หลังจากได้รับคำสั่งเรื่องที่จะให้ดึงตัวพลอยมายามาช่วยเรื่องสร้อย
เสือก็ไม่ค่อยจะสบายใจนัก เขาไม่อยากจะดึงพลอยมายาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
เพราะรู้ดีว่ามันอันตราย เขายังไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี
เพราะจะเลือกขัดคำสั่งของอาเธอร์นั้น ก็ทำไม่ได้เช่นกัน
เสือเป็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ขายไปเป็นแรงงานทาสที่เหมืองในเอจีรัส
ก่อนจะเข้ามาเป็นเด็กรับใช้ในบ้านของอาเธอร์ภายหลัง
เสือนั้นเป็นชื่อที่เขาตั้งขึ้นมาเองจากชื่อจาร์มาในภาษาเอจีรัสที่แปลว่าเสือ
เหตุที่อาเธอร์เลือกส่งเขามาเพราะเสือนั้นสามารถใช้ภาษาไทยได้
จากการคลุกคลีอยู่กับแรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่ในเหมืองของอาเธอร์
เขาเป็นหัวหน้าคนคุมเหมืองและยังเป็นลูกน้องคนสนิทของอาเธอร์อีกด้วย
เสือรักและเคารพอาเธอร์มาก เพราะเหมือนเขาถูกดึงขึ้นมาจากนรกโดยครอบครัวของอาเธอร์
อีกทั้งยังมอบชีวิตใหม่ให้กับเขาด้วย
Line!!
-พลอยมายา-
‘มาหรือยัง’
หลังจากวันนั้นมาพลอยมายาก็ตัดสินใจซื้อโทรศัพท์อีกเครื่องเพื่อเอาไว้ใช้ติดต่อกับเสือโดยเฉพาะ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อาชาเรียกให้เธอไปทำงาน ช่วงนี้พลอยนิลค่อนข้างที่จะติดเพื่อน
ทำให้อาชามีเวลาออกมาเจอกับพลอยมายาได้ เธอจึงได้มีโอกาสเจอกับเสือด้วย
เสือเพียงแค่อ่านข้อความแต่ไม่ได้ตอบกลับ
เขากำลังจะเลี้ยวรถไปรับหญิงสาวที่นั่งรออยู่จุดนัดพบพอดี
ทันทีที่เธอมองเห็นรถของเสือ พลอยมายาก็รีบวิ่งมายืนรอทันที
“รอนานแล้วเหรอ?” คนขับรถเอ่ยถามเมื่อร่างบาง เข้ามานั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว
“ไม่นะ
ทำไมเหรอ”
“ก็เห็นทักมาถาม”
ช่วงเวลาบนรถคือช่วงเวลาที่พลอยมายาชอบที่สุด
เธอมีโอกาสได้พูดคุยกับเสืออย่างสนุกสนานตลอดทาง
ก่อนที่จะต้องไปฝืนใจทำสิ่งที่ไม่อยากทำ แลกกับเงิน เธอพยายามเก็บเงินให้มากที่สุด
เพื่อจะรอเวลาให้อาชาสลัดเธอทิ้งเสียที
“ทำไม
ทักหาก็ไม่ได้หรือไง” เธอโวยขึ้นทันที
เสือมองดูคนที่กำลังทำหน้างอนก่อนจะยิ้มชอบใจท่าทางของเธอ
ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งไม่กล้าพาเธอเข้ามาเสี่ยงด้วย
อาชานั้นมองภายนอกอาจจะเหมือนนักธุรกิจหนุ่มทั่วไป ท่าทางอบอุ่น
ใจดีนั้นแท้จริงแล้ว เขาก็เป็นเพียงแค่ปีศาจในคราบนักบุญเท่านั้น
หากไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด ใครก็จะคิดว่าเขาเป็นคนใจดีคนหนึ่ง แต่กับเสือแล้วไม่เลย
“เคยคิดจะเลิกทำงานนี้หรือเปล่า”
อยู่ ๆ เสือก็เอ่ยถามขึ้น คนถูกถามได้แต่อึ้งและเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ทำไมอยู่ดี
ๆ ถึงถามขึ้นมาแบบนี้ล่ะ”
“อยากรู้น่ะ”
“ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดจะเลิกเลยล่ะ
แต่ฉัน...”
“เงินที่ได้ไปก็น่าจะเยอะแล้วนี่
เอาไปทำงานอื่นก็ได้” เสือแทรกขึ้น
พลอยมายาคิดตามที่เขาพูดและก็คิดว่ามันก็จริงอย่างเขาว่าจริง ๆ
แต่งานอะไรจะมาได้เงินง่าย ๆ แบบนี้ ถึงจะยอมรับว่าอึดอัดทุกครั้งที่ต้องเปลื้องผ้าให้อาชาย่ำยี
แต่เขาก็ไม่ได้ทำทุกวัน และไม่ได้ทำตลอด นานทีเจอกับเขาสักครั้ง
ครั้งหนึ่งก็ไม่กี่ชั่วโมง แต่เงินที่ได้
มันกลับมากกว่าเพื่อนบางคนที่ทำงานจนหลังขดหลังแข็งทั้งเดือนเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าพร้อมเดี๋ยวก็เลิกทำเองนั่นแหละ
อีกอย่างฉันเป็นคนเลิกทำก่อนไม่ได้ ต้องรอเขาเป็นฝ่ายบอกเลิกฉันไม่ใช่เหรอ”
พลอยมายาพูดเถียง
“แล้วถ้าเขาไม่เลิก
คุณก็จะทำไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นเหรอ?” เสือถามต่อ
เธอนิ่งเงียบและคิดตามคำพูดของเขา ‘นั่นสินะ จนตอนนี้คุณอาชายังไม่มีทีท่าจะเลิกกับเราเลย
แถมยังยื่นโอกาสมาให้อีก
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราคงจะอยู่แบบนี้ไปจนกว่าจะฝึกงานเสร็จ
ยิ่งเราอยากจะเข้าไปทำงานในบริษัทเขาอีก แบบนั้นจะยิ่งผูกมัดกัน’
พลอยมายาคิดตามอยู่พักหนึ่ง
“คงไม่หรอก
นายบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าเขาขี้เบื่อ ตอนนี้ที่ยังไม่เบื่อก็คงเพราะไม่ค่อยได้เจอกันแหละมั้ง
ถ้าลูกเขากลับไปเรียนก็คงจะเจอกันบ่อยขึ้น ถึงตอนนั้นเขาก็คงเบื่อฉันแล้ว”
“ถ้าไม่ได้ทำงานให้เขาแล้ว....
เราจะคบกันได้หรือเปล่า” เสือตัดสินใจเอ่ยถามประโยคหยุดโลกออกไปตรง ๆ
เขารู้ดีว่าหากงานที่ไทยจบลงแล้ว ตัวเขาเองก็ต้องกลับไปทำงานให้อาเธอร์ที่เอจีรัสตามเดิม
และคงไม่มีโอกาสได้เจอกับพลอยมายาอีก นอกเสียจากว่าจะพาเธอกลับไปด้วย
“จะเลี้ยงฉันไหวเหรอ”
พลอยมายาแกล้งถาม เธอเองก็ยังลังเลอยู่เช่นกัน ว่าที่เขาพูดมานั้น พูดจริง
หรือพูดเล่นกันแน่
“ถ้าบอกว่าไหว
จะตอบตกลงไหมล่ะ” คนถามเสียงเข้มขึ้นเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังจริงจัง
“ขอคิดดูก่อนนะ”
พลอยมายาไม่ยอมให้คำตอบ เธอยังอยากชั่งใจดูก่อนว่า หากตกลงไปแล้วผลมันจะเป็นแบบไหน
เสือจะรักและดูแลเธอได้เหมือนกับที่แฟนของหลิวรักและดูแลหลิวหรือเปล่า
ชีวิตจะต้องกลับไปตกระกำลำบากเหมือนแต่ก่อนไหม และเสือคนนี้เป็นคนดีแค่ไหน
เธอเองก็ยังไม่รู้เลย เธอเจอกับเขาแค่บนรถคันนี้
พูดคุยกันชั่วพักชั่วครู่ระหว่างเดินทางไปทำงาน เจอกันที่อื่นก็ไม่กี่ครั้ง
“อย่าคิดนานมากก็แล้วกัน”
เสือพูดขึ้น พลอยมายาเข้าใจว่าเขาล้อเล่น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
เสือมีความคิดว่าหากพลอยมายาเลิกทำงานให้อาชาแล้ว
อาเธอร์ก็ต้องใช้คนอื่นมาทำงานนี้แทน
เขาก็จะได้ไม่ต้องลากพลอยมายาเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้ด้วย
นอกจากนี้พลอยมายาก็จะได้ไม่ต้องทนฝืนทำอะไรที่ไม่อยากทำ
เพื่อแลกเศษเงินจากอาชาอีกต่อไป
ตัวเขาเองก็ไม่ต้องทนเจ็บหัวใจเวลาไปรับไปส่งเธอด้วย
"แล้วถ้าคบกันแล้ว จะทำมาหากินอะไร ฉันทำอะไรไม่เป็นหรอกนะถ้าจะไปขายของ
หรือถ้ารอฉันเรียนจบก็ยังต้องฝึกงานอีกเทอมเลย" พลอยมายาพูดต่อ
"เอาเป็นว่าผมเลี้ยงดูคุณได้ก็แล้วกัน"
เสือกล่าวพร้อมทั้งมองไปที่คนข้างหลังผ่านกระจก
"ทำไง เงินเดือนคนขับรถเนี่ยได้เดือนละแสนเลยหรือไง" พลอยมายาแกล้งว่า
"ผมพูดไว้เลยตรงนี้ ว่าถ้าคุณตกลงคบกับผม ผมจะไม่พาคุณไปลำบากแน่ ๆ "
คนฟังทำท่าบึนปากพร้อมกับพยักหน้าล้อเลียนคนพูด
เสือเองก็ได้แต่ยิ้มชอบใจกับท่าทางของพลอยมายา
เพียงไม่นานช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ก็หมดลง หลังจากที่รถแล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโด
อาชานั่งจิบไวน์รอสาวน้อยของเขาที่ริมระเบียง
สายตาทอดมองไปที่ตึกสูงมากมายท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดสลัว แต่สว่างไสวไปด้วยไฟแสงสี
ทั้งจากที่เปิดบนตึก ริมถนน สักพักหนึ่งหญิงสาวที่เขากำลังรอคอยก็มาถึง เขาเดินตรงไปที่ประตูอย่างรีบร้อน
ก่อนจะวางแก้วไวน์ลงแล้วเปิดประตูรับพลอยมายาอย่างยินดี
“ได้รับอีเมลจากทางบริษัทหรือยัง”
อาชาเอ่ยถามเด็กสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาถึง
“อีเมลอะไรเหรอคะ”
เธอถามกลับอย่างงุนงง ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะเดินไปหยิบเอากล่องสีแดงกำมะหยี่ ใบเล็กกล่องหนึ่งขึ้นมา
พลอยมายามองดูกล่องในมือของเขา ก่อนจะกวาดสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของคนถือ
เขายื่นมันให้เธอแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
“อะไรเหรอคะ”
เธอรับมันมาถือไว้ก่อนจะเอ่ยถาม
ความจริงก็คิดอยู่ว่าข้างในต้องเป็นเครื่องประดับมีมูลค่าแน่ แต่เขาให้เธอทำไมกัน
พลอยมายาค่อย ๆ เปิดมันออกดูและพบว่าเป็นสร้อยข้อมือสีเงินเส้นเล็ก
ประดับด้วยพลอยสีชมพูเม็ดเล็ก ๆ สองสามเม็ดพอสวยงาม
“รางวัลสำหรับคนเก่ง
นิลเขาถูกใจเธอมาก และเลือกเธอเข้าไปฝึกงานแล้ว
ตอนนี้ก็รอแค่ทางฝ่ายบุคคลดำเนินเรื่องเท่านั้น” เขากล่าวพลางดึงร่างบาง
เข้าไปโอบกอด แล้วก้มลงจูบที่ศีรษะของเธออย่างทะนุถนอม
“ขอบคุณนะคะ
แต่หนูเกรงใจจังเลย ทุกอย่างที่คุณให้หนู มันมากมายจริง ๆ
มากขนาดที่ว่าชีวิตนี้ไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนว่าจะได้” พลอยมายายกมือขึ้นไหว้
พร้อมทั้งบอกกับร่างสูงตรงหน้า เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีกินมีใช้ขนาดนี้เสียด้วยซ้ำไป
ไม่เคยคิดว่าจะได้ใส่กำไลสวย ๆ มีราคาแบบนี้ด้วย
“คนทำตัวดี
ก็ต้องได้รางวัล ฉันไม่ได้เจอคนแบบเธอบ่อย ๆ หรอกนะ
เธอไม่เคยจะมาร้องขออะไรจากฉันสักอย่าง มีก็แค่ขอให้จ่ายค่าเช่าห้องให้
ราคาก็ไม่ได้แพง คนอื่นขอให้ฉันซื้อบ้าน ซื้อคอนโดให้ด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่เคยพูดถึง
ส่วนสร้อยข้อมือนี่ฉันให้เพราะคิดว่ามันเหมาะกับเธอ”
อาชาเลี้ยงเด็กมามากหน้าหลายตาก็จริง
แต่ทุกคนล้วนแต่มาร้องขอข้าวของเงินทองจากเขาทั้งนั้น
จริงอยู่ที่ว่าเขาใช้งานคนอื่นหนักกว่าพลอยมายา แต่เทียบกันแล้ว
พลอยมายาน่าจะมีคุณภาพที่สุดตั้งแต่เขาเคยเลี้ยงใครสักคน ทั้งเป็นสาวบริสุทธิ์ สวย
ฉลาด มีการศึกษา รู้จักขอบเขต ไม่เคยล้ำเส้น และไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย
“ความตั้งใจของหนู
ที่มาทำงานนี้ก็เพราะว่าเห็นมันได้เงินเร็ว และได้เงินจำนวนมากอยู่แล้ว
เท่าที่ตกลงกันไว้ ในส่วนอื่น ๆ ถ้าคุณจะให้อะไรก็ตามแต่คุณจะเห็นความเหมาะสม
หนูไม่กล้าร้องขออะไรหรอกค่ะ”
“เพราะแบบนี้ไง
เธอถึงสมควรได้รับของพวกนี้ไป”
อาชากล่าวพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของพลอยมายาอย่างเอ็นดู
ทั้งคู่พูดคุยกันได้ไม่นานเวลาของการทำงานก็ต้องเริ่มขึ้น
พลอยมายาเรียนรู้การเอาใจและดูแลอาชาบนเตียงด้วยการดูหนังผู้ใหญ่ และจดจำมาใช้
คนถูกปรนนิบัติพอใจเป็นอย่างมาก เขาชอบบุคลิกสาวเรียบร้อยไร้เดียงสา
แต่ถึงเวลาก็ทำทุกอย่างได้เผ็ดร้อนไม่แพ้พวกแซ่บเปิดเผย
อาชาดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาของความสุขจนหมดเรี่ยวแรง
ครั้งนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแล้วกลับเลยเหมือนทุกที ร่างเปลือยเปล่ากำยำยังคงนอนโอบกอดร่างบางที่นอนหอบเหนื่อยอยู่เคียงข้าง
มือข้างหนึ่งก็กดดูโทรศัพท์ไปพลาง เพราะกลัวลูกสาวจะตาม
‘พ่อระยำ
ข่มขืนลูกสาวในไส้กว่า 10 ปี อ้างบูชาองค์เทพ......’
หัวข้อข่าวที่ดังขึ้นมาจากโทรทัศน์ ทำเด็กสาวที่กำลังนอนโรงแรงตาเบิกกว้าง
เธอจ้องมองที่จออย่างตั้งใจ นักข่าวบรรยายข่าวการข่มขืนลูกสาวบูชาเทพ ทุกประโยค
ทุกคำ กรีดเฉือนลงกลางอกพลอยมายาราวถูกเข็มนับล้านทิ่มแทงหัวใจ
“เป็นอะไรไป
ทำไมหน้าซีดขนาดนี้” อาชาเอ่ยถามเมื่อเห็นถึงความผิดปกติของเด็กสาวในอ้อมอก
“คือ...หนูไม่ค่อยชอบข่าวแบบนี้ค่ะ
เห็นแล้วมันหดหู่” เธอเลือกที่จะตอบไม่ตอบความจริง ว่าเธอนั้นรู้จักกับคนในข่าว
ภาพของชายที่ถูกคุมตัวกับผู้หญิงที่เดินร้องห่มร้องไห้ในข่าวนั้น
เธอไม่เคยลืมพวกเขาเลย จะไปผ่านไปกี่สิบกี่ร้อยปีก็ไม่มีทางลืม
“ฉันก็ไม่ชอบ
ถึงจะเลี้ยงดูเด็กสาวรุ่นลูก แต่ทุกคนที่ฉันเลี้ยงก็ทำด้วยความสมัครใจ
ไม่เคยบังคับขืนใจใคร ฉันน่ะมีลูกสาว เห็นข่าวแบบนี้แล้วมันก็หดหู่เหมือนกัน
สงสารเด็กที่โชคร้ายไปเกิดในครอบครัวแบบนั้น”
คำพูดของอาชาสะกิดแผลใจของพลอยมายาจนเธอแทบจะร้องไห้ออกมา
นี่คือความเจ็บปวดที่รอให้ใครสักคนมาเข้าใจ คำว่าโชคร้ายสำหรับเธอนั้น มันเลวร้ายเกินกว่าที่ใครสักคนจะมาเข้าใจ
ถึงวันที่ทุกอย่างกำลังจะสว่างขึ้น ชีวิตกำลังจะดีแล้ว
แต่กลับต้องมาเห็นข่าวน้องสาวตัวเอง เผชิญชะตากรรมเดียวกัน
อยากจะช่วยก็ทำอะไรไม่ได้ ลำพังตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ‘พ่อกับแม่โดนจับแล้ว
หวังว่ามูลนิธิหรือสถานสงเคราะห์ดี ๆ จะมารับน้องไปดูแล
อย่าให้น้องตกไปถึงมือป้าเลย มันจะหนีเสือปะจระเข้เปล่า ๆ’ พลอยมายาคิดในใจ
แต่พอคิดมาอีกที ถ้าเธอจะขอให้อาชาช่วยน้องเธอ มันจะเป็นคำขอที่มากเกินไปหรือเปล่า
ทางฝั่งของเสือ
เขาเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่พลอยมายาจะลงมาเสียที วันนี้มันนานจนผิดปกติเกินไปแล้ว ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นไหม
ยิ่งตอนนี้ทั้งสองคนแอบคุยกันลับ ๆ ไม่รู้ว่ะถูกอาชาจับได้หรือเปล่า
เขาคิดวิตกกังวลไปหมด อยากจะส่งข้อความไปถาม ก็กลัวว่าอาชาจะเห็น
อยากจะขึ้นไปดูแต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่กระวนกระวายอยู่บนรถเท่านั้น
ครืดดด
ครืดดด
-Boss-
เสียงโทรศัพท์สั่นทำเสือสะดุ้งตกใจเพราะมัวแต่ฟุ้งซ่านอยู่กับเรื่องของพลอยมายา
เมื่อเขากดดูและพบว่าเป็นใครโทรเขามา เสือก็พยายามสลัดทุกอย่างออกจากหัวไปให้หมด
"ครับ"
"เรื่องที่สั่ง ไปถึงไหนแล้ว" เสียงเจ้านายเอ่ยถามเสียงเรียบ
กดดันให้เสือลำบากใจมาก เพราะเขายังไม่แม้แต่จะเริ่มพูดเรื่องนี้กับพลอยมายาด้วยซ้ำ
"กำลังจะคุยแล้วครับ รอจังหวะอยู่"
"เร็วหน่อยนะ ฉันมีธุระต้องรีบกลับ คงอยู่ที่ไทยอีกไม่นาน"
"ครับ"
"เป็นไปได้ก็อยากจะตกลงกับผู้หญิงคนนั้นให้ได้ ก่อนฉันกลับ"
กำหนดการที่อาเธอร์มอบให้นั้น สร้างความลำบากใจให้กับเสือเหลือเกิน
จะบอกให้เธอเลิกทำงานดีไหมนะ เขาพลางคิดในใจ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments
Duck
สงสารนางเอก
2020-11-08
3