หลังจากได้รับคำสั่งจากอาชาให้ส่งเรซูเม่ไปที่บริษัทพลอยมายาก็ดำเนินการทำตามอย่างทันที
อาชาสั่งกับฝ่ายบุคคลเอาไว้ว่าในส่วนของเด็กฝึกงานนั้นเขาจะเป็นคนเลือกเอง
ให้นำใบสมัครทั้งหมดมายื่นที่เขา
แต่ความจริงแล้วอาชาจะมอบหมายหน้าที่นี้ให้กับลูกสาวเป็นคนดำเนินการ
ตามที่ได้คุยกันเอาไว้
“มีแต่คนโปรไฟล์ดี
แต่ภาษาอังกฤษห่วยแตก” พลอยนิลว่าก่อนจะโยนใบสมัครอีกใบทิ้งไปบนพื้น
เธอนั่งอ่านเรซูเม่ของเหล่านักศึกษาที่ยื่นเข้ามาขอฝึกงานอยู่นานแล้ว
แต่ยังไม่เจอใครเลยที่ถูกใจเธอ
“มีตั้งเยอะ
ค่อย ๆ เลือกไปสิคะ อย่ารีบอารมณ์เสียสิ”
อาชาละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะหันไปแซวลูกสาว
“คุณพ่อน่าจะให้ฝ่ายบุคคลกรองเอาที่ดี
ๆ มาให้นิลเลือกเลย แต่ละคนเห็นแล้วอารมณ์เสีย
เรียนมหาลัยเอกชนก็เยอะ แต่ภาษาไม่ได้เรื่อง
บางคนเขียนมาแต่ประวัติไม่เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเองมาสักหน่อย
นิลจะได้รู้ว่าภาษาอังกฤษดีหรือเปล่า บางคนก็ทำเรซูเม่มาไม่น่าอ่านเลยสักนิด”
หญิงสาวบานยกใหญ่ แต่มือก็ยังคงเอื้อมไปหยิบเอาใบสมัครขึ้นมาถือไว้เตรียมจะอ่าน
“ค่อย
ๆ เลือก พ่อไม่รีบหรอก เอาที่ถูกใจนิลก็แล้วกัน”
ดวงตากลมโตใต้คิ้วที่ขมวดยุ่งด้วยความหงุดหงิดบรรจงอ่านใบสมัครในมืออย่างตั้งใจ นี่คงจะเป็นใบสมัครใบแรกของวันนี้ที่ดึงดูดความสนใจของพลอยนิลได้มากที่สุด
‘พลอยมายา ชื่อแปลกดีแฮะ’ คนอ่านคิดในใจก่อนจะเหลือบมองที่รูปติดใบสมัคร
เธอพอใจทั้งรูปแบบของเรซูเม่และหน้าตาของเจ้าของใบสมัครใบนี้
พลอยนิลตั้งใจอ่านทุกคำ ทุกประโยค ในทุก ๆ บรรทัดจนจบก่อนจะยิ้มและชูใบสมัครในมือขึ้นให้อาชาพ่อของเธอดู
“อะไร”
“นิลเจอคนที่ถูกใจแล้วคนหนึ่งค่ะ
ภาษาดี สื่อสารเข้าใจง่าย รูปแบบการทำเรซูเม่เรียบ แต่หรู ดูสะอาดตาแต่สวย
แถมหน้าตาดีด้วย” เธอว่าก่อนจะยื่นให้กับอาชา
เขารับมันไปและมองดูที่รูปเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กสาวคนเดียวกับที่เขาครอบครองก็นึกพอใจ
แต่ไม่กล้าจะแสดงออกให้มันเกินหน้าตา
“ก็ลองดูคนอื่นติดไว้ด้วยนะ
เพราะยังไงก็ต้องวัดกันที่ผลสัมภาษณ์อีกทีด้วย”
อาชาว่าก่อนจะส่งใบสมัครคืนให้กับลูกสาว
“แน่อยู่แล้วค่ะ
เพราะของแบบนี้มันปลอมกันขึ้นมาได้ ต้องดูตัวจริงอีกที่ว่าความสามารถทางภาษาจะเก่งอย่างที่ทำเรซูเม่มาหรือเปล่า”
อาชาพยักหน้ารับก่อนจะแอบกดเข้าไลน์ส่งข่าวบอกกับเด็กในปกครองของเขา
‘เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์นะ
ลูกสาวของฉันพอใจเธอมาก อย่าทำให้ฉันผิดหวัง’
อาชารู้สึกภูมิใจในตัวพลอยมายาอย่างมาก เพราะเธอนั้นไม่ได้สวยเพียงอย่างเดียว
แต่ยังมีความสามารถมากพอที่จะเอาชนะใจลูกสาวมาตรฐานสูงของเขาได้ด้วย
การคัดเลือกมาฝึกงานครั้งหนึ่งส่วนหนึ่งที่อาชาเสนอให้พลอยนิลเข้ามาช่วย
เพราะอยากจะทดสอบความสามารถของพลอยมายาด้วยว่าเธอจะมีความสามารถมากพอหรือเปล่า
เพราะงานนี้หากการฝึกงานเป็นไปด้วยดี พลอยมายาก็อาจจะได้รับโอกาสให้เข้ามาทำงานได้
เขาเอ็นดูในความขยันและถ่อมตัว เจียมตัวของเด็กคนนี้พอประมาณ
อีกทั้งยังถูกใจที่เธอมีความสามารถรู้จักขวนขวายไม่ได้รอให้เงินเดินเข้ามาหาอย่างคนอื่นที่อุปการะไว้เพียงเพื่อใช้งานได้แค่บนเตียง
แต่พลอยมายาคนนี้ หากสอนให้ดีเธออาจจะเข้ามาทำงานให้เขาได้อีกด้วย
Line!!
-แด๊ดดี้-
‘เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์นะ
ลูกสาวของฉันพอใจเธอมาก อย่าทำให้ฉันผิดหวัง’ เมื่อได้เห็นข้อความ
พลอยมายาพลันยิ้มขึ้นทันที
อย่างน้อยตอนนี้ก็เหมือนเธอนั้นได้ก้าวขาเข้าไปเหยียบบริษัทของอาชาแล้วก้าวหนึ่ง
“ยิ้มอะไรเหรอ”
เสียงของใครบางคนทำให้พลอยมายาที่นั่งรอรถอยู่ต้องหันไปมอง
และเมื่อพบว่าเขาเป็นใคร ใบหน้าสวยก็พลันเปรยยิ้มขึ้นทันที
“มาได้ไงอะ”
“ก็บอกว่าถ้าเราอยากเจอกัน
ก็มาเจอกันได้ไม่ใช่เหรอ” เสือกล่าวพร้อมกับยิ้มให้คนตรงหน้า พลอยมายาลืมคิดไปว่าเขารู้จักมหาลัยของเธอและก็รู้ด้วยว่าเธอนั้นพักอยู่ที่ไหน
เพราะเคยมารับมาส่งอยู่แล้ว ดังนั้นการจะหาตัวเธอมันก็ไม่ได้ยากเลยสำหรับเขา
“อ๋อ...จริงสินะนายรู้อยู่แล้วนี่ว่าจะไปหาฉันเจอที่ไหน
แบบนี้มันขี้โกงชัด ๆ” พลอยมายาต่อว่าเขายกใหญ่ คนถูกต่อว่าก็เพียงแค่ยิ้มและฟังเธอเท่านั้น
“ใกล้เที่ยงแล้ว
ไปหาอะไรกินกันเถอะ” เสือทำทีเปลี่ยนเรื่อง
หลังจากปล่อยให้พลอยมายาบ่นอยู่พักหนึ่ง
“แล้วนี่ไม่ไปทำงานทำการหรือไง”
“วันนี้วันหยุดน่ะ
ผมไม่ได้ทำงานทุกวันหรอกนะ” ในแต่ละเดือนอาชาอนุญาตให้เสือหยุดได้ 2 วัน โดยจะมีคนขับรถอีกคนมาแทน
“วันหยุดทั้งที
แทนที่จะไปพักผ่อน หาอะไรทำให้สบายใจ”
“ก็มาหาคุณนี่ไง
อะไรที่สบายใจ” เสือพูดขึ้น ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดอะไรกันอีก
คนฟังก็อึ้งกับประโยคที่ได้ยิน คนพูดก็อึ้งไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นพูดอะไรออกไป
“ล้อเล่น
พอดีเห็นเขาว่าข้าวแถวนี้อร่อยเลยจะมาขอให้เจ้าถิ่นพาไปหาร้านอร่อยกินหน่อย”
คนพูดรีบแก้ตัวทันที
“อ๋อ...อืมได้สิ
อยากกินอะไรล่ะ” พออีกฝ่ายแก้ตัวมาแบบนั้น
พลอยมายาก็หลุดจากภวังค์เมื่อครู่ทันทีเช่นกัน แต่อาการหน้าชา
ใจเต้นแรงมันดันไม่หายไปด้วยน่ะสิ ต่างฝ่ายต่างก็หลบตากันด้วยความทำตัวไม่ถูก 'ไอ้เสือมึงจะเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้งานพังไม่ได้นะเว้ย' เสือเองก็ได้แต่ด่าทอตัวเองในใจว่าทำไมไม่หักห้ามใจบ้าง
“อะไรก็ได้ที่คุณว่ามันอร่อยน่ะ”
จะให้เขาตอบอะไรได้ ก็ในเมื่อมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่จะมาเจอกับพลอยมายาเท่านั้น
“แล้วนี่...”
“ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาเจอหรอก
เพราะถึงผมหยุดงานเนายผมก็ไม่ได้หยุดด้วย อีกอย่างเขาไม่มีธุระมาแถวนี้แน่ ๆ
ตราบใดที่คุณนิลลูกสาวเขายังอยู่ที่ไทย”
เสือแทรกขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าพลอยมายาจะพูดอะไร เขารู้ดีว่าตอนนี้เธอกลัวอาชามาก
เพราะเข็ดจากบทเรียนในครั้งก่อน และก็เข้าใจด้วยเช่นกันว่า
เหตุอะไรที่เธอต้องกลัวอาชาขนาดนั้น
พลอยมายาเลือกที่จะพาเสือมากินที่ร้านอาหารในซอย
เพราะค่อนข้างที่จะลับตาคนสักหน่อย บวกกับอาหารที่ร้านนี้ก็รสชาติใช้ได้
ไม่ได้อร่อยจนเลื่องลือ เพราะถ้าเป็นร้านดังแบบนั้นคนจะเยอะ เธอจึงเลือกที่จะมาร้านกลาง
ๆ ราคาจับต้องไหว เพราะแม้ว่าในตอนนี้เธอจะมีเงินมากมาย
แต่หากใช้สุรุ่ยสุร่ายเงินแค่ไหนมันก็หมดได้ทั้งนั้น
“มาที่นี่บ่อยหรือเปล่า”
เสือเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งรออาหาร
“ไม่
เพิ่งเคยมา แต่ถามเพื่อนแล้ว เพื่อนบอกว่าอร่อย” คนถูกถามตอบอย่างไม่คิด
ปกติแล้วพลอยมายาจะไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย
แต่เดี๋ยวนี้มีเงินขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
เธอก็ลองออกมาเปิดหูเปิดตาลองกินร้านข้างนอกดูบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลือกกินร้านใกล้ ๆ เพราะเธอไปไหนมาไหนด้วยการเดิน
“อ้าว
นี่จะมากินร้านอร่อยนะ...นี่จะอร่อยจริงเปล่าก็ไม่รู้”
เสือยกเมนูขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะกระซิบประโยคหลัง
“อยากรู้เหรอ?” พลอยมายาเอ่ยถามก่อนจะยกยิ้มชั่วร้ายให้กับคนตรงหน้า
เสือขมวดคิ้วยุ่งเขาไม่เข้าใจว่าพลอยมายาหมายถึงอะไร
“ป้าคะ...ข้าวกะเพราหมูกรอบร้านนี้อร่อยไหมคะ”
พลอยมายาตะโกนลั่น ทำให้เสือที่นั่งอยู่ด้วยกันตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
ใครจะคิดกันว่าอยู่ ๆ เธอจะไปร้องถามเจ้าของร้านแบบนั้น
“คุณ!!
นี่จะบ้าหรือไง เดี๋ยวป้าเขาก็ด่าเอาหรอก” เสือรีบร้องห้าม เขามองมาที่คนตรงหน้า
เธอกำลังหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน
“ก็นายอยากรู้ไม่ใช่เหรอ
อยากรู้ก็ต้องถามสิ”
“มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ”
“ร้านป้าอร่อยทุกอย่างจ้า”
เสียงของสาวใหญ่ที่กำลังยืนผัดข้าวร้องตอบ
เธอไม่ได้โกรธเคืองสาวน้อยผู้ที่ตะโกนถามเมื่อครู่เลยสักนิด
“เห็นไหมล่ะ
ป้าเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
“เขาไม่ว่าก็ดีแล้ว
แต่...”
“ฉันล้อเล่นน่า...ฉันมากินที่นี่หลายครั้งแล้ว
แล้วก็รู้ด้วยว่าป้าใจดีมาก” พลอยมายาพูดต่อ
“นี่คุณแกล้งผมเหรอ”
เสือเอ่ยถามขึ้น เขาตกใจแทบแย่ตอนที่เธอร้องถามไปแบบนั้น
คำถามแบบนี้โอกาสที่จะถูกแม่ค้าด่ากลับมันไม่ยากเลยสักนิด
การที่พลอยมายาใจกล้าร้องถามออกไปแบบนั้นโดยไม่บอกไม่กล่าวว่าแท้จริงแล้วเธอรู้จักกับแม่ค้า
เสือจะตกใจก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร
“ปกติฉันไม่มีโอกาสได้แกล้งใครสักที
นาน ๆ ทีจะได้แกล้งคนบ้าง สนุกดีเหมือนกันนะ”
“ใจร้ายมากนะ
ถ้าผมหัวใจวายตายขึ้นมา ใครจะคอยมารับมาส่งคุณ”
“คุณอาชาก็คงหาคนขับรถคนใหม่มาแทนไง”
พลอยมายาพลั้งปากพูดออกไปโดยไม่ทันคิด แต่คนฟังพลันสีหน้าสลดลงอย่างทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
คำพูดของเธอทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองกับเธอนั้นมันคืออะไร
“ฉันขอโทษ...ฉัน...”
“ขอโทษทำไมล่ะ
มันก็จริงอย่างที่คุณว่า ผมคงลืมนึกไปว่าจริง ๆ แล้วที่ผมไปรบไปส่งคุณ มันคืองาน
งานที่ผมทำเพื่อแลกกับเงินของเจ้านาย ซึ่งก็คือคุณอาชา”
บรรยากาศสดใสเมื่อครู่พลันสลายหายไปทันที
พลอยมายารู้ว่าครั้งนี้คำพูดของเธอทำลายบรรยากาศดี ๆ ไปจนหมดสิ้น
เธอเองก็ได้แต่เงียบเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ
“วันนี้มากับแฟนเหรอหนู
หล่อเชียว” เมื่อข้าวผัดของพลอยมายาเสร็จแล้ว ป้าจึงยกมาวางที่โต๊ะให้
ก่อนจะวางข้าวกะเพราหมูกรอบของเสือลงอีกจาน
“ไม่ใช่ค่ะ....เขาเป็นเพื่อนหนู”
พลอยมายารีบปฏิเสธ ก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่าย
เสือก็ไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงแต่นั่งเงียบและหันไปมองทางอื่นเท่านั้น
“กินดูสิ
อร่อยนะ” พลอยมายาบอกกับคนตรงหน้า เธอพยายามจะพูดกับเขาแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
“อืม”
เขายังคงตอบเพียงสั้น ๆ แต่พลอยมายาก็ไม่ละความพยายาม
เธอมองดูถ้วยน้ำซุปก่อนจะชี้ไม้ชี้มือ
“นี่ซุปก็อร่อยนะ
ฉันมากินทีไรขอเติมตลอดเลยนะ เนี่ยร้อนๆ กำลังอร่อยเลย”
เสือมองคนพูดก่อนจะตักซุปใส่ปากตามคำบอกเล่าของเธอ
“เชี้ย!!
ร้อน”
“ฮ่าๆๆๆ”
พลอยมายาหัวเราะลั่นกับท่าทางของคนตรงหน้า เธอก็เพิ่งจะพูดไปเองว่ามันร้อน
แต่เขามัวแต่เก๊กหน้าขรึมตีบทคนโกรธจนลืมเป่า ตักขึ้นมาได้ก็ยัดใส่ปากทันที
ผลที่ได้จึงเป็นอย่างที่เห็น
“ทำไมไม่เป่าก่อน
ฉันก็บอกอยู่ว่ากำลังร้อน ๆ”
“ก็ใครล่ะที่ยุให้กิน”
“นี่
นายก็น่าจะเป่าสักหน่อยไม่ใช่หรือไง ควันยังลอยอยู่เลยเนี่ยเห็นไหม”
เสือทำท่าลูบปาก ความแสบร้อนกำลังจะกลายเป็นความชา
“ขอโทษนะเมื่อกี้”
พลอยมายาอาศัยจังหวะนี้พูดขึ้นอีกครั้ง เสือจ้องมองคนพูด
แววตาของเธอบอกกับเขาว่าเธอรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อครู่นี้จริง ๆ
ไม่ใช่เรื่องที่บอกให้เขากินน้ำซุป แต่เป็นเรื่องที่พูดถึงเจ้านายของเขา
“ช่างเถอะ
คุณพูดมามันก็ไม่ผิดเลยสักนิด”
“นี่...เอาแบบนี้ไหม
ต่อไปนี้ถ้าเราอยู่กันแค่สองคน เราจะไม่พูดถึงคนอื่น” หญิงสาวยื่นข้อเสนอ
“คนอื่นนี่ใครบ้าง”
เสือแกล้งถาม พลอยมายาถลึงตาใส่เขา
เธอรู้ว่าเขาก็รู้ดีว่าคนอื่นที่เธอหมายถึงนั้นคือใคร เสือไม่ได้พูดอะไรตอบ
เขาแค่พยักหน้ารับเธอเท่านั้น
“แล้วนี่...กินข้าวอิ่มจะไปไหนต่อเหรอ”
พลอยมายาถามขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่เริ่มลงมือกินข้าวที่สั่งมา
“ถามทำไม
จะชวนไปเที่ยวต่อเหรอ”
“ก็ถาม
ทำไมถามไม่ได้หรือไง”
“ยังไม่รู้เลย
ว่างไหมล่ะ ไปหาที่นั่งเล่นกันไหม” พลอยมายามองหน้าคนถามครู่หนึ่ง
และยังไม่ได้ให้คำตอบกับเขา ใจจริงเธอยังอยากจะอยู่กับเขาให้นานกว่านี้สักหน่อย
เพราะช่วงเวลาในตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันมันคือนอกเวลางาน
เธอไม่ได้กำลังจะเดินทางไปเป็นของอาชาหรือไม่ได้กำลังกลับมาจากการถูกใช้งานบนเตียง
ความรู้สึกตอนที่อยู่ด้วยกันมันก็ดีกว่า
"ไม่มีเรียนนะ ถ้าจะไปก็ไปได้นะ" พลอยมายาเลือกที่จะโกหก
ความจริงแล้วเธอยังต้องไปเรียนอีก 2 วิชาในตอนบ่ายและตอนค่ำ
แต่ด้วยยังอยากจะใช้เวลากับเสือต่ออีก เธอจึงเลือกที่จะตอบไปแบบนั้น
"ไปทำบุญกันไหม ผมไม่ค่อยมีเวลาไปวัดเลย"
"ก็ได้นะ ไปสิ" หลังจากตกลงกันได้แล้ว
พอกินข้าวเสร็จทั้งคู่ก็เตรียมตัวจะไปวัดใกล้ ๆ เพื่อทำบุญด้วยกัน
Line!!
-Boss-
'มาหาฉันหน่อย'
ระหว่างที่กำลังเดินออกมาจากซอย
เสือก็พบเรื่องที่ทำให้เขาไม่สามารถจะไปต่อกับพลอยมายาได้
"มีอะไรเหรอ" พลอยมายาเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
"ผมมีธุระต้องไปแล้ว ไว้ไปกันวันหลังได้ไหม"
แม้ว่าจะยังอยากอยู่กับเขาต่อ แต่เธอก็ไม่กล้าจะรั้งเขาไว้
"อืม ว่าเมื่อไหร่ก็มาหาก็แล้วกัน นายรู้อยู่แล้วนี่ว่าจะเจอฉันได้ที่ไหน"
"ถ้าคุณอยากเจอผมก็ แอดไลน์นี้มานะ ทักหาได้ตลอด"
เขาว่าก่อนจะยื่นกระดาษที่หยิบมาจากร้านข้าว
โดยเขียนไอดีไลน์ตัวเองเอาไว้ยื่นให้กับพลอยมายา
"เตรียมตัวมาขนาดนี้เลย"
"ถ้าคุณอยากเจอนะ" เขาว่าก่อนจะเดินจากไป พลอยมายาก้มมองดูกระดาษในมือ
ก่อนจะยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง 'มันจะบานปลายไปมากกว่านี้หรือเปล่านะ' พลอยมายานึกกังวล
ความจริงตัวเธอพอรู้ตัวเองว่าคิดมากไปถึงไหนแล้วกับผู้ชายคนนี้
แต่มันติดตรงที่เธอยังทำงานให้อาชาอยู่
และสิ่งที่เธอกำลังทำมันละเมิดข้อตกลงที่มีกับเขา
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments