่พาย...หรือในสิ่งที่พี่เรียวให้เป็นเท่านั้น
“จริงสิ วันนี้พี่ไม่ได้มาคนเดียวด้วยน่ะ น้องโซ่จำเรื่องน้องชายที่พี่เล่าให้ฟังได้ไหม ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ” พี่พายเล่าอย่างอารมณ์ดี ไม่มีท่าทีรังเกียจน้องนอกไส้อย่างผมเลย และนี้คืออีกเหตุผลที่ทำให้ผมพยายามหักห้ามใจและยุติความรู้สึกที่มากเกินพอดีลง ก็เพราะเธอ...พี่สาวที่แสนดีของผม คนที่ดีกับผมทุกอย่าง
“จำได้สิครับ ชื่อเต้ใช่ไหม?” ผมตอบยิ้มๆ ได้แต่ก้มหน้ามองเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมสีครีมเท่านั้น ก่อนจะหันมาสบตาเธออีกครั้ง อดทนไว้...อีกไม่อีกชั่วโมงงานก็เลิกแล้ว ในหัวของผมตอนนี้มีแต่คำว่า อดทน อดทน ซ้ำๆวนไปวนมาไม่หยุด แทบจะฟังสิ่งที่พี่พายพูดไม่รู้เรื่องเลย
“ใช่ๆ วันนี้เขามาด้วยน่ะ” ใบหน้าของเธอยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาแต่มองผมนิ่งไม่ขยับไปไหน จนเป็นผมเสียเองที่รู้สึกเป็นส่วนเกินระหว่างพี่เรียวและพี่พาย
“งั้นผมขะ...อึก!! ” ยังไม่ทันได้บอกลาหรือแยกตัวออกมา แก้มของผมก็สัมผัสเข้ากับอะไรบ้างอย่างที่เย็นเอามากๆ จนผมเองไม่กล้าขยับไปไหนได้แต่ยื่นแข็งเป็นหินอยู่อย่างงั้น
คนตรงหน้าทั้งสองไม่ได้พูดอะไรต่อ พร้อมของเย็นๆ ที่ยังแตะแก้มอุ่นๆ ของผมทั้งสองข้าง ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะย้ายออกไปตอนไหน
“มานี้จ๊ะเดี๋ยวพี่ถือให้นะ” พี่พายรับอาสาดูแลกล่องของขวัญที่เธอเพิ่งให้ผมไปมาดูแลอีกครั้ง
“ครับ...” ผมค่อยๆส่งเจ้ากล่องสีครีมกลับคืนเจ้าของเดิมของมัน ก่อนจะใช้มือของตัวเองจับของที่แตะแก้มของผมอยู่ แล้วตัดสินใจดึงมันออกมาสุดแรง เป็นไงเป็นกัน!
ตุบ!
“ฮ่าๆ โดนจับได้ซะแล้ว” เสียงเข้มเอยที่ข้างหูพร้อมแรงกระแทกของเขาอัดเข้าเต็มๆ ที่หลังของผม โชคดีที่ผมเกร็งตัวไว้ ไม่งั้นได้ล้มลงไปนอนกับพื้นหญ้าแน่ๆ...
“....” ผมค่อยๆ ปล่อยมือของคนด้านหลังลงอย่างช้า ที่แท้ความเย็นที่ได้รับก็มาจากเจ้าฝ่ามือหนาทั้งสองข้างของคนด้านหลังนี้เอง มือของเขาใหญ่จังเลยแฮะ คงจะเป็นคนตัวใหญ่น่าดู ไหนจะแรงกระแทกที่ได้รับอีก ก็พอจะเดาๆ ได้ว่าเขาต้องตัวสูงกว่าผมแน่
หมั่บ!
“...อะไรครับ?” ผมถามเสียงสั่นเมื่อมือหนาทั้งสองที่เคยพาดบนไหล่ของผม อยู่ๆ กลับยกขึ้นสวมกอดคอของผมเบาๆ ท่าแบบนี้มันอะไรกัน?
“เต้ พอได้แล้วแกล้งน้องโซ่อยู่ได้” พี่พายส่ายหัวไปมาอย่างช้าๆ ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มพร้อมชื่อของน้องชายที่เธอเคยบอกผม
“ครับ พอก่อนก็ได้...สวัสดี เราชื่อเต้นะ” คนข้างหลังยอมปล่อยมือออกจากผมก่อนจะยืนอยู่ข้างกายพี่สาวของเขา เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ เขาสูงพอๆ กับพี่เรียวเลย แต่มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มและยิ้มสดใสแบบเดียวกับพี่พาย ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครคงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆแน่
“ผมโซ่ครับ”
“รู้อยู่แล้วละ ก็พี่พายเล่าเรื่องโซ่ให้เราฟังบ่อยมากเลย... ถึงเราจะแก่กว่าสามปีแต่ไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้นะไม่อยากเป็น” ร่างสูงเดินมากอดคอของผมอีกครั้ง ทำเหมือนพวกเรารู้จักกันมานานทั้งที่มั่นใจว่าผมไม่เจอเขาที่ไหนมาก่อน ผมได้แต่แอบมองพี่เรียวเล็กน้อย อยากรู้ว่าเขาจะมองผมด้วยสายตาแบบไหน แต่สิ่งที่ได้มากลับยิ่งตอกย้ำให้ผมเจ็บปวดมากกว่าเดิมเมื่อดวงตาคู่คมของเขา ไม่ได้มองมาที่ผมเลย
“โซ่เราไปเดินเล่นกันหน่อยไหม ปล่อยให้คู่รักเขาอยู่ด้วยกัน” ผมเซ่ไปตามแรงดึงของเต้ ที่ออกแรงกระชับวงแขนให้แคบขึ้น
“อ่า...จริงด้วยสิ ขอโทษที่รบกวนนะครับ” ก็จริงอย่างที่เต้พูด ทำไมผมต้องทนเอาตัวเองมาเห็นภาพบาดตาบาดใจด้วยนะ ในเมื่อตั้งใจว่าจะตัดใจจากเขาแล้ว ก็ต้องเริ่มทำจริงๆ จังๆ ได้สักที ผมค่อยๆเดินหันหลังไปอีกทาง และรอบคอยังมีมือหนาวางไว้แบบเดิม เริ่มรู้สึกหนักแล้วสิ เขาไม่คิดจะเดินดีๆบ้างรึไง?
“เดี๋ยวโซ่! ...” เสียงแสนคุ้นเคยเรียกชื่อผมอีกครั้ง ถ้าตอนนี้ผมเข้าข้างตัวเองจะผิดไหม?
“ไม่ต้องห่วงครับพี่เรียว ผมจะดูแลโซ่อย่างดีเอง” คนข้างกายผมตอบก่อนจะออกเดินอีกครั้ง โดยไม่ปล่อยโอกาสให้พี่เรียวพูดต่อ และไม่ปล่อยให้ผมหันกลับไปมองเขาเช่นกัน
“โซ่นี้เป็นแบบที่พี่พายบอกจริงๆด้วย ตอนเราเห็นรูปที่พี่พายส่งไปให้ดูก็ว่าน่ารักแล้วนะ แต่เจอตัวจริงทำน่ารักกว่าอีก” เต้ชวนผมคุยเรื่องทั่วไปก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรื่องของผมเองตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“พี่พายถ่ายรูปโซ่?” ผมเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น เพราะอย่างไงคนตรงหน้าก็อายุมากกว่าผม ต่อให้เขาบอกกับผมว่าไม่ต้องเรียกพี่ ทำตัวเมื่อเพื่อนก็เถอะ แบบนี้มันยิ่งลำบากใจ จนสุดท้ายเต้ก็เสนอทางออกง่ายๆให้กับผม คือการเรียกชื่อเล่นแทนตัวเองเวลาคุยกัน และให้เหตุผลง่ายๆว่าอย่างน้อยก็ดูเด็กกว่าเขาเวลาคุยกัน
“ใช่ เยอะเลยละ” ร่างสูงตอบก่อนจะตักอาหารใส่จานตัวเอง พลางมองอาหารแบบอื่นๆ บนโต๊ะต่อ
“หืม? โซ่ไม่เห็นรู้เลยว่าพี่พายมาบ้าน” ผมตอบก่อนจะชี้เค้กสีขาวประดับด้วยสตอเบอรี่เต็มๆลูกและเนื้อส้มเล็กน้อย
“อันนี้อร่อยนะเต้ โซ่ชอบกินมากเลย” เต้พยักหน้ารับก่อนจะหยิบเค้กที่ผมบอกไว้ในจานของเขาสองสามชิ้น
“บางทีตอนที่โซ่เรียนอยู่ละมั้งที่พี่พายมา...โซ่อันนี้อร่อยไหม” เต้เอียงตัวกระซิบถามผมเล็กน้อย ยิ่งผ่านไปนานเท่าไรคนงานที่ออกมาฉลองวันเกิดให้ผมก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเสียงโวยวายตามประสาคนหมู่มากอยู่ด้วยกัน และต่อให้พูดเสียงดังก็คงสู้เสียงของคนกลุ่มนั้นไม่ได้อยู่ดี
“อือ” ผมตอบสั้นๆ พลางพยักหน้าให้เขาอย่างช้าๆ เต้ยิ้มให้ผมเล็กน้อยแล้วจัดการเพิ่มอาหารใส่จานของเขาต่อ
“พอแล้วมั้ง โซ่ว่าเยอะไปน่ะ เดี๋ยวกินไม่หมดหรอก” เต้มองจานของตัวเองที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายแบบ เรียงอัดแน่นเต็มจานไปหมด จากอาหารที่น่ากิน พอมาเรียงแน่นในจานแบบนี้ผมว่ามันเริ่มไม่น่าอร่อยแล้วละ
“จริงด้วย...งั้นเราไปหาที่นั่งกินกันไหม?” ผมมองซ้ายขาวหาโต๊ะที่พอจะว่างให้พวกเราทั้งสองได้นั่งกินอะไรเงียบๆ ไม่มี...โต๊ะที่เตรียมไว้ถูกยึดโดยเหล่าคนงานของบ้านที่เริ่มออกมาฉลองหลังจากแขกส่วนใหญ่กลับไปหมดแล้ว ให้ตายสิ...
“ไม่มีเลยแฮะ...งั้นยื่นตรงนี้แล้วกัน” เต้ยังคงร่าเริงเสมอ แต่ผมกลับไม่คิดอย่างงั้นนะสิ จะปล่อยให้แขกมายื่นกินได้ไง แถมแขกคนนี้ยังไม่ใช่แขกธรรมดาทั่วไป เป็นถึงน้องชายของแฟนพี่เรียวเลยนะ!
“โซ่มีที่ที่หนึ่ง แต่ไม่มีโต๊ะนะ อากาศดี เย็นสบายด้วย ไปไหม” กฎข้อห้ามที่พี่เรียวตั้งไว้หนึ่งในนั้นคือ ห้ามพาคนอื่นเข้าบ้าน ผมจึงตัดเรื่องการนั่งโต๊ะดีๆในบ้านทิ้งไปทันที ทำให้ตัวเลือกเริ่มแคบลง พยายามหาทางแก้ไขโดยไม่ผิดกฎที่พี่เรียวตั้งไว้ จนสุดท้ายก้เหลือแค่ที่เดียวเท่านั้น
“ก็ดีกว่ายืนละนะ” คนตัวสูงไหวไหล่เบาๆ
“จริงของเต้ ไปกันเลยไหมฮ่าๆ” ผมหัวเราะเบาๆ แล้วทำหน้าที่เจ้าของบ้านเดินนำแขกวีไอพีไปที่หมายทันที
ที่หมายของผมไม่ไกลจากจุดตักอาหารมากเท่าไร สามารถลุกไปตักได้บ่อยๆ แถมอากาศก็เย็นกว่าด้วย ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ค่อยมีคนมานั่งพักใต้ร่มเงานี้เลย นั้นคือต้นไม้ใหญ่ที่สุดของบ้านที่ทั้งเย็นสบาย และเงียบสงบไร้เสียงคนเมาที่ร้องเพลงเสียงดังไม่ได้หยุด ผมชอบที่ตรงนี้ที่สุดเลย
“เย็นสบายมากเลย คิดถูกนะเนียที่เชื่อไกด์” ร่างสูงยักคิ้วก่อนจะรีบเดินไปนั่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ทันที ก่อนจะกวักมือให้ผมรีบตามไป
“ใช่ไหมล่ะ ที่นี้เป็นที่ลับของโซ่เลยนะ” ผมอดไม่ได้ที่จะบอกเรื่องนี้กับเขาไม่รู้ทำไมเหมือนกันนับวันตัวผมยิ่งแปลก ทั้งที่ยังเศร้าแต่กลับต้องทำตัวให้ร่าเริงไม่เป็นตัวของตัวเอง เต้รีบหันมามองหน้าผมทันที ส่วนในปากของเขากลับเต็มไปด้วยของกินที่เขาเป็นคนเลือกเอง
“หยุด...เต้ไม่ต้องพูด เคี้ยวให้หมดก่อน” ผมมองหน้าเขาส่งกระแสจิตเตือนเงียบๆ ว่าถ้าพูดอะไรตอนนี้ละก็ได้เจอมือของผมแน่ๆ จะโบกสักครั้งสองครั้งพี่ก็พี่เถอะ! ร่างสูงไม่พูดอะไรออกมาตามที่ผมบอก เขาเพียงพยักหน้าแล้วเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ เท่านั้น
“เรามองตรงไหนก็ไม่เห็นจะลับเลย เด่นซะขนาดนี้” เต้พูดเรื่องที่เขาอยากจะบอกกับผม ก่อนจะตัดอาหารเข้าปากของเขาอีกครั้ง ต้นไม้ที่ตั้งอยู่ใจกลางบ้าน ไร้ที่ซ่อนตัวมีดีแค่ขนาดใหญ่ของลำต้นเท่านั้น นั่นแหละคือสิ่งที่คนอื่นคิด
“ใช่มันเด่น แต่ตรงนั้นนะไม่เด่น” ผมชี้ขึ้นไปบนต้นไม้ที่แตกกิ่งมากมาย
“หืม? แบบนี้ก็ไม่ลับแล้วสิ เพราะเรารู้แล้วฮ่าๆ” การมีเพื่อนคุยมันดีอย่างงี้นี้เอง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมไม่เคยออกไปไหนคนเดียวมาก่อน เรื่องเรียนก็เรียนในบ้านมีครูมาสอนไม่ก็จาบีเป็นคนดูแล เพื่อนสักคนผมก็ไม่เคยมี ตอนแรกก็รู้สึกแกร่งกับการกระทำของเต้ แต่ตอนนีผมกลับรู้สึกสบายใจเสียแล้ว แถมยังสนุกอีกด้วย
“ก็อย่าไปบอกใครสิ ฮ่าๆ”ตั้งแต่เมื่อไรกันน่ะที่ผมเริ่มไม่มีใครเข้ามาคุยกับผมก่อนแบบนี้...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 44
Comments
🐻☆⋆。𖦹°‧★
อะไรวะ!
2022-03-26
1
Naruto-kun
น้องกูได้ผัวใหม่แล้วจ้าาาา
2021-02-14
5