“ในที่สุดนิลก็มีโอกาสได้เห็นสักทีนะคะ”
เสียงของลูกสาวที่เพิ่งจะเดินเข้ามาถึง
ทำให้มือหนาทั้งสองข้างที่กำลังบรรจงทำความสะอาดสร้อยอัญมณีสีนิลพลันชะงักทันที
อาชาค่อย ๆ
วางแปรงในมือลงก่อนจะประคองสร้อยเส้นงามซึ่งประดับด้วยพลอยนิลสีดำวาวแซมด้วยเพชรเม็ดเล็กเม็ดน้อยเสริมความเด่นของจี้ที่เป็นพลอยสีดำทมิฬเม็ดใหญ่
“ก็นิลไม่มาขอพ่อดูล่ะ
ถ้าอยากจะเห็น” หลังวางสร้อยลงเรียบร้อยแล้ว อาชาจึงได้หันไปพูดกับลูกสาว
พลอยนิลรู้ดีว่าอาชาหวงสร้อยเส้นนี้มาก
เอเองก็ไม่ได้มองว่ามันสวยอะไรขนาดนั้นอยู่แล้วด้วย อัญมณีของอาชานั้นมีเยอะแยะมากมายไปหมด
เส้นอื่นที่สวยกว่านี้ก็ยังมีมากมาย เธอจึงไม่ได้สนใจสร้อยเส้นนี้เท่าไหร่นัก
“นิลไม่ได้สนใจสร้อยเส้นนี้ขนาดนั้น
แต่ติดใจที่ว่าทำไมคุณพ่อถึงหวงนักหวงหนา
จะว่าสวยก็...เส้นอื่นที่สวยกว่านี้ก็มีตั้งเยอะแยะ” พลอยนิลพูดไปตามที่เธอคิด
ตาก็มองดูสร้อยตรงหน้าของอาชาและพิจารณาหาความสวยงามของมัน
แต่ก็ไม่เห็นว่าจะดึงดูดอะไรเธอได้
“มันก็แล้วแต่คนชอบ
สร้อยเส้นนี้มันพิเศษกว่าเส้นอื่น เพราะอายุของมันเก่าแก่ ยิ่งเป็นพลอยแล้วด้วย
มันไม่ได้หาได้ง่าย ๆ แถมประวัติของเจ้าพลอยเส้นนี้ก็ไม่ธรรมดาด้วยนะ”
อาชาว่าพลางยกกล่องขึ้นมาเชยชมอย่างภาคภูมิใจ แม้ว่าเขาจะมีอัญมณีมากมาย
แต่เส้นอื่น ๆ ก็ไม่ได้พิเศษเท่าเส้นนี้
“ยังไงคะ
ที่ว่าไม่ธรรมดา” พลอยนิลเอ่ยถามอย่างสนใจ
เธออยากจะรู้แล้วสิว่าอะไรที่มันทำให้สร้อยธรรมดาเส้นนี้ พิเศษกว่าเส้นอื่น ๆ
“มันเป็นพลอยของราชวงศ์ขอมโบราณ
มีพวกชาวบ้านไปขุดเจอในโบราณสถาน แล้วแอบเอามาขาย
พอดีว่าสร้อยนี่ไปตกในมือพ่อค้าอัญมณีเข้า จากที่รับซื้อมาถูก ๆ
เขาก็เอามาประมูลเพิ่มมูลค่าจนราคาสูงเชียวล่ะ กว่าพ่อจะได้มาก็ไม่ง่ายเลยนะ
ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปประมูลถึงฝรั่งเศส ราคาก็แพง ใครมาขอซื้อพ่อยังไม่ขายเลย
มันหายาก” อาชาว่าตาก็เชยชมอัญมณีในมือไปพลาง
“แล้วทำไมไม่ขายไปล่ะคะ
กินกำไรงาม ๆ ไม่รู้จะเก็บเอาไว้ทำไม”
“มันมีค่าทางใจน่ะ”
“ช่างเถอะค่ะ
นิลไม่สนใจหรอก ขอให้พ่อมีความสุขกับอัญมณีก็แล้วกันนะคะ นิลขอตัว”
ร่างระหงว่าพลางหยัดตัวลุกขึ้น อาชาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าลูกสาวนั้นแต่งตัวพร้อมออกไปข้างนอกมาก
เขาเลิกคิ้วขึ้นมองเธอด้วยความสงสัย ปกติแล้วหากพลอยนิลจะไปไหน
เธอมักจะบอกเขาก่อนเสมอ แต่นี่เขากลับไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวนี้ไปไหนไม่เห็นจะบอกพ่อเลย”
อาชาแกล้งว่า
“ก็กำลังจะบอกนี่ไงคะ
นิลว่าจะไปหาของหวานกินกับเพื่อนหน่อย วันหยุดคุณพ่อทั้งที นิลไม่กวนคุณพ่อดีกว่า
ปล่อยให้คนแก่ได้พักผ่อนบ้าง” ลูกสาวตัวแสบแกล้งแซว
อาชาก็หัวเราะไปตามคำพูดน่ารักน่าตีของลูกสาว เขาไม่ได้ว่าเธออยู่แล้วหากจะไปไหน
ขอเพียงแค่บอกกันก่อนเท่านั้น จะได้ไม่ต้องห่วง
“แล้วนิลขอยืมตัวคนขับรถคุณพ่อด้วยนะคะ
ไม่อยากขับรถเอง การจราจรไม่ได้น่ารักขนาดนั้น”
“ได้สิ
จะเอาคนไหนล่ะ”
“คนที่ขับรถให้คุณพ่อประจำคนนั้นน่ะค่ะ
นิลว่าเขาขับรถนิ่งดี คนอื่น....ขอไม่กล่าวถึงก็แล้วกัน”
และคนขับรถที่พลอยนิลกล่าวถึงนั่นก็คือเสือ
คนขับรถคนอื่นไม่ค่อยถูกชะตาเธอเท่าไหร่นัก อาจจะด้วยอายุที่น้อยที่สุดในบรรดาคนขับรถทั้งหมด
และรูปร่างหน้าตาที่ดีกว่าคนอื่น ๆ ด้วย เลยทำให้เธอพอใจในตัวเขา
“คุณหนูจะไปไหนครับ”
หลังจากรับคำสั่งของอาชาให้พาลูกสาวไปธุระเรียบร้อยแล้ว
เสือจึงต้องมาถามพลอยนิลต่อว่าจุดหมายปลายทางของเธอนั้นคือที่ไหน
“ร้าน All I need sweet ฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่แถวไหน
รู้แค่ชื่อร้าน” คำตอบที่ได้ทำคนขับรถหนุ่มต้องเหลือบตามองที่กระจกมองหลัง
เพื่อพิจารณาดูว่าเจ้านายของเขาพูดเล่นหรือพูดจริงกันแน่
“ทำไม
ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่สักหน่อย ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมอง พลอยนิลก็โวยวายใส่เขาทันที
“ครับ”
ด้วยความที่ตัวเองนั้นก็เป็นเพียงลูกจ้าง สิ่งที่เสือทำได้ก็คือยอมเท่านั้น
มือหนาเอื้อมเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเสิร์ชหาชื่อร้าน เพื่อจะหาที่ตั้งของร้านที่ว่า
แต่ก็ดันปรากฏชื่อร้านขึ้นมาถึง 3 ที่
“คุณหนูถามเพื่อนของคุณหนูให้ผมหน่อยได้ไหมครับ
ว่าสาขาไหน” เสือเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
“เฮ้อ....ได้”
ถึงจะหงุดหงิดที่คนขับรถไม่ได้อย่างใจ ทำให้เธอต้องมาเสียเวลารอ
แต่พลอยนิลก็เข้าใจเขาอยู่ว่าเขาก็คงจะไม่รู้จริง ๆ
มือเรียวล้วงเอาโทรศัพท์สมาร์ตโซนขึ้นมากดโทรหาเพื่อนที่เป็นคนนัดด้วยอารมณ์หงุดหงิด
พลอยนิลคลับคล้ายคลับคลาว่าเพื่อนของเธอนั้นบอกตำแหน่งที่ตั้งมาแล้ว
แต่เป็นเธอเองที่จำไม่ได้
“ฮัลโหลฝ้าย
ร้านที่แกนัดมันที่ไหนนะ คนขับรถเขาบอกว่ามีหลายสาขา”
(“ฉันบอกแกไปแล้วเมื่อคืนไง จำไม่ได้เหรอ”)
เสียงตอบกลับทำให้พลอยนิลรู้สึกสียหน้าเล็กน้อย ความผิดตกมาอยู่ที่เธออย่างปฏิเสธไม่ได้
“เอางี้แกแชร์โลฯ
มาก็แล้วกัน ฉันจะได้ส่งให้เขาไป ง่ายดี” พลอยนิลไม่ยอมกล่าวถึงความผิดของตัวเอง
แต่เลือกที่จะพูดเลี่ยงไปแบบนั้น เพื่อนของเธอก็เข้าใจและทำตามเช่นกัน
เพียงครู่หนึ่ง เพื่อนของเธอก็ส่งตำแหน่งที่ตั้งมาให้
“เอาโทรศัพท์มาสิ
ฉันจะส่งโลเคชั่นให้” พลอยนิลบอกกับคนขับรถพลางแบมือขอโทรศัพท์ของเขา
เสือเองก็ไม่ขัด เขายื่นโทรศัพท์ของตัวเองส่งให้เจ้านายอย่างว่าง่าย
“รหัส!!”
“1234 ครับ”
“ถ้าจะตั้งง่าย
ๆ แบบนี้ก็อย่างตั้งมันเลย” เสียงหวานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
เธอกดเข้าไปแอดไลน์ของเขาก่อนจะจัดการส่งตำแหน่งที่ตั้งของร้านให้
แล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้กับเจ้าของ
"ห้ามส่งอะไรมาหาฉันเด็ดขาด แอดกันครั้งนี้ ถือว่าฉันเอาไว้ติดต่อเรียกใช้นายเท่านั้น
เข้าใจไหม" คนเป็นเจ้านายว่าขึ้น
"ครับ" เสือตอบอย่างหนักแน่น
เขาไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องติดต่อกับเธออยู่แล้ว
เขารู้ตัวเองดีเสมอว่าตัวเองเป็นใคร และอีกฝ่ายเป็นใคร
เพียงไม่นานเสือก็ขับรถพาพลอยนิลไปส่งยังที่หมายได้อย่างถูกต้อง
พลอยนิลเองก็ยังตกใจกับความเร็วในการเดินทางครั้งนี้
ที่มันเร็วกว่าที่เอคาดเอาไว้มาก
หญิงสาวมองออกไปนอกรถเพื่อเช็กดูว่าตรงตามรูปที่เพื่อนถ่ายส่งมาหรือเปล่า
เพราะเอแอบกังวลว่าเสืออาจจะพาเธอมาผิดที่ มันถึงได้เร็วกว่าที่คำนวณเอาไว้
“มาถูกแน่นะ”
หลังจากสำรวจจนพอแล้วพลอยนิลก็หันมาถามคนขับรถของเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ครับ
ถามโลเคชั่นที่เพื่อนของคุณหนูส่งมา ก็ที่นี่แหละครับ”
“อืม
ฉันจะอยู่กับเพื่อน สักพักใหญ่เลย นายจะรออยู่ที่นี่ หรือจะไปไหนก่อนหรือเปล่า
เดี๋ยวฉันโทรตาม”
“ไม่เป็นไรครับ
ผมรอได้”
“งั้นเดี๋ยวตามฉันลงไปในร้านหน่อยนะ”
พลอยนิลสั่งก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินนำคนขับรถของเธอเข้าไปในร้าน
เสือเองก็เดินตามร่างบางของเจ้านายไปอย่างไม่ขัดใจเธอ
พลอยนิลเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แล้วสั่งเครื่องดื่ม
ระหว่างที่รอก็กดโทรหาเพื่อนเพื่อจะรายงานตัวว่าเธอนั้นมาถึงแล้ว
“อยู่ไหน...โอเค ๆ
จะได้สั่งของไปถูกโต๊ะน่ะ ได้ ๆ เดี๋ยวเดินไป” เสือมองดูคุณหนูของเขา
ในใจก็คิดว่าเธอให้เขาตามมาทำไมกัน
สักพักหนึ่งร่างบางก็หันกลับมาหาคนขับรถที่ยืนรอเธออยู่ด้านหลัง
มือของพลอยนิลข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟปั่นไว้ เธอยื่นมันให้กับคนขับรถ
เสือมองดูอย่างงุนงง ก่อนจะตัดสินใจรับมาถือเอาไว้
“ถือเป็นคำขอบคุณที่พาฉันมาก็แล้วกัน”
พลอยนิลบอกกับคนตรงหน้า แม้เธออาจจะดูหยิ่งไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ
จริงอยู่ที่ว่าการขับรถพาเธอมาที่นี่ เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเสือที่ต้องทำอยู่แล้ว
เพราะมันเป็นงานที่เขาทำเพื่อแลกเงินเดือนจากอาชา
“ไม่เป็นไรครับ”
“เป็น!!
ถ้านายไม่รับกาแฟแก้วนี้ไปกินล่ะก็ มีปัญหาแน่” พลอยนิลรีบขัด
พอเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะปฏิเสธ
“ครับ...”
พอเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าขึงขังจริงจังมาก เสือจึงไม่อยากจะขัดความต้องการของเธอ
“ดี
เอาไปนั่งกินรอฉันนะ ฉันน่าจะอยู่ที่นี่สักพักใหญ่ ๆ เลย”
พลอยนิลย้ำกับเขาอีกครั้ง เพราะใกล้ ๆ นี้ก็มีห้างสรรพสินค้าให้เขาไปเดินเล่นได้
ถ้ากลัวจะเบื่อที่ต้องรอเธอนาน ๆ
จะไปเดินห้างรอเจ้านายอย่างเธอนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร
เพราะยังไงก็สามารถติดต่อเขาได้อยู่แล้ว
“ไม่เป็นไรครับผมรอได้”
“อืม งั้นก็ตามใจ”
ในเมื่อเธอบอกกับเขาแล้วว่าอนุญาตให้ไปได้ แต่เสือยังคงยืนยันที่จะรอพลอยนิลก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพูดซ้ำหลาย
ๆ รอบ เสือเดินกลับออกไปนอกร้าน ส่วนพลอยนิก็เดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะ
แต่ระหว่างทางไปโต๊ะของเพื่อนนั้น
เธอกลับเห็นใครบางคนกำลังนั่งอ่านหนังสือและจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง
หญิงสาวมองไปหลังร้านบริเวณที่เป็นโต๊ะของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาหาชายหนุ่มคนเดิม
เธอเลือกที่จะเดินเข้าไปทักทายคนรู้จักก่อน
“เจอกันอีกแล้วนะคะ”
พลอยนิลเอ่ยทักคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือนิยายรักหวานเลี่ยน
เขาละสายตาจากหนังสือในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอ และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“คุณนี่เอง....เชิญนั่งก่อนสิ”
อาเธอร์ผายมือเชิญสาวสวยตรงหน้า เธอหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกันกับเขา
“บังเอิญจังเลยนะครับ”
อาเธอร์พูดขึ้น
“ถ้าฉันหลงตัวเองกว่านี้สักหน่อย
ก็คงคิดว่าคุณแอบมาดักรอฉันแล้วล่ะค่ะ” พลอยนิลแกล้งว่า แต่ในใจจริง ๆ
เธอก็แอบคิดแบบนั้นเหมือนกัน มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เธอจะมาเจอกับเขาโดยที่ไม่ได้นัดกันเอาไว้
อาเธอร์ไม่ใช่คนที่นี่แต่กลับเจอเขาถึงสองครั้งแล้วในเวลาที่ห่างกันเพียงไม่กี่วัน
เธอมองดูชื่อหนังสือนิยายในมือเขาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าในแวบแรกนั้น
เธอไม่ได้มองผิดไป
“ผมชอบอ่านอะไรแบบนี้น่ะ”
อาเธอร์เมื่อเห็นว่าพลอยนิลชะเง้อมองชื่อหนังสือที่ตัวเองกำลังอ่าน
เขาก็รีบบอกกับเธอทันที
“มันก็เป็นเรื่องของความชอบนี่คะ
ฉันก็พอจะเคยได้ยินนิยายเรื่องนี้มาผ่าน ๆ แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”
“ทำไมล่ะ”
“นางเอกค่อนข้างจะ...โลกสวยไปหน่อย”
เพราะพลอยนิลไม่ได้อ่อนหวาน และอ่อนโยน
เธอเป็นผู้หญิงแกร่งที่สามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครมาดูแล
นางเอกนิยายเก่า ๆ ที่อ่อนโยนดั่งกลีบดอกไม้ ที่น่าทะนุถนอมจึงไม่ใช่เธอเลย
“สั่งอะไรหรือยังครับ...แล้วมากับใคร”
อาเธอร์ยิ้มกับคำตอบของพลอยนิล แต่เขาก็ไม่ได้จะต่อบทสนทนาก่อนหน้า
และเลือกที่จะตั้งหัวข้อสนทนาใหม่แทน
“ฉันนัดกับเพื่อนไว้น่ะค่ะ
ว่าแต่คุณเถอะมากับใคร”
อาเธอร์ยักไหล่พลางหันมองซ้ายมองขวาแทนคำตอบว่าเขานั้นมาคนเดียว
“ความสามารถในการเดินทางของคุณนี่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ
ทั้งที่พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่มาร้านกาแฟคนเดียวได้ หรือว่า.... คุณพักอยู่แถวนี้เหรอ”
คำพูดของพลอยนิลทำอะไรคนหัวไวอย่างอาเธอร์ไม่ได้สักนิด
เขาเพียงแค่ยิ้มและตัดสินใจวางหนังสือในมือลง แล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
“ผมให้เพื่อนพามาต่างหาก
พอดีเบื่อโรงแรม อยากมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือชิล ๆ
ก็เลยขอให้เพื่อนพามาส่งร้านกาแฟสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ผลมันก็.... ออกมาเป็นที่นี่”
เขาตอบอย่างไหลลื่น พลอยนิลพยักหน้ารับก่อนจะยักไหล่แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ถ้าอย่างนั้น
เชิญคุณอ่านนิยายรักหวานแววของคุณต่อเถอะ ฉันจะไปหาเพื่อนแล้วล่ะ”
พลอยนิลกล่าวลาชายหนุ่มอย่างกะทันหัน
จนอาเธอร์นั้นแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าอยากจะขอให้เธออยู่ต่ออีกสักหน่อย
“เราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า”
เขาตัดสินใจเอ่ยถาม
“ถ้าโลกมันกลมขนาดนั้นจริง
ๆ เราก็อาจจะได้เจอกันอีกแน่ อยากจะรู้เหมือนกันว่า
ความบังเอิญมันจะเกิดขึ้นได้สามครั้งเลยหรือเปล่า”
“แล้วถ้าได้ล่ะ”
อาเธอร์เอ่ยถามอย่างมีความหวัง อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
‘ผมต้องเอาชนะคุณให้ได้ พลอยนิล’ อาเธอร์คิดในใจ ตาก็มองดูแผ่นหลังเล็ก ๆ
เดินออกไปที่สวนหลังร้าน จากมุมตรงนี้มองออกไปก็เห็นเธอกับเพื่อน ๆ ได้อย่างสบาย ๆ
พลอยนิลเองก็ยังคงแอบมองมาที่เขาอยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน
พลอยนิลสนุกสนานกับเพื่อนและสนุกกับการอ่อนอาเธอร์ที่แอบมองเธออยู่แทบจะตลอด
จนลืมเวลา กว่า 3 ชั่วโมงที่เสือต้องนั่งรอเธออยู่บนรถ
เขากดเข้ากดออกไลน์อยู่หลายรอบรอว่าพลอยมายาจะแอดมาตอนไหน
Line!!
-พลอยนิล-
'จะกลับก็กลับได้นะ
ฉันว่าจะไปต่อ ไม่ต้องบอกคุณพ่อก็ได้ว่ากลับก่อน ฉันบอกคุณพ่อว่าจะให้นายไปส่ง' ข้อความจากเจ้านายที่ส่งมาให้เสือ
ทำให้เขาได้รู้ว่าภาพของลูกสาวไร้เดียงสา หัวอ่อนของอาขานั้น ไม่จริง
"ร้ายเหมือนกันนี่หว่า"
เขาบ่นพึมพำคนเดียว
Line!!
-Boss-
'อย่ารีบกลับไปบ้านอาชานะ' เสือเข้าใจแล้วว่า คุณหนูของเขาจะไปต่อกับใคร
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจก่อนจะขับรถออกไป
ทางฝั่งของอาชาเมื่อรู้ว่าลูกสาวจะยังไม่กลับ
ก็รีบโทรตามพลอยมายาทันที ฝ่ายเด็กสาวนั้นพอรู้ว่าจะได้เจอกับเสือก็ดีอกดีใจยกใหญ่
เธอรีบเตรียมตัวแล้วลงไปรอที่จุดนัดพบเดิม เธอนั่งรอรถรับส่งอย่างใจจดใจจ่อ
อยากรู้ว่าเขาจะถามเรื่องแอดไลน์หรือเปล่า
เธอนอนดูไอดีที่เขาเขียนใส่กระดาษมาให้ทุกวัน
แต่มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ยังไม่แอดเราไป
แต่เมื่อขึ้นมาบนรถ
พลอยมายากลับพบว่าคนที่มารับเธอนั้น ไม่ใช่เสืออย่างทุกครั้ง แต่เป็นคนขับรถอีกคน
แม้ว่าจะผิดหวังอยู่มาก แต่พลอยมายาก็ยอมขึ้นรถไปแต่โดยดี
เพราะทะเบียนรถตรงตามที่าชาส่งมาบอก
ตลอดการเดินทางพลอยมายาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ
เธอเพียงเหม่อมองออกไปนอกรถเท่านั้น ‘ไม่ใช่ว่าคุณอาชารู้เรื่องของเรากับเสือแล้วหรอกนะ’
คนทำผิดคิดวิตกกังวลไปต่าง ๆ นานา
เธอยังคงจำรสชาติของแส้ที่เขาฟาดลงบนหลังได้เป็นอย่างดี
ยังจำความรู้สึกตอนที่ถูกไวน์ราดลงบนหลัง ยังจำการกระทำแสนรุนแรงและทารุณของเขา
ที่ทำกับเธอเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานได้ไม่ลืม ถึงคอนโดที่อาชาซื้อไว้เป็นห้องเชือดพลอยมายาก็เดินขึ้นไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ความสุขเดียวของเธอที่มาที่นี่ ก็คือการได้เจอและพูดคุยกับเสือระหว่างทาง
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ
ไม่เห็นยิ้มแย้มเหมือนทุกทีเลย” หลังจากเปิดประตูรับเด็กในการดูแลเข้ามาในห้อง
อาชาสังเกตเห็นว่าเธอดูเศร้าโศก หวาดวิตก และไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก
ผิดไปจากทุกครั้งที่เธอเข้ามาด้วยใบหน้าสดใส
และแววตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความสุข
“หนู...ไม่ค่อยสบายค่ะ”
คงไม่มีข้อแก้ตัวอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
พลอยมายาเลือกที่จโกหกและหันหน้าหลบจากสายตาของเขา
เพราะเธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้น เผลอแสดงความรู้สึกออกมาให้เขาเห็นเข้าแล้ว
ร่างสูงของอาชาขยับเข้ามาใกล้จนติดร่างของเด็กสาว เขาจับไหล่เธอให้หันเข้าหาตัว
ก่อนจะยกมือขึ้นอังที่หน้าผากนูนของพลอยมายา
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่
ไม่น่าจะเป็นไข้”
“หนูกินยามาแล้วค่ะ
ตอนนี้แค่เวียนหัวนิดหน่อย” เธอรีบแก้ตัว เพราะกลัวเขาจะจับได้ว่าโกหก
“ไหวหรือเปล่า”
อาชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ถึงเขาจะจ่ายเงินซื้อเธอมาบำเรอราคา
แต่ก็ใช่ว่าจะใจร้ายจนไม่แยกแยะว่าควรหรือไม่ควร
หากพลอยมายาให้ความสุขบนเตียงกับเขาไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าเธอนั้นป่วย
เขาก็พร้อมจะอนุโลมละเว้นให้เธอสักครั้ง
“ไหวค่ะ
ยังไงคุณก็เสียเงินให้หนู...”
“เห็นฉันเป็นคนยังไงกัน
ฉันไม่ได้หื่นจนไม่ลืมหูลืมตาขนาดนั้นหรอกนะ” อาชาแทรกขึ้นขณะที่เด็กสาวกำลังจะพูด
“ฉันซื้อเธอมาเพื่องานนี้ก็จริง
แต่ฉันก็ยังมีความเป็นคนอยู่ เอบอกว่าเธอไม่สบาย
และฉันก็เห็นแล้วว่าเธอคงจะไม่สบายริง ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเธอไม่ไหว
ฉันก็อนุญาตให้เธอพักได้” อาชาไม่คิดว่าพลอยมายาจะโกหก
เพราะเขาก็เห็นสภาพเธอแล้วเธอน่าจะไม่สบายจริง ๆ
อีกอย่างถ้าเธอจะโกหกเพราะไม่อยากทำแบบนั้น เธอก็คงจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้
“ขอบคุณนะคะ”
พลอยมายาว่าพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเขา
“มานั่งคุยกันหน่อยก็แล้วกัน
ฉันไม่ค่อยมีเวลามาเจอกับเธอเท่าไหร่ เพราะนิลเขายังไม่กลับ”
อาชากล่าวก่อนจะเดินนำเด็กสาวไปนั่งลงที่โซฟา
“เป็นยังไงบ้างตอนนี้”
“ก็ดีค่ะ”
“ยังไปล้างผักอยู่อีกหรือเปล่า”
“ไม่แล้วค่ะ กับป้าก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”
พลอยมายาตอบไปตามความจริง ใจเธอตอนนี้มันล่องลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้
อยากจะถามอาชาให้รู้เรื่องว่าทำไมวันนี้คนไปรับเธอถึงไม่ใช่เสือ แต่ก็ทำไม่ได้
“เรื่องมันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”
พลอยมายาไม่ได้ตอบคำถาม เธอเพียงก้มหน้าลงเท่านั้น
“เอาเถอะ
ถ้าไม่อยากพูดฉันก็จะไม่ก้าวก่าย แล้วเรื่องสัมภาษณ์ล่ะ เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว
อีกไม่กี่วันแล้วไม่ใช่เหรอ” อาชาถามต่อ
“ก็เตรียมตัวเต็มที่ค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า” เธอทั้งหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทของอาชา
และหาบทสัมภาษณ์ที่เธออาจจะต้องเจอ ฝึกพูดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เพื่อเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ในครั้งนี้
“ทำให้เต็มที่
พิสูจน์ให้ลูกสาวฉันเห็นความสามารถของเธอ รับรองว่ายังไงก็ได้”
“คำถามจะยากหรือเปล่าคะ”
“ไม่รู้สิ
ฉันยกหน้าที่นี้ให้ลูกสาวฉัน แต่ฉันมีข่าวดีอีกเรื่องจะบอกด้วยนะ”
อาชาพูดต่อก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย
“คะ?”
“ทางบริษัทมีแผนจะขยายสาขา
ถ้าเธอผ่านการสัมภาษณ์ไปได้ แล้วได้เข้าฝึกงานที่บริษัทฉัน ถ้าเธอทำงานดี
ก็มีโอกาสที่จะได้เข้าทำงานเป็นพนักงานอย่างเต็มตัว”
พลอยมายาตั้งใจฟังสิ่งที่อาชากำลังพูด เธอมีสติขึ้นมาทันที
ตอนนี้สิ่งที่เธอควรจะโฟกัสให้มาก ๆ นั่นคืออนาคตของตัวเอง
ใครก็รู้ว่าบริษัทของอาชามีชื่อเสียงขนาดไหน และไม่ใช่ว่าจะเข้ากันได้ง่าย ๆ
“หนูต้องทำยังไงบ้างคะ”
“เชื่อฟังฉัน
และแสดงความสามารถของตัวเองออกมา ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่สวยแต่ไม่มีสมอง
มันเหมือนอัญมณีปลอม ที่สวยแต่ไม่มีมูลค่า” พลอยมายาพยักหน้ารับ
เธอคิดว่าหากไม่ได้เข้าข้าวตัวเองมากไป อาชาคงจะพอใจในตัวเธอเอามาก ๆ
สิ่งที่เขามอบให้เธอมันมากกว่าเงินทอง
ที่ใช้แล้วหมดไปแต่มันคืออนาคตที่สามารถเอามาต่อยอดให้เธอหาเงินใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง
เปรียบเหมือนเขาให้ปลาผู้หญิงคนอื่น แต่เขามอบเบ็ดให้เธอ และสอนให้เธอตกปลา
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments